<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309</id><updated>2011-04-21T14:06:02.384-07:00</updated><title type='text'>My Empty World</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>76</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-113349450269200349</id><published>2005-11-17T19:34:00.000-08:00</published><updated>2005-12-01T19:35:02.693-08:00</updated><title type='text'>บินเดี่ยว (ซะงั้น)</title><content type='html'>วันนี้เดินทางอีกแล้ว&lt;br /&gt;ด้วยความที่เครื่องออกแปดโมงครึ่ง กระเป๋าเดินทางที่กะว่าจะจัดเอาไว้เมื่อคืนก็เลยถูกผลัดมา(ตาลีตาเหลือก)จัดเอาในตอนเช้า รู้สึกว่าตัวเองเฉื่อย ๆ ลงเรื่อย  ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งรู้ตัวอีกทีตอนกำลังจะออกจากบ้านว่าเมื่อวานซื้อได้แต่รองเท้า หาเข็มขัดไม่ได้&lt;br /&gt;เลยต้องไปเสี่ยงดวงหาซื้อเอาที่สนามบิน โชคดีว่ามีขายพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดเอาหนังสือ finance มาอ่านด้วย ไม่คิดว่าจะมีเวลามานั่งอ่านมากนัก แต่ก็เผื่อไว้ก่อน เผื่อว่ามีเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ต้องเดินทางไปกับ เดฟ (โดยคำเรียกร้องของลูกค้าที่อยากให้มีระดับซีเนียร์ขึ้นไปมามีตติ้งด้วยมั่ง QBR กี่ทีต่อกี่ที ก็มีแต่ผม – engineer ต๊อกต๋อยบินมาคนเดียว) แต่จนแล้วจนรอด จนเครื่องออกก็ยังไม่เห็นเดฟเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มารู้อีกทีตอนมาถึงสิงคโปร์แล้วเช็คอินเข้าโรงแรม เห็นข้อความที่ซิลเวียฝากไว้ที่เคาน์เตอร์โรงแรมว่า เดฟ ติดธุระอยู่ที่โรงงาน มาด้วยไม่ได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉะนั้น คนที่เข้า QBR meeting พรุ่ง่นี้ก็ยังคงเป็นแก๊งเดิม คือ ซีซี ซิลเวีย แล้วก็ผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เดฟไม่มา ก็ไม่ต้องไปกินข้าวเย็นกับ ซีซี  แถมซิลเวียก็หยุดงานวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยได้เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อย ๆ แถวถนน Orchard อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนพอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดความยาวของถนน orchard มีการแสดงนิทรรศการภาพถ่ายประมาณอยู่ในธีมที่ว่า “มองจากมุมสูง” (จำชื่อของเค้าจริง ๆ ไม่ได้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการรวบรวมภาพถ่ายที่ถ่ายจากมุมสูงของที่ต่าง ๆ ทั่วโลก (ย้ำว่าทั่วโลกจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเลทราย ป่าแถวบราซิล ขั้วโลกเหนือ) เป็นภาพที่ดูสวยแบบแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพคนงานในไร่กำลังตากพริก ภาพที่อยู่ของคนอินเดียที่ยังเป็นดินผสมน้ำปั้นอยู่ ภาพสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ที่กำลังจะออกสู่ทะเล ภาพนกฟลามิงโก้ ….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ติดเอากล้องถ่ายรูปมา ไม่งั้นคงได้ไล่ถ่ายงานถ่ายของเค้ามาอีกที&lt;br /&gt;แล้วอีกห้านาทีถัดมาก็รู้สึกดีใจที่ไม่ได้ติดเอากล้องถ่ายรูปมา เพราะกำลังเดิน ๆ ดู ๆ อยู่ก็เกิดฝนตกหนัก(มาก) ขึ้นมาทันที ถ้าเอากล้องมาด้วยคงเก็บไม่ทัน เพราะกว่าผมจะเดินหาที่หลบฝนได้ก็เปียกมะล่อกมะแล่ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็บังเอิญที่ที่เข้าไปหลบฝนเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่มาก ชื่อร้าน Borders&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นที่หลบฝนที่ถูกใจจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ช่วงนี้ ใกล้ ๆ จะสิ้นปี เริ่มมีปฏิทินของปี 2006 มาวางขายแล้ว เป็นเหมือนทั้งโปสการ์ดและ ปฏิทิน สวยจนต้องหยิบขึ้นมาดูชัด ๆ แล้วก็ต้องรีบวางลงไปเมื่อเห็นราคาชัด ๆ อีกเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีหนังสือสือที่อยากได้เล่มหนึ่งเป็น encyclopedia ของ STARWARS อยากได้มาก ๆ เอามาพลิก ๆ ดูหนังสือเล่มนี้เล่าตั้งแต่ต้นกำเนิดของจักรวาล จุดเริ่มต้นของอัศวินเจไดและพวก ซิธ มาจนถึงepisode ที่เอามาทำเป็นหนัง แล้วก็ภาคต่อจากหนังที่มี Dark Jedi มาอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคลิ้ม ๆ จะซื้ออยู่แล้ว แต่ก็ต้องวางลง (เพราะราคาของมันอีกเช่นกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าใครเป็นหนอนหนังสือมาที่นี่คงชุ่มฉ่ำ ชุ่มฉ่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะนอกจากจะมีหนังสือเยอะแยะมากมายมหาศาลแล้ว ยังมี เก้าอี้เอาไว้ให้คนเลือกซื้อหนังสือนั่งอ่านพักขาด้วย – แน่นอนว่าเก้าอี้พวกนั้นมันเต็มไม่เหลือที่ให้ผมนั่งหรอก – ยิ่งฝนตกแบบนี้คนยิ่งเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินไปเดินมาอยู่ในนั้นจนฝนซา (เกือบสองชั่วโมง) ค่อยออกมาหาของกิน - ไม่ได้หนังสืออะไรติดออกมาเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้จะไปสิงคโปร์บ่อย แต่ผมก็ไม่คุ้นเคยกับร้านอาหารแถว ๆนั้นเลย เพราะไปครั้งละแค่วันสองวัน แล้วก็มีคนคอยช่วยพาไปเสมอ ฉนั้นคราวนี้ ง่ายที่สุดคือไปกินร้านฟาสต์ฟู๊ด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เบอร์เกอร์คิง คือคำตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งกินแบบกร่อย ๆ อยู่คนเดียว แล้วก็กลับโรงแรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านหนังสือ (Finance) ได้อีกหน่อยก็ไม่ไหวซะแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง่วงจัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง่วง....&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-113349450269200349?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/113349450269200349/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=113349450269200349' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349450269200349'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349450269200349'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/11/blog-post_17.html' title='บินเดี่ยว (ซะงั้น)'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-113349439647778987</id><published>2005-11-16T19:31:00.000-08:00</published><updated>2005-12-01T19:33:16.480-08:00</updated><title type='text'>ลอยกระทง(ก่อนกำหนด)</title><content type='html'>พรุ่งนี่ต้องไปสิงคโปร์อยู่แล้ว ยังไม่มีความรู้สึกว่าต้องเดินทางไกลเลย&lt;br /&gt;คงเพราะปีหลัง ๆ มานี้เดินทางบ่อย แล้วก็เดินทางอยู่แค่ไม่กี่ประเทศ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน แค่นี้เอง&lt;br /&gt;เมื่อสองปีก่อนยังต้องรวมเอาฟิลิปปินส์ไปด้วย แต่ตั้งแต่ที่เราไม่ได้ทำธุรกิจกับ Saturn - หรือพูดให้ถูกคือ Saturn ถูกซื้อไปโดยบริษัทอื่น - ผมก็ไม่ต้องไปฟิลิปปินส์อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงแรกของการทำงานที่นี่รู้สึกเห่อกับการเดินทางมาก แต่หลัง ๆ มาชักเบื่อกับการเดินทาง โดยเฉพาะคราวนี้เมื่อเหลืออีกไม่กี่วัน (จริง ๆ แล้วคือเก้าวัน) ก็จะต้องสอบมิดเทอมแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดีกว่าคราวนี้สอบแค่ตัวเดียว – Financial Management – แต่มันก็เป็นตัวที่หินเหมือนกัน ตอนเรียนตัว introduction เคยรู้สึกชอบ ๆ เหมือนกัน แต่พอมาเรียนตัวจริงเข้า ก็เพิ่งรู้สึกถึงความยากของมันได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้กะว่าจะรีบกลับบ้านมาเตรียมจัดกระเป๋า เตรียม  presentation package ก็ยังไม่วายตามพวกไอ้ก่อไปลอยกระทงอีกจนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้สมาชิกแก๊งลอยกระทงเหลือแค่ไอ้ก่อ กับแฟนมัน เจี๊ยบ แล้วก็ผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกนั้นกะว่าเลิกงานแล้วมาลงรถตู้ที่กาดพยอมแล้วจะไปกินข้าวแล้วก็ลอยกระทงด้วยกันเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ติดที่ผมต้องไปแวะหาซื้อ เข็มขัด (ที่ใส่มาจนสายมันขาดไป – เปื่อย) แล้วก็รองเท้า (ที่ก็ใส่มาซะจนมันอ้าปากหายใจได้แล้ว – สามปีพอดี) มาก่อน ภาพพจน์ของบริษัทที่ลูกค้าเห็นวันมะรืนจะได้ไม่ย่ำแย่เกินไปนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปก็เลยให้พวกไอ้ก่อมันไปหาข้าวกินกันก่อน แล้วเราค่อยเจอกันที่วัดตอนสองทุ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไปลอยกันที่วัดชัยมงคล จริง ๆ ก็อยู่ใกล้บ้านผมนั่นแหละ แต่ผมก็ไม่เคยไปลอยซักที  ไอ้ก่อฝอยไว้เยอะว่ามันมาทุกปี คนน้อย บรรยากาศดี ไม่เสียงดัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็เป็นอย่างที่มันฝอยไว้ ค่อนข้างประทับใจที่ได้มาลอยกระทงที่นี่ คนน้อยอย่างที่ว่าไว้ (อาจจะเป็นเพราะวันนนี้ยังไม่ถึงวันลอยกระทงจริง ๆ ก็ได้) แถมยังไม่เสียงดัง เพราะไม่มีคนเล่นประทัด – ในเขตวัดเค้าคงไม่เล่นกันละมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราซื้อกระทงกันแถว ๆ หน้าวัด แล้วก็พากันไปลอยกันที่บันไดท่าน้ำของวัด ค่ำ ๆ อย่างนี้ก็ยังอุตส่าห์มีคนเอานก เอาเต่ามาขาย(ให้คนเอาไปปล่อย) ไม่รู้ว่าปล่อยไปแล้ว นกมันจะพากันบินกลับมาเกาะกิ่งไม้หลับต่อหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กระทงของผมต้องใช้ความพยายามผลักและดันพอสมควรมันถึงจะยอมออกจากท่า แถมยังลอยแบบเอียง ๆ จะจมมิจมแหล่ซะอีก แต่ก็ยังพอไปต่อไปได้ – เหมือนชีวิตผมตอนนี้ที่มันยังคงเอียง ๆ เพี้ยน ๆ อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลอยกระทงเสร็จแล้วเราก็มายืนดูเค้าปล่อยโคม ท่าทางคนแถวนี้มีความชำนาญในการปล่อยโคมมาก เพราะประคองโคมไว้แป๊บเดียวก็ขึ้นแล้ว แถมยังขึ้นเร็วอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งรู้ว่าเคล็ดลับของมันคือ เราต้องเอาตัวโคมมาแกว่งไปแกว่งมาให้มันมีอากาศเข้าไปขังไว้ข้างในก่อน (ทำเหมือนช้อนปลา) พอเราเอามาอังไฟ อากาศมันจะได้ร้อนไว ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาไว้ปีหน้ารับรองไม่พลาดแน่ ๆ ติดใจการมาลอยกระทงที่วัดนี้ซะแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ของปีที่แล้วผมลอยกระทงที่ลำพูน ฝนตกพรำ ๆ กระทงหนึ่งใบแต่มีคนสองคนช่วยกันลอย&lt;br /&gt;วันนี้ของปีนี้ ผมลอยที่เชียงใหม่ กระทงหนึ่งใบ แต่เหลือผมคนเดียว&lt;br /&gt;วันนี้ของปีหน้า ไม่ว่าจะมาลอยเป็นหมู่ ลอยเป็นคู่ หรือว่าลอยเดี่ยว…ผมก็จะมาลอยที่วัดนี้อีกทีครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-113349439647778987?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/113349439647778987/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=113349439647778987' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349439647778987'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349439647778987'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/11/blog-post_16.html' title='ลอยกระทง(ก่อนกำหนด)'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-113349422045845251</id><published>2005-11-15T19:27:00.000-08:00</published><updated>2005-12-01T19:30:20.460-08:00</updated><title type='text'>ไปปล่อยโคมลอยกันเถอะ....</title><content type='html'>เมื่อวานนี้รับรู้ข่าวร้าย่ของเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่ง ถึงไม่สนิทนัก แต่เราก็เห็นหน้ากันบ่อย ๆ ตอนเรียน&lt;br /&gt;เพื่อนคนนี้เธอป่วยเป็นโรคร้ายที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับคนอายุขนาดเธอ&lt;br /&gt;วันนี้ผมกับเพื่อน ๆ แวะไปเยี่ยมเธอ ที่โรงพยาบาลมา&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่าคนที่ไปเยี่ยมเธอมาแล้วพยายามจะบอกว่าให้เผื่อใจเอาไว้บ้าง เพราะว่าสภาพที่ของเธอมันอาจจะแย่กว่าที่เราคาดเอาไว้&lt;br /&gt;แต่พอมาเห็นเธอเข้าจริง ๆ ก็ถึงกับอึ้ง&lt;br /&gt;เราเข้าไปเยี่ยมกันหลายคน แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกซักคน&lt;br /&gt;ยืนนิ่ง ๆ ยิ้มให้ และไม่ได้คุยอะไรกับเธอ ได้แต่บอกว่าให้พยายามต่อไปนะ&lt;br /&gt;เธอพยายามขอบคุณ แต่แค่การพูดขอบคุณก็ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ เธอหอบ และดูเหนื่อยมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ปาฏิหารย์จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งกว่ายาก แต่ถ้ามันจะมีจริง ผมก็ขอให้มีปาฏิหารย์เกิดขึ้นกับเธอคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสร็จจากเยี่ยมเพื่อน ผมก็แวะไปเจอพวกไอ้ก่อ นัดกับพวกมันไว้ตั้งแต่เย็นว่าจะไปปล่อยโคมลอยด้วยกัน&lt;br /&gt;พวกมันที่ว่าคือ ไอ้ก่อ แฟนมัน ไอ้กวางกับกับแฟนมัน แล้วก็เจี๊ยบ&lt;br /&gt;มีผมแล้วก็แอน(ติดสอยห้อยตามมาตั้งแต่ตอนไปโรงพยาบาลด้วยกันเมื่อกี๊) ตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไปปล่อยโคมลอยกันที่อ่างแก้ว อากาศยังไม่หนาวมาก ฟ้าใส พระจันทร์ส่องสว่าง ถึงแม้มันจะยังไม่เต็มดวงจริง ๆ ก็ตาม (เราสามารถเห็นบางส่วนที่แหว่ง ๆ ของมันได้อยู่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ก่อไปเหมาโคมลอยมาจากไอ้ตั้ม (ซึ่งก็ไปเหมามาจากคนรู้จักแล้วเอามาแบ่งขายอีกที)มาหกโคม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่อ่างแก้วมีคนมาปล่อยโคมลอยและเล่นประทัด จุดพลุกันอยู่ก่อนแล้ว บรรยากาศกำลังดี ไม่หนาว แต่ก็ไม่ถึงกับร้อนเกินไป – คงเพราะอยู่ใกล้น้ำ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่เป็นการปล่อยโคมลอยครั้งแรกของผม เคยเห็นแต่เค้าปล่อย พอมาลองทำเองก็เลยตะกุกตะกัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โคมลูกแรก ๆ เราค่อย ๆ ปล่อยอย่างระมัดระวัง แต่พอลูกหลัง ๆ เราก็เริ่มมีลูกเล่นโดยการเอาประทัดผูกขึ้นไปแล้วก็ปล่อยให้มันตกลงมา (เอาอย่างคนอื่น ๆ เค้าเล่นกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล่อยโคมหมด ประทัดเหลือ เราก็เล่นประทัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประทัดหมด เงินเหลือ เราก็ไปซื้อประทัดมาเล่นกันใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เล่นกันจนเกือบสี่ทุ่ม ประทัดหมด เงิน(ที่เอามารวม ๆ กัน)ก็หมด ถึงเวลาควรแก่การกลับบ้านได้ซักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดใจ อยากไปเล่นประทัดอีกซักครั้งแฮะ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-113349422045845251?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/113349422045845251/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=113349422045845251' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349422045845251'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349422045845251'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/11/blog-post_15.html' title='ไปปล่อยโคมลอยกันเถอะ....'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-113349400158259598</id><published>2005-11-09T19:25:00.000-08:00</published><updated>2005-12-01T19:26:41.583-08:00</updated><title type='text'>วันเกิด…แฟนเก่า</title><content type='html'>วันนี้วันเกิดของเธอ คนที่วันนี้กลายเป็นแฟนเก่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมาลืมหรือจำได้เอาตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะ มันก็ผ่านไปแล้ว นานแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ถึงสมองจะคิดได้อย่างนี้ – แต่หัวใจ (หรือร่างกาย) มันก็ไม่ยอมทำตามที่คิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเมื่อคืนผมก็ยังโทรไป Happy Birth Day เธอเข้าจนได้  โทรไปก่อนวันเกิดจริงหนึ่งวัน เพราะยังไงซะ พอถึงวันเกิดเธอจริง ๆ เธอก็คงไม่ว่างมาคุยกะผมอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดันโทรไปเอาตอนผมกำลังนั่งรถเมล์กลับบ้าน เสียงดัง ก็เลยต้องตะโกนเอานิดหน่อย ขลุกขลักพอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากที่ตั้งใจว่าแต่โทรไปพูดสุขสันต์วันเกิดสองสามคำ สองสามนาที ก็กลายเป็นว่าต้องยืดยาวไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง โดยส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายฟังเธอ บ่นเรื่องงานให้ฟัง – หัวหน้าให้งานเยอะ ผู้ร่วมงานใหม่ก็ดูเหมือนจะเอาเปรียบ ….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่คิดว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว เธอก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่าง ยังเป็นคนขี้บ่น และก็ยังคงบ่นง้องแง้ง ๆ งุบงิบๆ พร้อมกับใส่อารมณ์ประกอบตามสไตล์ของเธอไปอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกเดิม ๆ ที่ผมอยากทิ้งมันไปก็กลับมาอีกครั้ง อยากปลอบเธอ อยากเอื้อมมือไปขยี้หัวเธอ บอกให้เธอหยุดบ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหามีอยู่แค่สองอย่างคือ หนึ่ง เธอไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ และ สอง ผมกับเธอตอนนี้เราไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเหงาขึ้นมาทันที – เหงาทั้ง ๆ ที่กำลังคุยอยู่กับคนที่คิดถึงที่สุดอยู่นั่นแหละ – เป็นความรู้สึกที่แย่ทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รถเมล์จอด บทสนทนาก็จบ ไม่รู้ว่าเพราะหมดเรื่องคุยพอดี หรือว่าเธอแค่อยากคุยเป็นเพื่อนผมจนกว่าจะลงจากรถเมล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอ่ยปากลา บอก happy birth day เธออีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุขสันต์วันเกิดนะครับ……&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-113349400158259598?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/113349400158259598/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=113349400158259598' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349400158259598'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349400158259598'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/11/blog-post.html' title='วันเกิด…แฟนเก่า'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-113349382853784854</id><published>2005-11-01T19:21:00.000-08:00</published><updated>2005-12-01T19:24:39.273-08:00</updated><title type='text'>Flight Plan</title><content type='html'>เหตุผลที่ทำให้ใครคนนึงต้องไปดูหนังคนเดียว&lt;br /&gt;- เขาไม่มีเพื่อนคบ&lt;br /&gt;- เขามีเพื่อน แต่ เขากับเพื่อนชอบดูหนังคนละแนว&lt;br /&gt;- เขามีเพื่อน แถมเพื่อนของเขาก็ยังชอบดูหนังแนวเดียวกัน แต่เขาก็ยังอยากจะดูคนเดียวอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบของผมคือข้อสาม บวกกับอารมณ์เรื่อยเปื่อยนิดหน่อย วันนี้เลิกงานแล้ว พวกขิมชวนกันไปกินฮะจิบังราเม็ง ที่โรบินสัน ผมก็ไปกับพวกเขาด้วย มีขิม เจี๊ยบ ไอ้ก่อ กระแตแฟนไอ้ก่อ แล้วก็ผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชื่นชอบราเม็งร้านนี้เป็นพิเศษ ไม่มีอะไรมาก เพราะว่าไม่ชอบโออิชิราเม็ง แค่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินกันอิ่มแล้ว ทุกคนก็กำลังจะกลับ แต่ด้วยอารมณ์ไหนของผมก็ไม่ทราบได้ สุดท้ายก็ตัดสินใจอยู่ต่อ เพื่อดูหนังคนเดียว มาตัดสินใจเอาปุบปับตอนนี้ก็เลยไม่ค่อยมีหนังให้เลือกเยอะ ซักเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็จ่ายเงินซื้อตั๋วเข้าไปดูรอบสองทุ่มครึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นหนังเรื่อง Flight Plan นำแสดงโดย โจดี้ ฟอสเตอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพของโจดี้ สมัยแสดงเรื่อง Silence of the lamb คงติดตาผมมานานเกินไป พอมาเห็นเจ้าตัวเข้าในหนังเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกว่าเธอแก่ไปมาก ซึ่งจริง ๆ ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะมันก็ผ่านมาตั้งสิบกว่าปีแล้ว (หรือถึงยี่สิบบีแล้ว?) – แต่แก่ก็ยังสวยนะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องมีอยู่ว่า โจดี้ เป็นวิศวกร(หญิง)ออกแบบระบบเครื่องยนต์ของเครื่องบิน (และคงออกแบบเครื่องบินด้วย)ที่เพิ่งสูญเสียสามีไป และ กำลังพาลูกสาวกลับมาแผ่นดินเกิดอเมริกา ซึ่งก็เดินทางด้วยเครื่องบินลำที่เธอออกแบบมากับมือนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างทาง เมื่อเธอเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยจากการเดินทางแล้วตื่นขึ้นมาไม่พบลูกสาวตัวเอง ไม่ว่าจะค้นหาทั้งลำแล้วก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่สำคัญคือไม่มีใครสักคนบนเครื่องที่บอกว่าเห็นเธอเดินทางมาพร้อมลูกสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถานการณ์กลับกลายเป็นว่าทุกคนมองว่าเธอมีอาการทางจิตเนื่องมาจากการสูญเสียสามีไป - และในบางทีเธอเองก็กำลังคิดเช่นนั้นด้วย.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังดำเนินไปอย่างน่าติดตาม โดยมีโจดี้เป็นศูนย์กลางของเรื่อง แต่เมื่อดูจบแล้ว ก็ให้ตงิด ๆ ถึงความอ่อนของเหตุผลในเนื้อเรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้าง ๆ ที่นั่งของผมเป็นแหม่มตัวกลมสองคนมาดูหนังด้วยกัน ออกอาการลุ้นอย่างมาก เช่นตอนที่นางเอกเอาถังดับเพลิงทุบหัวคนร้าย แหม่มสองคนนี้ก็ตะโกนออกมาว่า ...เยสสส....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้แต่นั่งเงียบและพยายามไม่ทำให้แหม่มสองคนนี้เค้าเคือง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกือบห้าทุ่ม....หนังจบแล้ว ออกมาข้างนอก ฝนตกปรอย ๆ แสงไฟข้างถนนทำให้เห็นเส้นฝนโปรยออกมาเป็นละออง เป็นความสวยไปอีกแบบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คืนนี้คงหลับสบาย....&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-113349382853784854?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/113349382853784854/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=113349382853784854' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349382853784854'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/113349382853784854'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/11/flight-plan.html' title='Flight Plan'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112624717485303274</id><published>2005-09-08T23:24:00.000-07:00</published><updated>2005-09-08T23:32:28.136-07:00</updated><title type='text'>ฟุ้งซ่านก่อนสอบ</title><content type='html'>อยากหัดถ่ายรูป(อย่างเป็นจริงเป็นจัง)&lt;br /&gt;อยากวาดรูปประกอบนิทาน (หาคนจ้างอยู่)&lt;br /&gt;อยากเช่าหนังซีรี่ย์ อย่าง Band of Brothers มาทั้งชุดแล้วก็นอนเอกขเนกดูมันทั้งวัน&lt;br /&gt;อยากมีเวลานั่งเขียน(พิมพ์)หนังสือ ให้มากกว่านี้ (กำลังมีพล๊อตใหม่อยู่ในหัว)&lt;br /&gt;อยากมีเวลามารื้อฟื้น Auto CAD ที่นับวันจะยิ่งเข้าหม้อ&lt;br /&gt;อยากหัด Illustrator ให้เป็นมากกว่านี้ (หลังจากถนัดแต่ Macromedia Freehand แล้วกลายเป็นแกะดำ ที่ไม่มีใครคบ)&lt;br /&gt;อยากขึ้นไปนอนกางเต็นท์บนดอย ตื่นมาถ่ายรูปเล่นตอนเช้า&lt;br /&gt;อยากหัดทำขนมอบ&lt;br /&gt;อยาก upgrade คอมพิวเตอร์ แล้วไปซื้อ Doom3 มาเล่นให้สะใจ&lt;br /&gt;อยากเอาจักรยานไปซ่อม(ซักที)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความอยากทั้งหลาย เหล่านี้มักจะผุดขึ้นมาในช่วงที่ผมไม่ค่อยเวลา – โดยเฉพาะเวลาที่กำลังจะสอบ – อย่างนี้เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะสอบอีกแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งจะสอบไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์นี้เอง วันเสาร์ อาทิตย์ นี้จะสอบอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่คราวนี้ผมมีเวลามากกว่าทุกครั้ง เพราะงานไม่ยุ่ง แล้วก็เลยถือโอกาสลางานสองวันติดกันเลย (วันนี้ และวันพรุ่งนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเวลาสองวัน ตอนเช้าวันนี้ก็เลยถือโอกาสไปทำสิ่งที่ตัวเอง ผัดวันประกันพรุ่งมาแสนนาน – ไปหาหมอฟัน –&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการผัดวันประกันพรุ่งที่นานมาก นานตั้งแต่ผมเริ่มทำงานใหม่ ๆ แล้วก็มีข้ออ้างว่างานยุ่ง จนไม่มีเวลา จนจุดดำน่ารักบนฟันกรามด้านซ้าย มันค่อย ๆ ขยายออกมาจนโหว่อย่างน่ากลัว อาการเสียวฟันเริ่มออกอาการเวลาดื่มน้ำเย็น ๆ หรือกินของเย็น ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ก็เลยได้ฤกษ์ไปตรวจเสียที เมื่อวานโทรไปนัดเวลาว่างที่คลินิก แถว ๆ ประตูเกษตร มอชอ เอาไว้ ก็เลยได้เวลาสบาย ๆ เข้าไปตรวจตอนสิบโมง ผลปรากฏว่า………..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีฟันผุที่กรามล่างซ้าย 2 ซี่ แบบรุนแรงหนึ่งซี่ (ซี่ที่ส่องกระจกเห็นเอง)แบบเบาะ ๆ อีกหนึ่งซี่&lt;br /&gt;ที่กรมล่างขวาแบบเบา ๆ อีก 2 ซี่&lt;br /&gt;ที่กรามบนซ้าย และ บนขวา แบบเบา ๆ อีกข้างละ 2 ซี่&lt;br /&gt;มีฟันคุดโผล่ออกมาที่กรามบนขวา 1 ซี่&lt;br /&gt;มีหินปูนเกาะเยอะพอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปวันนี้ผมก็เลยทำแบบเร่งด่วนก่อนคือ อุดฟันซี่ที่ผุรุนแรงสองซี่ทางด้านกรามล่างซ้าย แล้วก็ขูดหินปูน - งานนี้ทำเอาเลือดกลบปาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซี่ผุ ๆ ที่เหลือ เอาไว้มาต่อกันวันหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณหมอบอกว่าให้พยายามเคี้ยวด้วยกรามขวาไปก่อน สักวันสองวัน แล้วค่อยเคี้ยวได้ตามปกติ แต่เวลาเคี้ยวด้วยกรามซ้ายจะรู้สึกว่ามันขบกันไม่สนิท แต่ไม่เป็นไรเพราะเรซิ่นที่อุดทางด้านบนของฟันมันจะค่อย ๆ สึกและจะขบรับกับฟันกรามบนได้พอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะฤทธิ์ยาชาทำให้ผมต้องเป็นคนปากห้อย (ไปครึ่งปาก) พูดไม่ชัด ไปอีกสองสามชั่วโมงหลังอุดฟันเสร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำฟันเสร็จแล้วก็เที่ยง โทรหาไอ้เจมส์ มันกำลังจะออกไปกินข้าวกลางวันพอดี ก็เลยแวะมารับผม แถว ๆ คลินิก พร้อมกับพรรคพวกครบแก๊งค์ ไอ้น้อย ไอ้นา ไอ้โป้ง – พากันไปกินเย็นตาโฟศรีพิงค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วฤทธิ์ยาชาก็ทำให้ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ในการกินก๋วยเตี๋ยว คือเวลาซดน้ำแกงมันจะร้อนเพียงครึ่งเดียว (เพราะอีกครึ่งนึงมันชาอยู่ ไม่รับรู้ความร้อน) แล้วมันก็จะไปอุ่นต่อในท้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คล้าย ๆ กับสัญญาณขาดหายไปชั่วคราวตอนกำลังผ่านริมฝีปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น แล้วสัญญาณก็มาเชื่อมต่อใหม่กันอีกทีที่คอหอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินไป ซึมซับกับประสบการณ์ใหม่ไปจนเย็นตาโฟหมดถ้วย แล้วก็เพิ่งนึกออกว่า เพิ่งไปขูดหินปูนมา – คิดอยู่กว่าการขูดหินปูนมันเป็นการทำให้เคลือบฟันสึกด้วยหรือเปล่า – แล้วเราก็มานั่งซดเย็นตาโฟซอสแดงแจ๋อยู่อย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รีบไปส่องกระจก ด้วยอุปาทาน หรือ อะไรก็ตามทำให้ผมเห็นฟันด้านในเป็นสีขาวอมชมพู อย่างผิวมีสุขภาพดี เพียงแต่สีแบบนี้มันไม่ควรมาอยู่บนผิวฟัน เลยต้องรีบบ้วนปากหลังอาหารอย่างรวดเร็ว (และรุนแรง) โชคดีที่สีมันไม่ติดทนนานอย่างที่กลัวไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังอาหารก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้น้อยมาส่งผมแถวคลินิก แล้วผมก็ขับรถเข้ามาอ่านหนังสือต่อที่ห้องสมุดคณะบริหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความอิ่ม และแอร์เย็น ๆ ตอนบ่าย ผมก็สะลึมสะลือ จนอ่านหนังสือแทบไม่รู้เรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เป็นไรน่า....ยังมีพรุ่งนี้เหลืออีกวัน....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อยามที่สายลม พัดโชยผ่าน ดั่งเป็นสัญญาณพาใจให้หวั่นไหว&lt;br /&gt;เพ้อไปถึงใคร ที่ลาร้างไกล จากไปนาน...แสนนาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนิ่นนานสักเท่าไร...ฉันยังจำ ถ้อยทำของเธอเป็น...แค่คำหวาน&lt;br /&gt;พลิ้วเพียงลมผ่าน ไม่มีทิศทาง ไม่เคยจริงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำใจมานานและไม่คิดที่จะจดจำ แต่ลมยังทำใจฉันล่องลอยไป&lt;br /&gt;ลืม อยากจะลืมความช้ำใจครั้งที่เท่าไหร่ที่หวั่นไหวไปกับสายลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใจที่ลอยอยู่....ขอคืน อยากมีสักคราว ที่ฝืนใจหยัดยืนต้านทาน&lt;br /&gt;หยุดคิดถึงเธอสักครั้ง ให้ใจไม่ลอยไปถามหาเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ฮืมม.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำใจมานานและไม่คิดที่จะจดจำ แต่ลมยังทำใจฉันล่องลอยไป&lt;br /&gt;ลืม อยากจะลืมความช้ำใจครั้งที่เท่าไหร่ที่หวั่นไหวไปกับสายลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใจที่ลอยอยู่....ขอคืน อยากมีสักคราว ที่ฝืนใจหยัดยืนต้านทาน&lt;br /&gt;หยุดคิดถึงเธอสักครั้ง ให้ใจไม่ลอยไปถามหาเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอเพียงสักครั้ง...ให้ใจไม่ลอยไปคิดถึงเธอ.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;และแล้วก็ล่วงเลยมาเวลาดึก อ่านหนังสือไป เปิดเพลงฟังไป แล้วก็เจอเอาเพลงนี้ อดไม่ได้ที่จะหยุดฟัง ร้องตาม แล้วก็ต้องเอามาเขียนลงในบันทึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลง “ลม” ของสุเมธ แอนด์ เดอะปั๋ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เป็นแค่ลมหนาวที่เข้ามากระทบ และแม้ว่าผมจะอยากให้มันเป็นลมพัดหวน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็คงไม่มีวันนั้นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ขอแอบเหงาเล็ก ๆ แต่ไม่รุนแรง สักวัน)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112624717485303274?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112624717485303274/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112624717485303274' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624717485303274'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624717485303274'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/09/blog-post_08.html' title='ฟุ้งซ่านก่อนสอบ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112624677319790280</id><published>2005-09-05T23:16:00.000-07:00</published><updated>2005-09-08T23:19:33.200-07:00</updated><title type='text'>ช๊อคโกแลต....ช๊อคโกแลต</title><content type='html'>ในที่สุดวันนี้ก็ได้โอกาสไปดูหนังอีกเรื่องที่รอดูมานานจนได้ – ชาลีกับโรงงานช๊อคโกแลต - หนังที่สร้างมาจากหนังสือ(สำหรับเด็ก ๆ) ของ โรอัล ดาห์ล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชาร์ลี กับ โรงงานช๊อคโกแลต เป็นเรื่องราวของ เด็กผู้ชายนามว่า ชาร์ลี ที่เกิดมาในครอบครัวที่ค่อนข้างที่จะยากจน(มาก ๆ) ในแต่ละปี ชาร์ลีจะได้กินช็อคโกแลตแค่หนึ่งแท่งเท่านั้น ในวันเกิดของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อวิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานช๊อคโกแลตมหัศจรรย์ (ที่โรงงานของเขาไม่มีพนักงานแม้แต่คนเดียว ไม่มีคนเข้า-คนออกจากโรงงาน  แต่กลับมีช็อคโกแลต ขนมหวานแสนอร่อยออกมาจำหน่ายอย่างสม่ำเสมอ) ใกล้ ๆ บ้านของชาร์ลี ออกมาประกาศว่า เขาได้แอบสอดตั๋วทองคำจำนวนห้าใบไว้ในชอคโกแลตที่ส่งขายทั่วโลก เด็ก ๆ ที่ได้ตั๋วใบนี้ห้าคนจะได้รับสิทธิ์ให้มาเยี่ยมชมโรงงานของเขาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ขอแทรกนิดนึงว่า รู้สึกว่านาย วิลลี่ วองก้า กำลังใช้กลยุทธ์เดียวกับ คุณตัน โออิชิ ที่มีโปรแกรม สามสิบฝา สามสิบล้าน ที่เข้ามาเพิ่มยอดขาย ของชาเขียวโออิชิ อย่างมหาศาล – เกินกว่าสามสิบล้านไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า, ในทำนองเดียวกัน นายวิลลี่ วองก้า คงเห็นยอดขายของช็อคโกแลตของตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหลังมีโปรแกรม ตั๋วทองห้าใบแน่นอน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่าเหมือนกับเด็ก ๆ ทุก ๆ คนในโลก  ชาร์ลีก็หวังที่จะได้เป็นเจ้าของตั๋วทองคำกับเขาเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่า ชาร์ลีมีโอกาสซื้อชอคโกแลตได้แค่ปีละแท่งในวันเกิดของเขาเท่านั้น และเหมือนจงใจแกล้ง เมื่อวันเกิดของเขามาถึง ช็อคโกแลตที่เขาได้รับเป็นของขวัญในวันเกิดก็ไม่ได้มีตั๋วทองคำสอดอยู่  หรือแม้แต่คุณปู่จะเอาเงินแอบที่เก็บไว้มาให้ชาร์ลีออกไปซื้ออีกแท่ง ก็ยังไม่เห็นวี่แววความโชคดีอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่โชคมักจะมาในเวลาที่เราแทบไม่เหลือศรัทธา  ชาร์ลีออกไปนอกบ้านอย่างเศร้าสร้อย เขาเก็บเงินที่ตกอยู่กับพื้นได้ และนำไปซื้อช็อคโกแลต – ในคราวนี้ปรากฏว่ามีตั๋วทองคำสอดอยู่ในช็อคโกแลตแท่งนั้น....เรื่องราวมหัศจรรย์ก็เริ่มขึ้นนับแต่นั้น.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แทบทุกอย่างออกมาอย่างที่ผมเคยจินตนาเอาไว้ตอนอ่านหนังสือครั้งแรก ยกเว้นวิลลี่ วองก้า (จอห์นนี่ เด็ป) ที่ดูหนุ่มไปนิด บ้านของชาร์ลี ที่ดูโทรมและก็เล็กมากกว่าที่คิดไว้ แล้วก็แม่น้ำช๊อคโกแลตในโรงงานที่ดูสีสันจัดจ้านไปหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ชอบมาก ๆ คือพวกอุมป้าลุมป้าส์ ที่ออกมาเต้น(แบบหน้าตาย ๆ) พร้อมกับร้องเพลงประกอบเวลาที่มีเด็กเกเรโดนลงโทษ (จริง ๆ คือสั่งสอน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นมีอุมป้าลุมป้าส์ที่ยิ้มได้อยู่คนเดียว คือตัวที่ทำหน้าที่เป็นจิตแพทย์ให้กับ วิลลี่ วองก้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังมีทฤษฎีว่าตัวละครที่หน้าตาเหมือนกันเยอะ ๆ ในหนังมักจะไม่มีอารมณ์เป็นของตัวเอง สังเกตได้จาก อุมป้าลุมป้าส์(ในเรื่องนี้) และ เอเจ้นท์ สมิทธิ์ ในเรื่อง The Matrix – ตอนแบ่งตัวเองเป็นร้อยตัว.... ทุก ๆ ตัวทำหน้าตาและตามอารมณ์เหมือนกันหมด – ไร้ซึ่งอัตตา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงจะเป็นเรื่องราวของโรงงานช็อคโกแลต แต่สาระหาได้อยู่ที่ตัวช็อคโกแลต  แต่มันคือสิ่งที่อัจฉริยะ(ทางการประดิษฐ์)อย่างนาย วิลลี่ วองก้า  ได้เรียนรู้จากเด็กน้อย ชาร์ลี  ความสำเร็จเท่าไรก็ไม่มีความหมาย ถ้าหากขาดสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวมาเติมเต็ม  ชาร์ลีปฏิเสธการได้มาทำหน้าที่บริหารโรงงานช็อคโกแลตอันแสนมหัศจรรย์หากเขาต้องตัดขาดจากครอบครัวตามข้อเสนอของวิลลี่ .... ทำเอาวิลลี่ถึงกับอึ้งไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม หนังก็มีวิธีการคลี่คลายตัวของมันเอง ให้จบแบบ แฮปปี้เอนดิ้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วนี่ก็เป็นตอนประทับใจ ในหนังเรื่องที่แสนประทับใจอีกเรื่องของผม....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์ตกค้างหลังจากเห็นช็อคโกแลตอันละลานตาในหนังทำให้ผมกับอิ๊กโตโร ต้องสั่งขนมปังปิ้งหอมฉุยแผ่นหนา จิ้มช๊อคโกแลต เอามากินหลังดูหนังเสร็จ จิ้มเอา จิ้มเอา อย่างเพลิดเพลิน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วช็อคโกแลตก็กำลังจะทำให้เราตาบอด....จนมองไม่เห็นความจริง (ถึงน้ำหนักตัวที่กำลังขึ้นเอา ขึ้นเอา)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112624677319790280?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112624677319790280/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112624677319790280' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624677319790280'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624677319790280'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/09/blog-post.html' title='ช๊อคโกแลต....ช๊อคโกแลต'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112624654929203262</id><published>2005-09-04T23:14:00.000-07:00</published><updated>2005-09-08T23:15:49.296-07:00</updated><title type='text'>The Gang (and TheHuts)</title><content type='html'>สุดท้ายกระผมก็ถูก(จับตัว) ไปนับรวมกันเป็นแก็งค์กับเค้าจนได้&lt;br /&gt;เป็นแก็งค์ที่เรียน mba ด้วยกัน – และแน่นอน เป็นเด็กวิดวะล้วน ๆ –&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมาชิกมี พี่โชค-พี่ใหญ่ กับพี่ต้น-เสธ. ชาคริต เกียร์26 ,&lt;br /&gt;มีผมเกียร์27,&lt;br /&gt;ไอ้แอม-ประธานฮา ไอ้เก๋-แฮร์รี่ เกียร์ 29&lt;br /&gt;แล้วก็ไอ้พีทกับไอ้(น้อง)ขวัญเกียร์30&lt;br /&gt;เป็นทีมป่วนประเภทชายล้วน(บวกอีกหนึ่งสาวที่เกือบเป็นชาย)ส่งเข้าประกวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตามสไตล์ของเด็กวิดวะคือต้องนั่งหลังห้อง  - ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้เราไม่ได้กำลังเรียนวิดวะ แต่มันก็เป็นความเคยชิน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การ์ตูนเรื่อง โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ผู้ใช้แสตนด์ ย่อมดึงดูดผู้ใช้แสตนด์ด้วยกัน” ฉันใดก็ฉันนั้น  เด็กวิดวะ ย่อมดึงดูดเด็กวิดวะด้วยกัน ผมก็เลยโดนพลังแห่งด้านมืด (dark side of the force) ดึงจากที่นั่งแถวกลาง ๆ ห้องมานั่งหลังห้องด้วยกัน กับไอ้พวกแก๊งค์นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าที่หลักของเราคือแซวเพื่อน ๆ (เวลาพลาด) และแซวอาจารย์(เวลาเผลอ) – อย่าคิดว่าของแบบนี้จะมีแต่ตอน ป.ตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาทำงานกลุ่ม เราก็อยู่กลุ่มเดียวกัน จะว่าเพราะไม่มีกลุ่มไหนรับเราไปเข้ากลุ่มแล้วก็หาไม่ ถึงกับมีบางกลุ่มส่งตัวแทนมาเจรจาขอยืมตัวสมาชิกไปเข้ากลุ่ม นัยว่าความคิดอันแสนจะครีเอทีฟอย่างเราเป็นที่ต้องการของตลาด – แต่เราก็เล่นตัว ไม่ยอมส่งใครไป (ยกเว้นกรณีพี่ต้น ที่อัปเปหิตัวเองไปเพราะหัวใจร่ำร้องหาน้องสาวที่อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ข้อดีของการรวมกลุ่มกันของพวกวิดวะด้วยกันคือ ไม่ต้องเท้าความ พูดมาก เยิ่นเย้อ อารัมภบทให้เหนื่อย อาจารย์ให้งานมาเราก็ทำเลย ไม่ต้องดูอารมณ์ของแต่ละคนในทีม ถ้าไม่พอใจความเห็นของใครก็บอกกันตรง ๆ ไม่ต้องกลัวใครจะงอน เถียงกันด้วยเหตุด้วยผลจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานเสร็จไว พอใจกันทุกฝ่าย – งานเป็นแบบเอามันเข้าว่า....เฮฮากันไว้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกเว้นถ้างานพวกบัญชี หรือ มาร์เกตติ้งมา พวกเราก็อึ้งหมู่ รับประทานเหมือนกัน....จะไปขอยืมตัวพวกบัญชีมาชั่วคราวก็ไม่ได้ เล่นตัวไว้ซะจนพวกเขาหมั่นไส้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ตอนนี้เริ่มเห็นข้อเสียราง ๆ แล้วว่า เพราะพวกเราฮากันมาก งานกลุ่มที่อาจารย์สั่งไว้เป็นชิ้นใหญ่และให้เวลาทำนาน ๆ เลยไม่ค่อยเดิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานที่ว่าคือการคิดค้นสินค้าอะไรขึ้นมาซักอย่าง แล้วก็วางแผนการตลาด (โดยใช้ทฤษฏีที่เรียนมา support)  เหลืออีกสามอาทิตย์ก็จะต้องส่งแล้ว พวกเราก็ยังเอ้อระเหยลอยชายกันอยู่ โปรเจคยังคงเป็นอากาศ  ลอยตุ๊บป่องไปมา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานพี่เอก ชาดิต นัดประชุมเชียร์ผองพี่น้องที่ทำงานบริษัท ด้วยกัน นัยว่าไม่ได้ชนแก้วด้วยกันมานาน (เดี๋ยวข้อมือฝืด ว่างั้น)&lt;br /&gt;พอดีกับพี่โชคกับไอ้แอม แห่งแก๊งขิกคลิ๊กคลิกกรุ๊ป ก็นัดประชุมเชียร์เหมือนกัน ที่วอร์มอัพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่ผมเป็นสมาชิกของทั้งสองกลุ่ม และไม่อยากให้ใครเสียน้ำใจ ....ก็เลยไม่ไปมันซักที่เลย กลับบ้านมา แล้วออกไปซื้อของที่โลตัส แล้วก็กลับบ้านนอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบางครั้ง...การไม่เลือกอะไรเลย ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดกระมัง...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112624654929203262?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112624654929203262/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112624654929203262' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624654929203262'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624654929203262'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/09/gang-and-thehuts.html' title='The Gang (and TheHuts)'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112624618748773091</id><published>2005-08-26T22:50:00.000-07:00</published><updated>2005-09-08T23:09:47.520-07:00</updated><title type='text'>CRASH</title><content type='html'>เป็นหนังอีกเรื่องที่ไปดูแล้วยังไงก็ไม่พูดถึงไม่ได้&lt;br /&gt;จริง ๆ เป็นหนังที่ผมไม่ได้ตั้งใจดูด้วยซ้ำ เกิดลังเลระหว่า ง Crash และ Hidden blade&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนไปดู ไม่ได้รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตัวหนังมากนัก รู้แต่ว่า Crash เป็นหนังที่สะท้อนถึงสังคมที่(ยังมีการ)เหยียดสีผิวกันใน LA สหรัฐอเมริกา ส่วน Hidden blade ก็เป็นหนังซามูไร (ย้อนยุค) ที่คงจะเกี่ยวพันกับความรัก – ซามูไรโรมานซ์ - ว่างั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกลงกันกับอิ๊กโตโร ว่า ถ้าไปถึงหน้าโรงหนังแล้ว เจอเรื่องไหนฉายอยู่ (สะดวกที่สุด) ก็จะดูเรื่องนั้นเลย – ง่ายที่สุดในการตัดสินใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังเอิญว่าเป็น Crash ที่มีรอบฉายเหมาะสมกับเวลาพอดี ก็เลยตกลงเลือกดูเรื่องนี้ - แอบคิดในใจว่าหนังจะต้องเครียดและจบแบบเศร้า ๆ แน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็กลายเป็นว่าเป็นการตัดสินใจดูที่ถูกต้องอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่าตัวหนังดำเนินไปอย่างเครียด ๆ(อย่างที่คิดเอาไว้) แต่ก็ไม่มาก มีมุขขำ ๆ มีอะไรให้ได้คิดคอยสอดแทรกเข้ามาเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังกล่าวถึงเรื่องการเหยียดสีผิว – อาจจะโดยเจตนา และ ไม่เจตนา – ของประชากรในเมืองใหญ่อย่าง  ลอส แองเจลิส  การที่คนเราสีผิวต่างกัน ก็คล้ายจะเป็นการแบ่งชั้นวรรณะ และ “เลือกปฏิบัติ” กับคนกลุ่มนั้นไปเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแน่นอน ว่าการเลือกปฏิบัติ อันนี้ มันก็ย่อมส่งผลกระทบต่อใครหลาย ๆ คน ในหลาย ๆ ทาง และแล้วในท้ายที่สุดมันก็จะมีหนทางย้อนกลับมาหาเราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบบทหนังที่เขียนไว้อย่างสับสน(ในตอนแรก) ที่กว่าจะพูดถึงใครแต่ละคน ที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องกัน แต่สุดท้ายบทก็ขมวดเรื่องราวพาให้พวกเขามาให้เกี่ยวเนื่องถึงกันได้หมด ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหนุ่มใหญ่ผิวขาวที่คอยเหยียดผิวและหาเรื่องคนอื่น – แต่แท้จริงแล้วเขาก็มีความหลังกับคนผิวสีที่ทำให้ชีวิตของพ่อเขาตกต่ำ หรือ ตำรวจหนุ่ม(กว่า) คู่หูที่คอยเห็นใจคนผิวสีที่ตกเป็นเหยื่อของตำรวจคนแรก แต่สุดท้ายก็มีอันต้องพลั้งมือซะเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของหัวขโมยผิวดำ(สองคน) ที่ตั้งปณิธานว่าจะ ปล้น + ขโมยของของคนผิวขาว(รวย ๆ เท่านั้น) แต่ก็ให้บังเอิญต้องมาปล้นคนผิวสีเหมือนตัวเอง แถมยังพาให้เรื่องราวมันบานปลายไปกันใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตาม....แน่นอนว่าเรื่องนี้จบแบบดี ๆ จบแบบที่ทำให้ผมยังอยากมีชีวิตต่อไปบนโลกนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเรื่องราวของอีกหลายคนในตัวหนังที่ก็คงบรรยายเขียนไว้ไม่หมด ได้แต่จำไว้ว่าจะหาโอกาสดูเรื่องนี้อีกที (ถ้าหนังออกเป็นแผ่นแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอีกหนึ่งหนังดี ๆ ที่อยากจะแนะนำให้คนรู้จักไปหามาดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือถ้าไม่มั่นใจ รอให้หนังออกเป็นแผ่นแล้ว ผมจะลงทุนไปซื้อ มาให้คนรู้จักยืมดูก็ได้เอ้า....&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112624618748773091?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112624618748773091/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112624618748773091' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624618748773091'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112624618748773091'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/08/crash.html' title='CRASH'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112476433302551746</id><published>2005-08-22T19:30:00.000-07:00</published><updated>2005-08-22T19:36:17.493-07:00</updated><title type='text'>โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ</title><content type='html'>อีกหนึ่งอาทิตย์อันแสนยาวนานก็ผ่านพ้นไปได้สักที....&lt;br /&gt;ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเหมือนจะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นกันที่น้ำท่วมบ้านผม&lt;br /&gt;เป็นครั้งแรกในรอบสามสิบปี(หรืออาจจะสี่สิบปี - แล้วแต่ที่ใครจะเกิดทัน) ที่น้ำท่วมเชียงใหม่ขนาด บ้านผมที่น้ำไม่เคยท่วมถึงไม่ว่าฝนจะตกหนัก หรือ ตกติดต่อกันนานขนาดไหน อย่างดีมันก็แค่มาปริ่ม ๆ หน้าบ้าน&lt;br /&gt;แต่ในปีนี้ ในวันที่ฟ้าใส อากาศดี ๆ นี่แหละ - ก็มีน้ำท่วมเข้ามาถึงในห้องนอนลึกถึงเข่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่แล้ว วันฟ้าใสที่ผมขับรถออกไปเรียนหนังสือตอนเช้า อย่างปกติ แต่พอเกือบ ๆ สี่โมงเย็น น้องสาวก็โทรมาบอกว่าเลิกเรียนแล้วให้รีบกลับมาบ้าน ช่วยกันเก็บข้าวของหนีน้ำ ผมเงยหน้ามองฟ้า ท้องฟ้าใส ไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่น่าที่น้ำจะท่วมได้ แต่ก็รีบขับรถกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาเพื่อจะพบว่าถนนแถวบ้าน นองไปด้วยน้ำหมดแล้ว น้ำขึ้นสูงจนผมกลัวว่าเครื่องยนต์มันจะดับไปซะก่อนที่จะถึงบ้าน – แต่สภาพแถวบ้านน้ำก็สูงจนไม่กล้าจะจอดรถ ผมต้องขับเลยไปอีกหน่อยจนถึงที่ดินข้างหมู่บ้านที่เขาถมเอาไว้สูง ๆ – จอดรถ ถอดถุงเท้า รองเท้า พับขากางเกง แล้วก็เดินลุยน้ำกลับเข้ามาที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเริ่มเข้ามาในบ้านแล้วตอนนั้น แต่ยังอยู่ในระดับตื้น ๆ ไม่เกินตาตุ่ม แต่แค่นี้ก็ทำให้เราตกใจแล้ว เพราะอย่างที่เขียนไว้ข้างบน – น้ำไม่เคยเข้ามาในบ้านเราได้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะกี่ปีกี่ปีที่ผ่านมา - แล้วมันก็ทำให้เราได้ใจ ไม่ได้เตรียมถุงทราย เอาไว้มากพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะผมง่วนกับการขนกองหนังสือ (สมบัติอันมีค่า) ที่กองอยู่กับพื้น ไปไว้บนชั้นสูง ๆ แล้วก็วิ่งข้ามไปหน้าบ้านพยายามเรียงถุงทราย หันกลับมาดูอีกที ระดับน้ำก็เลยข้อเท้าขึ้นมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างกำลังง่วนเก็บของ ก็มีโทรศัพท์ของเพื่อน ๆ ผม และเพื่อน ๆ พ่อ โทรเข้ามาถามไถ่เรื่องน้ำท่วมบ้าน (ข่าวไปเร็วมาก) น่าตื้นตันมาก แต่การวิ่งรับโทรศัพท์มันก็ทำให้เราเก็บของได้ช้าขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีสายหนึ่งมาจากเจี๊ยบ (ยุพราช) โทรมาถามเรื่อง set up computer คุณเจี๊ยบเธอไม่ได้รู้เรื่องราวความเป็นไปของโลกเลย ได้แต่อธิบายเรื่อง set up ให้เจี๊ยบฟังคร่าว ๆ และบอกว่าจะโทรกลับ(หลังน้ำลดแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเข้ามาในบ้านสูงจนจึงระดับปลั๊กไป เราเลยจำเป็นต้องสับคัตเอาท์ลง เพื่อความปลอดภัย เช็คดูแล้ว ในบ้านเหลือเทียนไขไม่มากเท่าไหร่ แล้วด้วยความยุ่ง ๆ ก็เลยหาไฟฉายไม่เจอ ฟ้าก็ครึ้ม ๆ มืด ๆ ลงทุกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็เลยต้องเดินลุยน้ำออกจากบ้าน –พร้อมกับร่มอีกหนึ่งคัน เผื่อไว้- ไปหาซื้อเทียนไข ไฟฉาย (และอื่นๆ) เดินออกมา ยิ่งห่างออกจากบ้าน น้ำก็ยิ่งขึ้นสูงขึ้นทุกที จากน่อง เป็นหัวเข่า แล้วก็ถึงเอว เมื่อเดินมาถึงโรงพยาบาลแม่และเด็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำไหลแรง และ ข้นเพราะมันหอบเอาเศษดินมาด้วยจนเป็นสีเหลืองนวล (คล้ายชาซีลอนเวลาเราใส่นมเข้าไปเยอะ ๆ) แต่น้ำสีชานมนี้มันไม่น่าพิสมัยเลย เพราะมันทำให้เราเดินไปข้างหน้าด้วยความยากลำบาก (มาก ๆ) ระยะทางไม่กี่ร้อยเมตรต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการเดินฝ่าไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกตัวเองเหมือน ซาโตชิ ในการ์ตูนเรื่องผู้รอดตาย มีผู้ร่วมอุดมการณ์ เดินหอบข้าวหอบของลุยฝ่าน้ำ ประปราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่าง เดิน ๆ อยู่ รู้สึกเหมือนมีอะไรลื่น ๆ ยาว ๆ ลอดผ่านขาผมไป พยายามปลอบใจตัวเองว่ามันคงเป็นแค่ถุงพลาสติก....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าจะเดินลุยน้ำพ้นน้ำออกมาถึงที่สูงและแห้ง ฟ้าก็มืดแล้ว บรรยากาศที่เชิงสะพานข้ามแม่น้ำแม่ข่าตอนนั้นคล้าย ๆ เป็นกึ่ง ๆ ศูนย์อพยพผู้ลี้ภัย มีคนเข็นมอเตอร์ไซค์หลายคันไปจอดหลบน้ำข้างบนคอสะพาน มีการเปิดไฟสปอร์ตไลท์สีเหลือง ส่องไปทางถนนที่น้ำท่วม มีรถเข็นมาขายของจำพวก ซาลาเปา ไส้กรอกย่าง แล้วก็มีคนมามุงดูน้ำท่วม – รวมถึงมุงดูคนเดินลุยน้ำท่วมอย่างผมเดินออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แต่คิดว่า นี่เรากำลังอยู่ในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่หรือเปล่า?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินเลยสะพานไปอีกหน่อย ที่น้ำแห้ง ผมแวะไปเปิดห้องไว้ที่โรงแรมแถวนั้นหนึ่งห้อง กะว่าถ้าน้ำมันยังขึ้นอีกก็จะชวนที่บ้านลุยน้ำออกมานอนที่โรงแรมนี่แหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็แวะซื้อ เทียนไข ไฟแช็ค ไฟฉายพร้อมถ่าน น้ำดื่ม รวมถึงข้าวผัดอีกห้าห่อ (เผื่อไอ้กี้ หมาที่บ้านด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็หอบของเหล่านี้พะรุงพะรัง เดินลุยน้ำกลับมาที่บ้านอีกรอบ ขากลับนี้ไม่ต้องเดินต้านน้ำ ทำให้เดินสะดวกกว่าเดิม แต่ก็เพราะ ข้าวของพี่พะรุงพะรังทำให้เดินลำบากเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาถึงบ้าน ถุงทรายที่มีมากั้นหน้าบ้านไม่ได้ช่วยอะไรเลย น้ำไหลเข้ามาในบ้าน ห้องนอน ห้องน้ำ และ ทุก ๆ ที่ที่มันจะสามารถเข้าไปได้ ตอนนี้ ระดับน้ำในบ้านสูงถึงเข่าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรานั่งที่โต๊ะหน้าหน้าบ้าน เอาไอ้กี้มาผูกไว้กับตั่งไม้ที่น้ำคงจะท่วมไม่ถึง จุดเทียน แล้วก็ล้อมวงกินข้าว นับเป็นมื้อที่โรแมนติกมาก กินข้าวใต้แสงเทียน มีเสียงน้ำไหลคลอมาด้วย และมันจะโรแมนติกยิ่งกว่านี้ถ้าเท้าของเราไม่ได้กำลังแช่น้ำอยู่ – ด้วยความเหนื่อยผมกินข้าวไม่ลง เลยยกให้ไอ้กี้ หมาแก่มันจัดการแทน (น้องสาวมาบอกทีหลังว่าข้าวผัดไม่อร่อยมากถึงมากที่สุด - แต่มันก็กินจนหมด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตรวจดูในบ้านจนเรียบร้อยว่าเก็บของไว้เรียบร้อยแล้ว ผมก็ชวน พ่อ น้องสาว และยาย เดินฝ่าน้ำออกไปนอนที่โรงแรมที่จองเอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาคือยายไม่ยอมไปเพราะจะอยู่เฝ้าบ้าน และ เป็นห่วงหมา (อีกอย่างผมลืมนึกไปว่าแกอาจจะฝ่าน้ำท่วมออกไปไม่ไหว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่โรงแรมก็จองไว้แล้ว ก็ได้แต่พาพ่อ กับน้องสาวลุยน้ำออกไปที่โรงแรม แล้วผมก็ย้อนกลับมาที่บ้านนอนเฝ้าบ้านเป็นเพื่อนยายอีกทีนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำขึ้นมาปริ่ม ๆ ที่ขอบเตียง แต่ด้วยความเหนื่อยผมก็หลับไปได้ในตอนเกือบตีหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตื่นมาตอนเช้าเกือบ ๆ หกโมง ก็ลุยน้ำออกไปที่โรงแรมเพื่อที่จะไปอาบน้ำ ระหว่างทางโทรไปหาหัวหน้าเพื่อลางาน – พยายามเดินให้มีเสียงน้ำดังลอดเข้าไปในโทรศัพท์ เป็น sound effect เพื่อยืนยันว่าน้ำท่วมบ้านผมจริง ๆ นะ หัวหน้ามีการถามว่าผมจะทำงานจากที่บ้านได้หรือเปล่า (ปีที่แล้วผมทำอย่างนี้ เพราะน้ำท่วมถนน แต่ไม่เข้าถึงบ้าน) ผมได้แต่บอกไปว่าปีมันแย่ของแย่ที่สุดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงโรงแรมก็เปลี่ยนเวรกับพ่อ พ่อกลับไปดูที่บ้านต่อ ส่วนผมก็อาบน้ำแล้วก็นอนต่อจนเกือบสิบโมงจึงค่อยลงมาเช็คเอาท์แล้วซื้อข้าวกลับเข้าบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาถึงบ้านอีกที น้ำก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ผมเริ่มเป็นกังวลเพราะจะมีลูกค้ามา audit โรงงานวันพฤหัสนี้แล้ว ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ถ้าพรุ่งนี้ผมยังไปทำงานไม่ได้ มีหวังแย่แน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กังวลไปก็ใช่ที่ ระหว่างไม่มีอะไรทำ ผมก็ออกเดินลุยน้ำสำรวจไปอีกทางของถนน เผื่อจะมีทางไหนที่น้ำท่วมน้อยกว่า แล้วจะได้ลุยน้ำออกไปทำงานวันรุ่งขึ้นได้ (หรือพายายลุยน้ำที่ตื้นๆ ไปหาโรงแรมพักอีกคืนได้) แต่ปรากฏว่าอีกทางที่เหลือน้ำกลับยิ่งท่วมสูงกว่าทางที่ผมไปมาเมื่อคืนนี้ซะอีก คือสูงขึ้นมาถึงท้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างเดินไปก็เจออะไรแปลก ๆ มีคนไปเอาเรือพาย (มาจากไหนก็ไม่รู้) ออกมาพายเล่น มีเด็ก ๆ นั่งเล่นวักน้ำกันอย่างสนุกสนาน บางคนก็ไปขนเอากะบะผสมปูน(ใหญ่ ๆ) มาทำแทนเรือ จุคนได้สามสี่คน พายออกมาเล่นเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เด็ดที่สุดก็เห็นจะเป็นเอาอ่างอาบน้ำไฟเบอร์กลาส มาทำเป็นเรือ – คนเราเวลาคับขันก็เอาอะไร ๆ มาประยุกต์ได้ดีเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนเอาเหล้าออกมาตั้งวงกินกัน เปิดเพลงเต้นประชดน้ำท่วมก็มี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนก็เอากล้องวีดีโอ ออกมาถ่ายบันทึกเหตุการณ์(อันน่าจดจำ?) นี้เอาไว้ก็มี แถมยังมาถ่ายผมติดเอาไปอีกแน่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินผ่านแถวบ้านขวัญ(ยุพราช) ก็เลยลองโทรเข้าไปถาม ปรากฏว่าบ้านขวัญก็ไม่รอดเหมือนกัน น้ำท่วม ตอนนี้กำลังเฝ้าเครื่องสูบน้ำอย่างเอาเป็นเอาตาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาถึงบ้านเพื่อจะถามว่าคืนนี้ไปนอนที่ไหนกันหรือเปล่า ถ้าน้ำยังไม่ลด แต่ทุกคนลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าคืนนี้จะนอนที่บ้าน แล้วทุกคนก็ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์(อีกเช่นกัน) ให้ผมออกไปหาที่นอนข้างนอก (อาศัยบ้านเพื่อนนอน) เพราะว่า น้ำท่วมแล้วที่นอนไม่พอ และ ผมจะได้ขึ้นรถไปทำงานได้สะดวกในวันรุ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แต่เก็บข้าวของใส่กระเป๋าเป้ แบกร่มอีกหนึ่งคัน(เผื่อฝนตก) แล้วก็เดินลุยน้ำออกมาอีกรอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินออกมาถึงแถว ๆ คูเมืองด้านใน เหมือนโลกลำเอียง เพราะตรงนี้ถนนแห้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเดินต่อไปถึงแถว ๆ ดวงกมล โทรบอกไอ้เจมส์ให้มันช่วยขับรถมารับหน่อย แล้วก็โทรหาไอ้ก่อขอไปอาศัยมันนอนคืนนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้เจมส์แวะมารับพร้อมกับไอ้ดุ๊ก พวกมันดูสารรูปผมแล้วก็หัวเราะ บอกว่านี้แหละเครื่องแบบของมนุษย์บ้านน้ำท่วม (ผมใส่เสื้อเชิ้ตผ้าลินินยับ ๆ สีน้ำตาล- ที่แห้งไวมาก กางเกงผ้าสังเคราะห์ขาสั้นสีเดียวกับเสื้อ รองเท้าแตะ สะพายเป้ใบโตไว้ข้างหลัง แถมถือร่มอีกคันหนึ่ง หัวกระเซิง) ดูเผิน ๆ เหมือนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผิดกันแค่ว่านักท่องเที่ยวเขาไม่ถือร่มแบบผมก็เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปนั่งเล่นที่ออฟฟิศ(บูดๆ) ของไอ้เจมส์ทั้งบ่าย คอยโทรกลับไปเช็คสถานการณ์ที่บ้าน และเล่นเนตฆ่าเวลาจนถึงเย็น (เผลอหลับไปด้วย) ไอ้ก่อแวะมารับไปทิ้งไว้ที่หอมัน ให้ผมอาบน้ำ ระหว่างที่มันออกไปหาแฟน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทรกลับไปถามสถานการณ์ที่บ้านอีกทีตอนสามทุ่ม น้ำลดเป็นปกติแล้ว ตอนนี้กำลังเก็บกวาดกันอยู่ โชคดีไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ของวันน้ำท่วมก็จบลงเท่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(มีเรื่องราวต้องบันทึกอีกเยอะ ... แต่วันนี้เหนื่อย + เมื่อยมือแล้ว)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112476433302551746?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112476433302551746/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112476433302551746' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112476433302551746'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112476433302551746'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/08/blog-post_22.html' title='โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112354820404667231</id><published>2005-08-08T17:41:00.000-07:00</published><updated>2005-08-08T17:43:24.046-07:00</updated><title type='text'>ตาสว่าง (แล้วมั้ง)</title><content type='html'>เมื่อหัวค่ำนี้เอง น้องที่ทำงานคนหนึ่งโทรมาหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้มันโทรมาเล่าเรื่องของมันให้ผมฟังบ่อยมาก ส่วนนึงคงเป็นเพราะว่าพวกเพื่อน ๆ (ที่สนิท ๆ)ของมันลงไปทำงานแถว กทม หรือ ระยองกันหมดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกส่วนคงเป็นเพราะว่ามันเป็นคนลามปามชอบเข้ามาเทียบรุ่นกับผม หรือไม่ก็เป็นเพราะผมที่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ซะที ลดตัวลงไปเฮฮา กับพวกมันอยู่เนือง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้มันโทรมาเล่าเรื่องพ่อของมันให้ฟัง – หลังจากที่พาไปตรวจที่พิษณุโลกมาแล้วรอบนึง พามาตรวจที่สวนดอกอีกสองรอบ – ก็ได้ผลออกมาว่า พ่อของมันเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำเหลือง ระยะที่สอง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมฟังแล้วอึ้ง เพราะจากที่มันเล่าให้มันฟังคราวก่อน หมอตรวจแล้วไม่เจออะไร แต่ก็ขอตรวจเพิ่ม – ตอนนั้นผมให้กำลังใจมันไปว่าคงไม่เป็นไร อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ที่พิษณุโลกอาจจะตรวจผิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในเมื่อผลมันออกมาเป็นอย่างนี้ ก็ต้องยอมรับผลตรวจไป – แต่ระยะที่สองก็หมายความว่ายังพอรักษาได้ แต่ต้องมารักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อยสี่เดือน นั่นคือสี่เดือนนับจากนี้ มันคงต้องคอยขับรถ ขึ้นลง เชียงใหม่ – อุตรดิตถ์ อาทิตย์ละครั้งเพื่อรับพ่อขึ้นมาตรวจที่สวนดอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีที่พ่อมันเป็นข้าราชการ เลยแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรในการรักษา แล้วก็ดูเหมือนว่าพ่อมันจะมีกำลังใจดีมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกมันปรึกษาผมว่าลาออกจากงานดีหรือเปล่า จะได้มาดูแลพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่เห็นด้วย เพราะข้อแรก มันจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ แล้วอีกข้อคือถ้าลาออกมันจะไม่ยิ่งทำให้พ่อมันกลุ้มใจเรื่องมันรึเปล่า ด้วยงานที่มันทำอยู่ตอนนี้ กับนิสัยของหัวหน้า ผมคิดว่าหัวหน้าของมันน่าจะเข้าใจ ถ้ามันจะต้องลาหยุดบ่อยขึ้นเพื่อไปรับพ่อมาตรวจ  -  อย่างแย่ที่สุดก็คือขอแลกวันหยุดโดยมาทำงานวันเสาร์เพิ่มอีกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็ได้แต่รำพึงให้ผมฟัง “ชีวิตตอนยี่สิบห้า (เบญเพส) นี่มันวุ่นอย่างนี้กันทุกคนเลยนะพี่….”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมฟังแล้วสะอีก...ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้เอง ผมก็รำพึงรำพัน คล้าย ๆ อย่างนี้กับตัวเอง (และบันทึก) รำพึงรำพัน ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมรักได้เดินจากไป – แค่นั้นเอง – เรื่องของผมมันเป็นแค่ยิ่งกว่าก้อนขี้เล็บถ้าเอาไปเทียบกับไอ้น้องคนนี้  แค่ลองคิดว่าถ้าผมต้องตกอยู่ในสถานะเดียวกันกับมัน....รู้สึกอายตัวเอง....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนคลับคล้ายว่าจะตาสว่างขึ้นมาแว่บหนึ่ง – เรากำลังละเลยคนที่รักเรา(อย่างไม่มีวันหมด) ไปโศกเศร้ากับคนที่เค้าไม่ได้รักเรา ???&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยทดสอบตัวเอง...ด้วยการโทรไปหาเธอซะเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ได้คุย คุยด้วยเรื่องเรื่อยเปื่อยราว ๆ ยี่สิบนาที เธอก็ขอตัววางหู – ไม่มีน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ตอนวางหู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอวางหูแล้ว คราวนี้ผมกับรู้สึกฉย ๆ ไม่ได้เดือดร้อน เป็นทุกข์ ฟูมฟาย เหมือนครั้งก่อน ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชีวิตนี้มันสั้นนัก มีความสุขกับคนที่รักเราตอนที่ยังมีเวลาดีกว่าไปโหยหาความรักจากคนที่คงจะมอบให้เราได้แต่ความเศร้า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้ว่าผมยังตัดใจจากเธอไม่ได้ บางทีอีกสักสามสี่วัน หนึ่งอาทิตย์ หรือสักพักหลังจากนี้ ผมอาจจะมาฟูมฟายด้วยเรื่องของเธอกับบันทึกนี้อีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมทำ book mark ของหน้านี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ... แล้วถ้าวันไหนผมฟูมฟายกลับมาด้วยเรื่องนี้อีก ผมก็จะเข้ามาอ่านสิ่งที่ผมเขียนเอาไว้เองอีกครั้ง  - และคราวนี้ อาการมันก็คงจะหายไปอย่างรวดเร็ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112354820404667231?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112354820404667231/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112354820404667231' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112354820404667231'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112354820404667231'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/08/blog-post_08.html' title='ตาสว่าง (แล้วมั้ง)'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112354802702786361</id><published>2005-08-08T17:39:00.000-07:00</published><updated>2005-08-08T17:40:27.036-07:00</updated><title type='text'>วันหยุดอีกหนึ่งวัน</title><content type='html'>เผลอแผล่บเดียว ก็ผ่านไปอีกแล้วเกือบสองอาทิตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไร อะไรในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมาช่างเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างแรก วิชาที่ต้องอาศัยทรัพยากรมากที่สุด (ทรัพยากรที่ว่าคือ เวลา เงินทอง ความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็  “ความอดทนต่อแรงกดดันทางอารมณ์” – รึเปล่า) อย่าง ตัว Management &amp; Organization Behavior ก็สิ้นสุดลงไปซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสอบกันไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (ด้วยความทรุดโทรม) แล้วก็มาพรีเซนต์โปรเจค (งานกลุ่มกัน) ในอาทิตย์นี้&lt;br /&gt;โปรเจคที่ว่าคืออาจารย์แบ่งกลุ่มให้ แล้วให้ไปสัมภาษณ์ลักษณะเด่นของในแต่ละองค์กร แล้วก็เอามาทำเป็นรายงานพร้อมนำเสนอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โจทย์ง่าย ๆ อย่างนี้แหละ ที่มันกำกวมซะจนทำให้เราต้องทำงานกันรอบแล้ว รอบเล่า  แก้กันแล้วแก้กันอีก เปลี่ยนหัวข้อเรื่อง นัดสัมภาษณ์ใหม่ กว่าจะมาลงเอยกันที่เรื่อง “วัฒนธรรมองค์กรของ เอ ไอ เอส”  แม้จะได้คนสัมภาษณ์ที่เค้ายินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องแก้เค้าโครงเรื่องกันใหม่ ให้เป็น สเต็ป ตามหลักการ อ่านแล้วไม่รู้สึกติด ๆ ขัด ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแค่นี้ทำให้พวกเราต้องใช้เวลาตั้งแต่ทุ่มครึ่งถึงเกือบเที่ยงคืน อย่างน้อยสามวันต่อสัปดาห์ ติดต่อกันเป็นเวลาสามอาทิตย์ (หยุดแยกย้ายกันไปอ่านหนังสือสอบหนึ่งอาทิตย์) อะไร ๆ ถึงจะลงตัว สิ่งที่ยากอาจจะไม่ใช่แค่เนื้อหา แต่มันเป็นการที่ทำอย่างไรจะดึงเอาความสนใจของทุกคนในกลุ่มเข้ามาร่วมกัน ร่วมแชร์ไอเดียด้วยกันได้ – โดยเฉพาะเมื่อทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกันคือ สมาชิก ไม่มีหัวหน้า และลูกน้อง เราไม่สามารถชี้นิ้วสั่งใครให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ได้ ช่วงแรกอึดอัดใจมากที่ต้องคอยเอาใจให้คนหลาย ๆ คน (รวมทั้งเอาใจตัวเองไม่ให้หลุดว๊าก อะไรออกมา – แต่แน่นอน บางทีมันก็มีหลุด ขอโทษนะครับ พี่ ๆ น้อง ๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สุดท้าย – ชิ้ง – เราก็เข้ากันได้ รายงานเสร็จ ส่งอาจารย์ ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน (หนึ่งวันก่อนสอบ) แล้วอาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็มาเตรียมพรีเซนเตชั่นกัน และแล้วเมื่อเสาร์ที่ผ่านมาทุกอย่างก็จบลงด้วยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานก็เลยเป็นวันหยุด(ที่หาได้ยาก) อีกหนึ่งวัน แล้วผมก็ใช้มันไปกับการนอนอเนกเขนกอ่านนิยายที่ซื้อมาคั่งค้างเอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Deception Point (แผนลวงสะท้านโลก) ของ แดน บราวน์ นิยายที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหนังแอ๊คชั่น (เอาใจตลาด) เรื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า แต่มันขาดความ “คลาสสิค” ที่มีอยู่ใน Davinci code หรือ Angels &amp; Demons จังหวะมันลงตัวเกินไป อีกอย่างดูเหมือนว่าเค้าชอบเอาตัวร้าย(จริงๆ ของเรื่อง) มาโผล่ซะตั้งแต่แรก มันเลยทำให้ผมอ่านไป แล้วก็อดจะเอาว่าใครที่เป็นตัวร้าย(จริง ๆ ของเรื่อง) ได้อย่งาไม่ค่อยผิด – แต่ก็อย่างว่า ผมอาจคิดไปเอง – อาจจะคุ้นเคย(และชื่นชอบ) กับสำนวนการแต่งของเขาในนิยายที่มีองค์ประกอบของอะไรที่มันโบราณ ๆ มากกว่าจะชอบการเขียนที่อิงทางเทคโนโลยี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือว่าเพราะเราเรียนมาทางสายเทคโนโลยีก็เลยไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกเรื่องหนึ่งที่พยายามเอามาอ่านให้จบ ๆ ไปคือเรื่อง แบรนด์ (Brand) นิยายโดยคนไทย นามว่า วิสิทธิ์ โพธิวัฒน์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ องค์กรเกี่ยวกับร่างทรงที่ดูเหมือนว่าจะมีอำนาจเหนือจิตใจของประชาชนในเมืองหนึ่ง (ที่สมมติว่าอยู่ในประเทศไทย) มากขึ้นทุกที ๆ มีการติดป้ายโฆษณาทั่วทุกมุมเมือง จ้างบริษัทโฆษณามาทำโฆษณาออกทีวี จนประมาณกันว่ามีสาวกกันเป็นล้าน ๆ คน ซึ่งจริงๆ  แล้วสิ่งที่หนังสือพยายามบอกมาคงจะเป็นเรื่องที่ว่าทุกวันนี้คนเราใช้อะไรในการพิจารณาซื้อของ “ตัวสินค้า” หรือ “แบรนด์”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนจบของหนังสือไม่ได้จบในเชิงวิทยาศาสตร์ (อย่างที่ผมคิดว่ามันน่าจะจบแบบนั้น) มีหักมุมแบบแปลก ๆ แต่โดยรวมก็เป็นหนังสือที่ดี (หรือเพราะช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้อ่านนิยายไทย ) ปูทางมาดี กระชับ มาเนิบ ๆ ตอนค่อนเรื่องหลัง แล้วก็เหมือนกับจะเร่งให้จบตอนท้าย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูเหมือนว่าเขา(คนเขียน)จะเป็นคนทำโฆษณามาก่อน ก็เลยคุ้นเคยทฤษฎีด้านนี้ (การทำโฆษณา)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แปลกที่เขามักจะเอาชื่อ “แบรนด์” เข้ามาต่อท้ายสินค้าที่โผล่มาในหนังสือของเขาเสมอ เช่น ถ้าบอกว่านางเอกกำลังสระผมก็ต้องเป็น คลินิก หรือ นางเอกเปิดคอมพิวเตอร์ แอปเปิล อะไรทำนองนั้น - เข้าใจว่าเป็นนโยบายของคนเขียนที่จะเน้นถึงความสำคัญของ “แบรนด์” ต่อคนอ่าน มากกว่าจะเป็นโฆษณาแอบแฝง (แบบปัญญาอ่อน) มาในหนังสือของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านหนังสือเสร็จแล้ว ก็ออกไปเช่าหนังมาดู อีกสองสามเรื่อง ช่วงนี้อยากดูหนังแอ๊คชั่น บู๊ล้างผลาญ ก็เลยได้ Desperado ไอ้ปืนโตทะลักเดือด  กับ Kill Bill Volume 1 มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอบขำตัวเองนิดหน่อยที่ดู ๆ เรื่อง Kill Bill อยู่แล้วแผ่นก็กระตุก – ต้องบอกตัวเองว่าใช้ CD Drive ยี่ห้อ acer ไม่ใช่ Soken – อ่านได้ทุกแผ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหลือเรื่อง  Lawrence of Arabia ที่ยังไม่ได้ดู หนังยาวสี่แผ่น คิดว่าต้องรีบดูให้จบในเร็ววัน เพราะผมชักจะเข็ดกับการจ่ายค่าปรับแพง ๆ ซะแล้วสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้มาเขียนบันทึกซะนาน ดูเหมือนจะมีเรื่องมาเขียนเยอะซะเหลือเกิน – เผื่อเอาไว้วันหน้า – เรื่องอะไรที่บ่น ๆ เอาไว้วันนี้มันอาจจะเป็นแค่ “สิ่งที่เคยไม่สะดวก” สำหรับผมในวันนั้นก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งนึกถึงเหตุผลที่ไม่ได้มาเขียนบันทึกซะนานอีกข้อหนึ่งได้ก็คือ เนื่องมาจากการ์ดจอที่ออกอาการกระเสาะกระแสะ อ่อนแอมานาน (แต่ผมก็ยังทู่ซี้ใช้มันอยู่ แล้วแก้ปัญหาด้วยการ รีสตาร์ท) มันได้เวลาลาจากโลกไปซะที อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้คอมของผมไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เปิดเครื่องมามีโลโก้วินโดวส์ แล้วก็ค้างไว้อย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่ยุ่ง ๆ กับเรื่องรายงาน เรื่องสอบ (และแน่นอนเรื่องงานที่ทำงาน) ผมก็เลยไม่ได้ทำอะไรกับมัน ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเป็นอาทิตย์  จนสอบเสร็จค่อยมีเวลาไปเดินตระเวนหาการ์ด ตัวใหม่มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างที่เคยบันทึกไปในวันก่อน ๆ ว่ามีผู้รู้ แนะนำว่า การ์ด AGP4x ก็สามารถนำมาใส่ที่ slot AGP1X (บูด ๆ) ของผมได้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็มีผู้รู้(อีกท่าน)แถวร้านคอมบอกว่าเดี๋ยวนี้การ์ดจอรุ่นที่ขาย ๆ กันอยู่ส่วนใหญ่จะเป็น AGP8X หมดแล้ว ซึ่งมันก็ใช้กับ เมนบอร์ดของผมไม่ได้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางเลือกสุดท้ายคือต้องไปเดินหาการ์ดจอมือสอง (ที่เค้าเอามาแยกขาย) – บังเอิญไปเจอการ์ดมือสองรุ่นราวคราวเดียวกับตัวเก่าของผม  (ปีเดียวกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่ว่ามันมี RAM ติดมาให้เพียง 16 MB เทียบกับตัวเก่าของผมที่มี 32 MB – แต่เมื่อเทียบกับราคา 250 บาท และความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ของผมอย่างเร่งด่วนแล้ว คุ้มค่า คุ้มค่า (ยิ่งผมเป็นคนไม่ค่อยเล่นเกมคอมด้วยแล้ว ช่วงนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอากลับมาบ้าน ถอดการ์ดตัวเก่าออก ใส่ตัวใหม่(ที่จริง ๆ เป็นตัวเก่ามาจากร้าน)เข้าไป แล้วเปิดเครื่อง - ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด – เครื่องกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม ไม่ต้องแม้กระทั่งลงไดรเวอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คอมพิวเตอร์ตัวเก่งฟื้นคืนชีพ แล้วก็เลยได้มานั่งเขียน(พิมพ์)บันทึก (พร้อมกับฟังเพลง) อย่างมีความสุขอยู่อย่างนี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112354802702786361?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112354802702786361/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112354802702786361' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112354802702786361'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112354802702786361'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/08/blog-post.html' title='วันหยุดอีกหนึ่งวัน'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112234009485951723</id><published>2005-07-24T18:06:00.000-07:00</published><updated>2005-07-25T18:08:14.866-07:00</updated><title type='text'>มันคือ "ปัญหา" หรือ "ความไม่สะดวก"?</title><content type='html'>แปลกที่คนเราทุ่มเทเวลาที่มีค่าทั้งวัน และทุกวันไปทำงานหาเงิน&lt;br /&gt;แล้วก็เอาเงินที่ได้มาเสียไปในการฆ่าเวลาในวันว่างที่ไม่ต้องทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนวันศุกร์ที่ผ่านมา....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเพิ่งมีวันว่างจริง ๆ ในรอบสามเดือนที่ผ่านมา วันที่ไม่ต้องทำงาน แล้วก็ไม่ต้องเรียนหนังสือ (รวมถึงอ่านหนังสือ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ผมทำในวันว่างอันสุดแสนจะหายากนี้คือการตะลอนไปกับไอ้ก่อ แล้วก็ไปจบลงด้วยการนั่งแช่อยู่ที่ร้านกาแฟทั้งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นร้านกาแฟของเพื่อนรุ่นเดียวกับเจี๊ยบ(เพื่อนก่อ) แล้วก็บังเอิญน้องเจ้าของร้านคนนี้มันก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับไอ้กานต์เพื่อนผม - ก็ร้านมันตั้งอยู่ตรงหน้าบ้านไอ้กานต์นั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าโลกมันกลม หรือ เชียงใหม่มันแคบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านตกแต่งแบบเรียบ ๆ แต่น่ารัก จนคนที่เกิดมาจน ๆ อย่างผมอดอิจฉาไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สั่งกาแฟมาคนละแก้ว นั่งพลิก ๆ หนังสือ คุยกันด้วยเรื่องเรื่อยเปื่อย - เกี่ยวกับธุรกิจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังคบคิดแผนการใหญ่จะเปิดร้าน(อะไรซักอย่าง) มีหุ้นส่วนเป็น ผม ไอ้ก่อ ไอ้มุย พี่เอก .. ตอนนี้คิดได้แค่อยากเปิดร้านเช่าการ์ตูน เพราะพวกเราทุกคนเป็นพวกชอบอ่านการ์ตูน - อย่างน้อย ถึงไม่มีลูกค้า เราก็อ่านของเรากันเอง ไม่เน่าไม่เสีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นับเป็นก้าวแรกของบริษัทชั้นนำของโลกในอนาคต "ชากรุ๊ป" (ชา - เอามาจากชื่อพี่เอก ชาดิต ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่) คิดไว้ว่าเรา  “ชากรุ๊ป” - คงเทียบเคียงกับ "ชินคอร์ป" ได้ในไม่นาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหามีอยู่เพียงสองข้อคือ ทำเลและเงินทุน (ซึ่งตอนนี้เราไม่มีซักอย่าง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยต้องมานั่งละเลียดกาแฟปรึกษากันไปพลาง ๆ แล้วก็เลยหมดเวลาไปอีกหนึ่งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้มีน้องที่ทำงานกำลังสับสนกับชีวิต – เกี่ยวกับหน้าที่การงาน&lt;br /&gt;การมาทำงานประจำซ้ำ ๆ กัน เจอปัญหาเรื่องเดิม ๆ ปัญหาจากผู้ร่วมงานที่ดูเหมือนจะแก่แต่อายุ ลักษณะงานน่าเบื่อ ๆ อย่างนี้ ทำให้เกิดความคิดจะหางานใหม่  - ติดด้วยข้อแม้ที่ว่าแฟนมันก็อยู่ที่นี่  ถ้าหางานใหม่ที่อื่น ความสัมพันธ์ก็คงดำเนินไปลำบาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคับข้องใจของมันกลับตอบได้ด้วยคำถามที่ว่า “นี่เป็นปัญหา หรือแค่ความไม่สะดวก?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นข้อเขียนของ โรเบิร์ต ฟูลกัม ที่มันบังเอิญไปอ่านเจอ แล้วเอามาเล่าให้ผม (ผู้ซึ่งก็เคยอ่านแล้ว แต่ก็ลืมไปแล้ว)ฟัง&lt;br /&gt;ก็เลยต้องกลับมาคิดว่าสิ่งที่เรารู้สึกลำบากที่จะทนในทุก ๆ วันนี้ จริง ๆ แล้วมันเป็น “ปัญหา” หรือ แค่ “ความไม่สะดวก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างเรื่องของน้องคนนี้ ถือเป็นความไม่สะดวกที่มีผู้ร่วมงานที่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ แต่ ถ้ามันตกงาน หรือได้รับอุบัติเหคุร้ายแรงต่างหากนี่คือปัญหา – คิดได้อย่างนี้ก็ทำให้มันสบายใจขึ้น(มาอีกหน่อย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ย้อนกลับมาดูตัวเอง การที่ผมเลิกงานแล้วต้องนัดกับเพื่อนที่เรียนมาเจอกันแล้วทำรายงานกันต่อถึงห้าทุ่มเที่ยงคืน  ไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหน จริง ๆ แล้วคงเป็นแค่ “ความไม่สะดวก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่วันเสาร์-อาทิตย์ ก็ต้องออกไปเรียน แทนที่จะได้ไปเที่ยวไกลๆ ตามที่คนอื่น ๆ เค้ามาชวน มันก็คงเป็นแค่ “ความไม่สะดวก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่จู่ ๆ ก็คิดถึงเธอ แต่โทรไปหาเธอไม่ได้ เพราะช่วงก่อนในทุกๆครั้งที่ผมโทรไปหาเธอ  คุยกันเสร็จผมก็ต้องน้ำตาซึมทุกครั้ง  หรืออย่างเลวร้ายที่สุดผมก็โทรไปร้องไห้ให้คนอื่นฟัง – อันนี้จริง ๆ แล้วก็คงเป็นแค่ “ความไม่สะดวก” (ที่จะลืมเธอ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้ว “ปัญหา” มันคืออะไร? – จริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่มีปัญหาอะไรเลยก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมีก็แค่ “ความไม่สะดวก” ที่ผมไม่รู้ว่าจะจัดการกับ “ความไม่สะดวก” ทั้งหลายเหล่านี้ยังไงดี......&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112234009485951723?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112234009485951723/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112234009485951723' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112234009485951723'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112234009485951723'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/07/blog-post_24.html' title='มันคือ &quot;ปัญหา&quot; หรือ &quot;ความไม่สะดวก&quot;?'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112165173781834814</id><published>2005-07-17T18:50:00.000-07:00</published><updated>2005-07-17T18:55:37.823-07:00</updated><title type='text'>ปล่อยวาง</title><content type='html'>ปล่อยวาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากทำอะไรก็เชิญ ก็เชิญได้เลยตามสบาย&lt;br /&gt;ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องยอมอะไรมากมาย&lt;br /&gt;เท่ากับวันนี้ที่เธอต้องการมีอีกคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอจะมีใคร ก็ช่างเธอ ฉันคงไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว&lt;br /&gt;ทุกวันที่ดีดีที่เรานั้นเคยมีก็คงจะจบลงแค่ในวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบแล้ว... รักที่ให้เธอ เหนื่อยล้ามามากพอ&lt;br /&gt;จนยอมต้องปล่อยไป&lt;br /&gt;ถึงเธอดีเพียงใด ฉันคงไม่เข้าไปสนใจ&lt;br /&gt;แม้อยากจะกอดเธอขนาดไหน&lt;br /&gt;แต่ในวันนี้&lt;br /&gt;ฉันคงต้องยอมปล่อยมือที่รั้งเธอออกมาเพื่อกอดตัวเอง&lt;br /&gt;เมื่อเธอไม่สนใจ ฉันคงต้องรักตัวฉันเอง&lt;br /&gt;และปล่อยให้เธอไปไกลจากตรงนี้ อย่างไม่มีวันกลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล่อยวางทุกสิ่งจากเธอ เพื่อทำหัวใจให้มันลืม&lt;br /&gt;ลืมวันเวลาที่มันไม่เข้าทีข่มใจให้ลืม&lt;br /&gt;ไม่อยากจะจำวันเวลานั้นอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอจะมีใคร ก็ช่างเธอ ฉันคงไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว&lt;br /&gt;ทุกวันที่ดีดีที่เรานั้นเคยมีก็คงจะจบลงแค่ในวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบแล้ว... รักที่ให้เธอ เหนื่อยล้ามามากพอ&lt;br /&gt;จนยอมต้องปล่อยไป&lt;br /&gt;ถึงเธอดีเพียงใด ฉันคงไม่เข้าไปสนใจ&lt;br /&gt;แม้อยากจะกอดเธอขนาดไหน&lt;br /&gt;แต่ในวันนี้&lt;br /&gt;ฉันคงต้องยอมปล่อยมือที่รั้งเธอออกมาเพื่อกอดตัวเอง&lt;br /&gt;เมื่อเธอไม่สนใจ ฉันคงต้องรักตัวฉันเอง&lt;br /&gt;และปล่อยให้เธอไปไกลจากตรงนี้ อย่างไม่มีวันกลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;มีคนส่งเพลงนี้มาให้ (โดยไม่ได้ตั้งใจ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ปรากฏว่ามันโดนใจผมอย่างมาก ช่วงสองสามวันนี้ก็เลยฟังมันแต่เพลงนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังทุกครั้งที่มีเวลาว่าง ตอนพักเที่ยง ตอนนั่งรถตู้มาทำงานตอนเช้า และ ในขากลับ ตอนช่วงเบรกในวันที่เรียนหนังสือ เพลงจบแล้วก็ย้อนมาฟังอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“...แม้อยากจะกอดเธอขนาดไหน&lt;br /&gt;แต่ในวันนี้&lt;br /&gt;ฉันคงต้องยอมปล่อยมือที่รั้งเธอออกมาเพื่อกอดตัวเอง&lt;br /&gt;เมื่อเธอไม่สนใจ ฉันคงต้องรักตัวฉันเอง….”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยตลกเวลาเห็นเพื่อนผู้หญิงคนนึง (จริง ๆ เป็นเพื่อนของเพื่อน) ตอนอกหัก (เมื่อนานมาแล้ว)  เธอจะมีสมุดเล่มเล็ก ๆ คอยเอาไว้จดเนื้อเพลง (เศร้า ๆ) เอาไว้อ่าน – แล้วก็ร้องไห้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาเจอกับตัวเอง ก็เลยเข้าใจ - แต่อธิบายไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แต่หวังว่าผมจะ ปล่อยวาง เหมือนอย่างชื่อเพลงได้ไว ไว สักที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112165173781834814?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112165173781834814/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112165173781834814' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112165173781834814'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112165173781834814'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/07/blog-post_17.html' title='ปล่อยวาง'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112131282356638514</id><published>2005-07-13T20:43:00.000-07:00</published><updated>2005-07-13T20:47:03.566-07:00</updated><title type='text'>ฝนตกที่หน้าต่าง</title><content type='html'>ฝนตกอีกแล้ววันนี้ มันตกมาตั้งแต่เมื่อคืน ต่อมาถึงตอนเช้าตอนผมไปทำงาน แล้วตอนเย็นกลับมาถึงบ้านมันก็ยังคงตกอยู่อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนตกเรื่อย ๆ ตกปรอย ๆ เหมือนคนเหนื่อยๆ ที่ยังพยายามทำงานของมันต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้รู้สึกเหมือนมีอะไรให้ทำเยอะมาก ในแต่ละวัน แต่กลายเป็นว่าพอมีอะไรให้ทำเยอะ ๆ เข้า ก็เริ่มจัดการตัวเองไม่ถูกว่าจะทำอะไรก่อน อะไรหลัง....ก็เลยกลายเป็นไม่ได้ทำอะไรซักอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งทำรายงานของลูกค้าเสร็จไป ออกไป meeting  เสร็จแล้วก็นึกได้ว่าจะต้องส่งรายงานที่เรียนด้วย ระหว่างนั่งเสิร์ชหาข้อมูล ก็ดันไปเจอ software (ฟรี) สำหรับ Palm&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ down load มานั่งเล่น จนลืมทำรายงานไปซะได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดแล้วก็อายฝน ถึงมันตกปรอย ๆ มันก็ยังตกของมันไปได้เรื่อย ๆ แต่กับผม เดี๋ยวทำ เดี๋ยวเลิก แล้วก็กลับมาทำอีก กลายเป็นคนสมาธิสั้นขึ้นมาซะอย่างนั้น ไม่รู้จะโทษที่ดินฟ้าอากาศ หรือ อาการหวัดของตัวเอง  หรือใครบางคนดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้กลับบ้านมา กินข้าว แล้วก็ออกไปข้างนอก เอา CD ที่เช่ามากลับไปคืน ที่ร้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ตัวเลยว่าเช่ามาแล้วเก้าวัน  เลยโดนค่าปรับไป 140 บาท (มากกว่าค่าเช่าที่เช่ามาซะอีก) พี่ที่ร้านดูเหมือนจะสงสาร เลยลดให้เหลือ 100 บาท พร้อมกับถามว่าผมไปต่างจังหวัดมาหรือเปล่า  ผมก็ได้แต่ยิ้มไปอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขากลับแวะจ่ายค่าบัตรเครดิตที่ เซเว่น-อีเลฟเว่น ไปจ่ายช้าอีกตามเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าการที่ใครบางคนเดินจากไป เค้าได้เอาความมั่นใจ ความกระตือรือร้น ความมีชีวิตชีวาของเราไปด้วยรึเปล่า  มีน้องที่เรียน  MBA ด้วยกันบอกผมว่า ผมดูเป็นคนเครียด และ ฉุนเฉียวง่าย (เหมือนผู้ชายวัยทอง??) – เป็นข้อสังเกตที่ผมเองก็ไม่รู้ตัว (และก็ไม่ค่อยอยากยอมรับเท่าไหร่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนตกทำให้ผมคิดถึงเธอขึ้นมาอีกแล้ว – อย่างช่วยไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การคิดถึงเธอสามารถอธิบายได้โดยใช้สมการแบบอนุกรมแบบเพนดูลัม(แบบกลับหลัง)  มันค่อย ๆ แกว่งช้าขึ้น ๆ แต่หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากโทรไปหา ไปบอกเธอว่าคิดถึงเธออยู่ – แต่แล้วจะได้อะไรขึ้นมา?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเพื่อนสนิท(ที่มีประสบการณ์เดียวกัน) บอกกับผมว่า “ฮัท ..พยายามลองคิดอย่างนี้นะ..ลองคิดว่าในขณะที่เราคิดถึงเค้าอยู่ทุกวัน ๆ  แต่เค้ากลับคิดถึงคนอื่น แล้วก็มีความสุขอยู่กับคนอื่น....ถ้าฮัทคิดอย่างนี้บ่อย ๆ ได้ ก็จะทำใจได้เร็วขึ้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็พยามคิดให้ได้อย่างนี้อยู่  แต่ผลที่ได้คือ มันปวดหัวใจจัง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112131282356638514?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112131282356638514/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112131282356638514' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112131282356638514'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112131282356638514'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/07/blog-post_13.html' title='ฝนตกที่หน้าต่าง'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112131256919748780</id><published>2005-07-12T20:41:00.000-07:00</published><updated>2005-07-13T20:42:49.203-07:00</updated><title type='text'>ขี้เกียจ + โอ้เอ้</title><content type='html'>กลับมานั่งเขียนบันทึกอีกครั้ง หลังจากที่ขี้เกียจและโอ้เอ้ไปหลายวันจนมีเสียงบ่นมาจากหลายที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็เลยมานั่งนึกว่าผมมานั่งเขียนบันทึกนี่ทำไม เพื่อตัวเอง หรือ เพื่อใคร&lt;br /&gt;คำตอบจริง ๆ เลยก็คือเพื่อตัวเอง ผมยังคงคิดว่าการเขียนบันทึกเป็นการบำบัดทางจิตให้ตัวเองอย่างหนึ่ง แล้วอย่างน้อย การเขียน(พิมพ์)หนังสือมันก็เป็นการจัดลำดับความคิดของตัวเอง (หรือเปล่า) ให้เป็นระบบระเบียบเรียบร้อยยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกว่าตัวเองเดี๋ยวนี้ชอบการสื่อสารด้วยการเขียน มากกว่าการพูดซะอีก บางทีการที่เราพูดอะไรออกไปออกไปโดยไม่ทันได้คิด – แล้วสิ่งที่ตามมาบางทีมันก็แย่กว่าที่เราคิดไว้มาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างน้อยการเขียน เราก็มีโอกาสอ่านสิ่งที่เรากำลังจะสื่อไปถึงอีกฝ่ายก่อน ได้คิดมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยกลายเป็นพูดน้อยลง แล้วเขียน(อีเมล์ + msn ) มากขึ้น – การสื่อสารยังคงเท่าเดิม เพียงแต่คงเปลี่ยนรูปแบบออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแผล่บเดียว ก็ผ่านไป เกือบ ๆ สองอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้มาเขียนบันทึก เกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมามีอะไรทำเยอะทีเดียว – เหนื่อยซะจนไม่มีแรงมาเขียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนนี้ไปดู FANTASTIC FOUR มา แต่คราวนี้ผมไม่ได้ไปดูคนเดียว มีพวกแก็งค์ โฟโต้เรนเจอร์ไปดูเป็นเพื่อนด้วย - แน่นอนว่าหนังแนว ๆ นี้ไปดูหลายคนย่อมสนุกมากกว่าไปดูคนเดียวอยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสนุกใช้ได้ เหมือนในการ์ตูนเปี๊ยบ ผิดแค่อลิเซีย ผู้หญิงตาบอด ในหนังเป็นผู้หญิงผิวดำ (ในการ์ตูนเป็นคนผิวขาว) –  อย่างไรก็ตาม มันก็ถูกใจแฟนหนัง super hero อย่างผมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อาจจะบั่นทอนความสนุกไปอยู่บ้างคือ อาการหวัดที่เรื้อรังมาตั้งแต่วันศุกร์ ไปร้านขายยา ซื้อยามากินจนหมดแล้วก็ยังไม่ขายดี  - เลยแอบไปไอแค่ก ๆ อยู่ในโรงหนังต่อ แพร่พันธ์เชื้อร้ายให้กับแก๊งค์โฟโต้เรนเจอร์ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการหวัดดูเหมือนจะไม่ได้เกิดกับผมคนเดียว เมื่อวานเจี๊ยบก็ไม่สบาย ไอ้ก่อมีอาการหน่อย ๆ แล้วมันกืถือโอกาสลาเอาวันนี้ซะเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้ไปแวะเวียนแถวพันธ์ทิพย์พลาซ่าบ่อยมาก เพราะมีจุดประสงค์สองอย่าง อย่างแรกคือการ์ดจอของคอมพิวเตอร์ที่บ้านผมตอนนี้มันกำลังเน่าถึงขั้นรุนแรง รุนแรงขนาดที่ไม่สามารถเล่นแผ่น VCD ที่เช่ามาได้แล้ว ภาพกระตุก ติด ๆ ดับ ๆ อย่างน่าอนาถ แล้วสุดท้ายก็มืดไปเลย มีแต่เสียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาคือคอมเครื่องนี้ซื้อมาเมื่อเกือบสี่ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้น เมนบอร์ดก็เลยไม่ support การ์ดจอที่มีขายในขณะนี้ (mainboard AGP1X แต่การ์ดจอที่ขาย ๆ กันอยู่ตอนนี้มันอยู่ที่อย่างต่ำก็ AGP4X) -  กำลังคิดอยู่ว่าจะต้องซื้อการ์ดจอ เมนบอร์ด กับ ซีพียู ใหม่เพียงเพราะว่าการ์ดจออันเก่ามันเน่ารึเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปเดิน ๆ ดูแถวพันธุ์ทิพย์ก็บังเอิญเจอการ์ดจอมือสอง เป็นรุ่นเดียวกับของผมที่เน่าอยู่ซะด้วย แต่เขาตั้งราคาไว้ที่ห้าร้อยบาท ซึ่งผมคิดว่าแพงเกินไป สำหรับของตกรุ่น(หลายปีแบบนี้) แถมเป็นมือสอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามต่อรองราคาให้เหลือสามร้อย แต่คนขายไม่ยอม บอกว่า การ์ดมันมีพัดลมด้วยนะ ขายสามร้อยไม่ได้หรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกว่าไม่เอาพัดลมที่ติดมากับการ์ดก็ได้ (เพราะมีอยู่แล้วที่การ์ดอันเก่า) ลดเหลือสามร้อยได้หรือเปล่า  - แต่เจ๊แกก็ยังไม่ยอมลดให้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีผู้รู้จากแดนไกลแนะนำว่า การ์ด AGP4X ก็น่าจะใช้ได้กับ AGP1X slot บนเมนบอร์ดของผม แต่ผู้รู้ท่านนี้ก็ไม่อยู่ใกล้พอที่จะ test ให้ แต่ก็ยังอุตส่าห์ทิ้งเบอร์(msn) ของผู้รู้อีกท่านไว้ให้ผมสอบถามต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้กลับจากทำงานแล้วกำลังจะออกไปแวะเวียนดูของแถวๆ พันธุ์ทิพย์อีก ก็พอดีกับข้าวเสร็จ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถูกสะกดไว้ด้วยเกาเหลาเลือดหมู กับข้าวสวยร้อนๆ ฝีมือมาม้า มีข้าวโพดอ่อนกับเห็ดผัดน้ำมันหอยด้วย - เลยยังไม่ได้ออกไปซักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินข้าวเสร็จแล้ว ว่าจะออกไปพันธุ์ทิพย์อีก ก็มีข้าวเหนียวเปียกลำไย ที่เพิ่งทำเสร็จ ก็เลยจำเป็นต้องอยู่กินต่อ (ด้วยความเต็มใจ) อีกหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้ว่ากินของ มัน ๆ และ หวาน ๆ ตอนกำลังไม่สบายนี่มันไม่ดี  แต่ทำไงได้ ของมันอร่อย (และนาน ๆ ทีก็จะได้กิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าจะไปอ่านหนังสือต่อ แต่ฤทธิ์ข้าวเหนียวเปียกลำไยก็ทำให้ตาปรือซะแล้ว ใจหนึ่งบอกตัวเองว่าต้องอ่านหนังสือนะ ยังทำรายงานไม่ถึงไหนเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อีกใจนึงก็ค้านมาว่า การพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญนะ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอแล้วจะหายจากหวัดได้ยังไง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.....เอาไงดี......&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112131256919748780?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112131256919748780/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112131256919748780' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112131256919748780'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112131256919748780'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/07/blog-post.html' title='ขี้เกียจ + โอ้เอ้'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112018221879648106</id><published>2005-06-30T18:41:00.000-07:00</published><updated>2005-06-30T18:43:38.796-07:00</updated><title type='text'>แก๊งคนอกหัก???</title><content type='html'>วันนี้กะว่ากลับมาบ้านแล้วจะรีบอ่านหนังสือ ก็พอดีไอ้เจมส์โทรมาหาตอนสองทุ่ม ชวนออกไปกินหมูกะทะ มันกับไอ้น้อย และไอ้นา กินกันอยู่ที่ชุมแพหมูกะทะ แถว ๆ คูเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แปลกที่จู่ ๆ มันก็โทรมาหา  จริง ๆ ผมกับพวกมันไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือนสองเดือนได้แล้วละมัง คงตั้งแต่ที่ผมเลิกกับเธอ มันก็เลยเหมือนผมห่างเพื่อน ๆ ไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกมันไปว่าผมกินข้าวเย็นเรียบร้อยแล้ว เอาไว้มันกินกันเสร็จแล้ว จะไปไหนกันต่อก็ค่อยโทรหาผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาหนังสือ มาพลิก ๆ อ่าน เห็นจำนวนหน้าของหนังสือแล้วก็ทำให้หมดกำลังใจได้ง่าย ๆ ทีเดียว วันนี้วันพฤหัส อีกสามวันก็จะสอบแล้ว วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกที่จะอ่านหนังสือ ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเอกสารที่อาจารย์แจกให้ในห้องนี่ผมเก็บมาครบหรือเปล่า พรุ่งนี้เห็นว่ามีนัดกันอ่านหนังสือที่ใต้ตึก คงพลาดไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามทุ่มกว่า ผมโทรไปหาพวกไอ้เจมส์อีกครั้งหนึ่ง แต่โทรไม่ติด เสียงเหมือนสายไม่ว่างตลอด คิดว่าคงเป็นปัญหาระหว่างเครือข่ายของ AIS กับ ORANGE  อีกตามเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายโทรมือถือ(ของผม) ไม่ติด ก็ใช้โทรศัพท์บ้านโทร -  คราวนี้ติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บอกมันไปว่าถ้ากินกันเสร็จแล้วให้ตามไปที่ร้านแบล็คแคนย่อน แถวถนนช้างคลาน ผมจะไปนั่งรอที่นั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เลือกร้านนี้เพราะข้อแรกมันใกล้บ้านผม ข้อสองที่ร้านขายกาแฟ และข้อสามร้านปิดห้าทุ่ม ก็คงมีเวลานั่งอ่านหนังสือ และ คุยกับพวกมันต่ออีกพักใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านแบล็คแคนย่อนก็เป็นอีกร้านที่เปิดขายกาแฟจนดึก เกือบใกล้เคียงกับร้านกาแฟเที่ยงคืนของผม(ที่ตอนนี้ยังอยู่แค่ในหัว) เพียงแต่ร้านเค้าขายจำพวก อาหารและเครื่องดื่มประเภทเบียร์ด้วย – ก็คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้านปิดดึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มานั่งจิบกาแฟรอที่ร้าน เพิ่งสำนึกได้ว่าพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน การกินกาแฟตอนดึกหมายถึงว่าจะต้องนอนดึกมาก แล้วตอนเช้าก็จะตื่นสาย  แต่ก็ไม่เป็นไร - การนอนดึกหมายถึงว่ามีเวลาอ่านหนังสือเพิ่มอีกหน่อย แต่จะเข้าหัวหรือเปล่านั่นเป็นอีกเรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ร้านไม่ค่อยมีคน ทั้ง ๆ ที่เป็นวันสิ้นเดือน อาจจะเป็นเพราะว่าคืนนี้เป็นคืนวันพฤหัส ถ้าไม่นับผมแล้วก็มีลูกค้าอีกแค่สองโต๊ะเท่านั้น ที่ร้านเปิดเพลงคลอเบา ๆ ก็เข้าใจเลือกเพลงเปิด  ถ่านไฟเก่าของพี่เบิร์ด  ทุกนาทีที่หายใจของเจมส์ แล้วก็ปลายทางของบอดี้สแลม – ไม่รู้ว่าพนักงานกำลังอกหักเหมือนกันหรือเปล่า – แต่การเปิดเพลงแบบนี้ มันกำลังทำให้ลูกค้าคนหนึ่งถึงกับสะอึกแทบน้ำตาคลอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สี่ทุ่มแล้ว พวกไอ้เจมส์ยังไม่มา ผมยังคงโทรหามัน(ด้วยมือถือ)ไม่ได้อีกเช่นเคย กำลังจะเดินออกไปนอกร้านเพื่อโทรหาพวกมันที่ตู้โทรศัพท์ ก็พอดีเห็นรถมันเลี้ยวเข้ามา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปเพิ่งมารู้ว่าเรื่องใหญ่ใจความที่มัน(ไอ้เจมส์)อยากคุยกับผมวันนี้คือมันกำลังมีปัญหาระหองระแหงกับแฟน แล้วก็เลยอยากมาปรึกษาผม  ต้นเหตุไม่มีอะไรมาก มีเวลาให้กันไม่เพียงพอเท่านั้นเอง – แต่ดูเหมือนจะเป็นเหตุผลส่วนใหญ่ของคนที่เลิกกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วมันก็ต้องตกใจเมื่อผมบอกมันไปว่าผมเลิกกับเธอแล้ว การที่มันต้องการมาปรึกษาผมกลับกลายเป็นว่าพวกมันต้องมาช่วยกันปลอบใจผม(อีกรอบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้น้อยถามขึ้นมาทันที “แฟน(เก่า)มึงเป็นเด็กดารารึเปล่าวะ”  ผมงง แต่ก็ตอบว่าไม่ใช่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของเรื่องคืนตอนนี้พวกกลุ่มเพื่อน ๆ (ไม่นับผมและไอ้เจมส์) กำลังถูกแก๊งค์เด็กดาราหักอก (และหลอกใช้ – สำหรับบางคน) ไม่ว่าจะเป็น ไอ้น้อย ไอ้ศิว และอีกหลายคน – บังเอิญว่าแฟนไอ้เจมส์ก็ดันจบดาราเหมือนกัน ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องคอยลุ้นต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้น้อยลุ้นให้เลิกกัน มันจะได้มีน้องใหม่ของชมรม “คนถูก(เด็กดารา)หักอก”  ส่วนผมลุ้นในทางตรงกันข้าม ไม่อยากให้เลิกกัน ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนดี อยากเห็นแต่โลกที่สวยงาม และคนรักกัน แต่ผมกลัวว่า ถ้าไอ้เจมส์ต้องเลิกกับแฟนไปอีกคน ต่อจากนี้ไปทุกสุดสัปดาห์พวกมันก็จะมาลากผมออก(จากบ้าน)ไปกินเบียร์เป็นเพื่อนมันอีก – เป็นวัฏจักรนรกแบบเมื่อเกือบสองปีที่ผ่านมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ห้าทุ่มแล้ว ร้านปิด พนักงานเก็บโต๊ะ ปิดไฟ พวกเราก็ต้องออกจากร้านมาโดยปริยาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อนจาก ไอ้เจมส์ฝากคำอาฆาตกับผมไว้ว่าจะต้องลากผมออกมากินเบียร์ด้วยกันซักวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกลับคิดไปว่า แทนที่มันจะลากผมออกมากินเบียร์ปรึกษานู่นนี่ สู้มันเอาเวลานี้ไปโทรหาแฟน หรือพาแฟนมันออกไปกินข้าว หรือ ดูหนังไม่ดีกว่ารึ – แต่ก็ได้แต่คิด ตั้งแต่ผมถูกทิ้งมานี่ชักจะไม่ค่อยแน่ใจกับคำแนะนำและแนวคิดของตัวเองซะเลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112018221879648106?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112018221879648106/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112018221879648106' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112018221879648106'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112018221879648106'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_30.html' title='แก๊งคนอกหัก???'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-112018208852341234</id><published>2005-06-26T18:40:00.000-07:00</published><updated>2005-06-30T18:41:28.526-07:00</updated><title type='text'>บันทึกในตอนเช้า..</title><content type='html'>วันนี้ตื่นมานั่งเขียนบันทึกแต่เช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2548 วันที่ท้องฟ้าสดใส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตื่นตั้งแต่ตีห้า มาอาบน้ำ จริง ๆ ไม่ใช่เพราะเกิดขยันอะไรขึ้นมา  เพียงแต่ว่าวันนี้เป็นวันกำหนดส่ง  Reading Notes ให้อาจารย์ แล้วผมก็ยังทำสรุปไม่เสร็จเลย  เมื่อคืนกว่าจะแยกจากน้องที่จับคู่ทำ reading notes ด้วยกันก็เกือบสองทุ่มแล้ว เมื่อวานสามทุ่ม วันก่อนห้าทุ่ม ที่สำคัญยังมีงานกลุ่มหกคนซึ่งก็ยังไม่เสร็จเลย แต่ reading notes เป็นงานที่ต้องส่งก่อน ทุกคนก็เลยผละจากงานกลุ่มเหมือนนัดกันไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกว่าการเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย นับวันจะยิ่งดูดเอาพลังชีวิตจากตัวผมออกไปเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะเป็นที่ตัวผมเอง ที่เครียดไปกับการเรียนและการทำรายงานไปเอง เรียนแล้วก็อยากทำรายงานออกมาให้ดี ทำงานก็อยากให้งานออกมาดี รีบปิด issue ปัญหากับลูกค้าให้ไวที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รักใครก็รักไปสุดหัวใจซะอย่างนั้น – ทุกวันนี้ก็เลยยังเวิ่นเว้อไม่หายซักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตื่นมาตอนเช้ารีบมาอาบน้ำ เปิดคอม เขียนรายงานต่อ แต่ก็ใช้เวลานั่งเหม่อคิดถึงเธอไปซะครึ่งชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการคิดถึงเธอตอนเช้า ๆ หลังตื่นนอนยังไม่มีทีท่าว่าจะหายไปง่าย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ก็ครบสองเดือนพอดีที่เราเปลี่ยนจากการเป็นคนรักมาเป็นเพื่อน  ถ้าเรายังเป็นคนรักกันอยู่ อาทิตย์หน้าก็จะครบหนึ่งปีพอดีที่เราตกลงเป็นแฟนกัน ผมรู้ว่าเธอคงจำไม่ได้ – หรือก็ไม่จำ  คนที่แย่ที่สุดคือคนที่ยังจำมันทุกอย่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่เธอทำงานที่เดียวกันกับผม ผมใช้เวลาปีกว่า ๆ เดินผ่านโต๊ะทำงานของเธอทุกวัน แต่ไม่กล้าคุยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนรู้ว่าเธอกำลังจะลาออก ถึงได้กล้าเข้าไปคุยด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ใช้เวลาอีกหกเดือนพัฒนาจากความเป็นเพื่อน จนเธอยอมรับเป็นแฟน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วผมก็มีช่วงเวลาที่มีความสุขต่อมาอีกสิบเดือนกว่า ๆ – เพื่อที่เธอจะใช้เวลาอีกหนึ่งอาทิตย์ทบทวนว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่ผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วผมก็เวิ่นเว้นมาจนถึงตอนนี้ สองเดือนพอดี แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องเวิ่นเว้อต่อไปจากนี้อีกกี่เดือน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-112018208852341234?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/112018208852341234/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=112018208852341234' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112018208852341234'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/112018208852341234'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_26.html' title='บันทึกในตอนเช้า..'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111940056706170184</id><published>2005-06-21T17:34:00.000-07:00</published><updated>2005-06-21T17:36:07.066-07:00</updated><title type='text'>โปสการ์ดใบน้อย</title><content type='html'>ช่วงนี้รู้สึกตัวเองว่าเหลวไหลเกเรที่ไม่ได้มาเขียนบันทึกเสียหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าขี้เกียจก็ไม่เชิง แต่คงเป็นเพราะว่ามีอะไรหลาย ๆ อย่างให้ทำในแต่ละวันมากกว่า พอกลับมาบ้าน อาบน้ำหัวถึงหมอนก็นอนหลับไปเลย  กิจกรรมในแต่ละวันทำให้หมดพลังไปอย่างง่ายดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็นั่นแหละ สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทั้งดีและร้าย มันน่าเสียดายที่จะผ่านมันไปโดยไม่เหลืออะไรไว้ให้จดจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่ผ่านมา พี่อู๋ – ตัวแทนประกันชีวิตของผม - เธอชวนไปช่วยจัดรายการวิทยุตอนกลางคืน อันที่จริงคืออยากนัดเจอกันมากว่า มาทบทวนกรมธรรพ์ เพราะต่างคนต่างยุ่ง ๆ อยู่ไม่ค่อยได้เจอกันนานแล้ว จำได้ว่านัดเจอพี่อู๋แกคราวก่อนก็คือช่วงปลาย ๆ ของปีที่แล้ว เป็นช่วงที่ผมกำลังมีความสุขกับทุก ๆ อย่างในชีวิต สนุกกับงาน มีคนรักอยู่เคียงข้าง เริ่มวางแผนเก็บเงินเก็บทองอย่างจริงจัง ก็ปรึกษาแกเรื่องเก็บเงินไปคราวที่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาเจอกันคราวนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป ผมล่องลอยพอสมควรเวลาพูดคุยกับแกเรื่องอนาคต แต่อย่างน้อย แกก็ช่วยย้ำคำพูดที่ว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมดีเสมอ” พี่อู๋ทิ้งท้ายเอาไว้ว่าแล้วจะเอาหนังสือ(ที่ชื่อเรื่องนี้)มาให้ยืม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนจาก พี่อู๋ทิ้งท้ายว่าผมหน้าตาสดใส (เกินกว่าจะเหมือนคนที่เพิ่งอกหัก) ดูดีขึ้น - ถ้าพี่อู๋จะสาวกว่านี้สักห้าหกปีผมคงดีใจกว่านี้ แต่ก็ขอบคุณครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานเลิกงานแล้ว มาลงรถตู้ที่ โรบินสันแอร์พอร์ตพลาซ่า แล้วก็แวะเข้าไปกินข้าว – ดูหนัง – คนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับสู่สภาพที่คุ้นเคย ในการที่ต้องทำอะไร ๆ คนเดียว อาจจะรู้สึกไม่คุ้นเพราะความเคยชิน แต่อีกสักหน่อย การทำอะไร ๆ คนเดียว มันก็คงจะกลับมาเป็นความเคยชินของผมอีกเหมือนกัน ถึงตอนนั้น การไปไหนเป็นคู่กับใครก็คงเป็นของไม่ชินกับผมก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แวะเข้าไปดูหนัง –แบทแมนบีกินส์- หนังแบทแมนภาคที่ห้า แต่เนื้อหากลับย้อนไปถึงกำเนิดและที่มาของแบทแมน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัวหนังดูเครียดเล็กน้อย - เพื่อสี่อถึงที่มา และ แรงกดดัน(หรือบันดาลใจ) ในการมาเป็นแบทแมน เจ้าชายแห่งรัตติกาล ของ บรูซ เวย์น  ตัวหนังดูแตกต่างไปจากแบทแมนภาคก่อน ๆ เพราะออกจะ Realistic มากกว่าภาคก่อน ๆ ดูไม่แฟนตาซีเหมือนกับงานที่กำกับโดย ทิม เบอร์ตัน หรือ โจเอล ชูมัคเกอร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แน่นอนว่าหนังจบแบบทิ้งปมต่อเอาไว้ทำภาคต่ออีกแน่นอนโดยกล่าวถึงตัวละครสำคัญที่ยังไม่ปรากฏ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - &lt;br /&gt;ฝนตกอีกแล้ววันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันมักจะเลือกตกตอนเวลาเราออกจากบ้าน หรือ เวลากำลังจะกลับเข้าบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงฝนตกตอนเช้าดังเป็นจังหวะคลอตอนตอนนั่งบนรถตู้ตอนไปทำงานทำให้เราหลับต่ออย่างสบายอารมณ์แล้วก็เสียอารมณ์เพราะไม่อยากตื่นตอนรถมาถึงที่ทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ฝนตกตอนเย็นมักจะให้อารมณ์ที่แปลกไป ฝนปรอย ๆ เหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นมัว ๆ มันทำให้เราอยากรู้อยากมองออกไปข้างนอก โดยเฉพาะวันไหนที่พี่คนขับรถเลือกใช้ถนนเส้นที่ขนานทางรถไฟจากลำพูนมาเชียงใหม่ มันเป็นถนนลาดยางตัดใหม่เส้นเล็กพอสวนกันได้สองเลน ที่ฝั่งซ้ายเป็นรางรถไฟส่วนฝั่งขวาเป็นกอหญ้าเขียว  ๆ มีบ้านคนอยู่ประปราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝนปรอย ๆ บนพื้นถนนดำ ๆ ตัดกับสีต้นหญ้าเขียวสดชุ่มน้ำ มันทำให้การเดินทางกลับบ้านดูเหมือนเป็นการไปเที่ยว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นถนนอีกสายที่ดูสวยในวันที่ฝนตก และ ผมไม่ต้องขับรถเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้กลับบ้านมาเจอ โปสการ์ดใบน้อย นอนยิ้มรออยู่ที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันร่อนมาจากน้องสาวคนนึงที่คุยกันทาง msn  แทบทุกวัน แต่ก็ยังอุตส่าห์ ส่งมาหาตามคำพูด(ที่เขียนเอาไว้) ดูจากเวลาทีเขียนลงในโปสการ์ด ห้าทุ่มกว่า ๆ คืนวันอาทิตย์  ผมยังคงนอนอ่านหนังสืออยู่  - สาส์นจากวารี - เป็นหนังสือที่ยืมน้องสาวคนนี้มาอีกเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จำไม่ได้แล้วว่าส่งจดหมาย(ที่เป็นจดหมายจริง ๆ แบบที่ต้องหย่อนลงในช่องที่ตู้ไปรษณีย์) ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  อาจจะตั้งแต่อีเมล์ เริ่มมามีอิทธิพล ต่อผมและคนรอบข้าง แล้วเราก็ลืมการเขียนข้อความดี ๆ ลงในกระดาษใบสวย บรรจงพับ หย่อนใส่ซอง ปิดแสตมป์ หย่อนที่ตู้ไปรษณีย์ ลงไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกิดอยากส่งจดหมาย(จริง ๆ )ขึ้นมาบ้างแล้ว แต่กลางดึกอย่างนี้จะทำอย่างไรได้?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111940056706170184?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111940056706170184/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111940056706170184' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111940056706170184'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111940056706170184'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_21.html' title='โปสการ์ดใบน้อย'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111896872865960384</id><published>2005-06-16T17:37:00.000-07:00</published><updated>2005-06-16T17:38:48.666-07:00</updated><title type='text'>เรื่องเก่า ๆ</title><content type='html'>วันนี้ผมโทรไปหาเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามโทรไปหาด้วยข้ออ้างจากเมื่อหลายวันก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่หน่อย พี่ซึ่งเคยอยู่แผนกเดียวกันกับเธอตอนที่เธอทำงานอยู่ที่นี่ เข้ามาถามผม(ทาง msn) ว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนเบอร์มือถือหรือเปล่า เพราะพี่แกเคยโทรไปหาแล้วติดต่อกับเธอไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกว่าใช่ พี่หน่อยเลยขอเบอร์โทรของเธอจากผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไงดี ตอนนี้ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะเที่ยวยกเบอร์โทรของเธอให้กับใครได้ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันมากไปกว่าว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน (ซึ่งผมเองก็ยังคาใจในความหมายของคำว่า “เพื่อนกัน” ของเธอ) แต่ไอ้การที่จะบอกพี่หน่อยไปว่าตอนนี้เราเลิกกันแล้ว และให้พี่หน่อยไปหาเบอร์โทรของเธอเอาเอง มันก็ดูจะยิ่งลำบากสำหรับผม รู้ว่าเราเลิกกัน แต่มันก็ไม่สนุกที่จะไปบอกใครต่อใคร รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ แต่ลึก ๆ มันก็ยังไม่ยอมรับความจริงอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันก่อนผมเลยเมล์หาเธอ ไปถามเธอ บอกเธอว่าพี่หน่อยขอเบอร์ของเธอ ให้ได้หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เงียบ ไม่มีคำตอบจากเธอ มาเป็นเวลาสองวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ผมเลยโทรไปหาเธอ โทรไปที่ทำงาน ใช้พี่หน่อยเป็นข้ออ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอรับสาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไต่ถามสารทุกข์กันเล็กน้อย ผมถามเธอเรื่องเมล์ที่ส่งไป เธอบอกว่าเธอตอบกลับมาแล้วตั้งแต่วันที่ผมส่งไป งงเหมือนกันที่จนป่านนี้ผมก็ยังไม่ได้รับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้ำเสียงเธอยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่รับรู้ได้คือ สรรพนามที่เธอเรียกผมมันเปลี่ยนไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเรียกผมว่า “เธอ”   ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเธอก็เรียกชื่อผมตรง ๆ     “ก็ส่งเมล์กลับไปหาเธอตั้งแต่วันนั้นแล้วแหละ ยังไม่ได้อีกเหรอ?  แปลกเนอะ…..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถานภาพเปลี่ยนไป คำที่ใช้เรียกก็เปลี่ยนไปด้วย….ไม่อยากถามเธอถึงเรื่องที่คาใจอย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากทำตัวเป็นคนดี อยากเป็นเพื่อนที่ดีกับเธอ อยากหยุดคิดกับเธออย่างคนรักเสียที ปกติคนเราใช้เวลาเท่าไหร่ในการเลิกรักใครสักคน? หนึ่งเดือน สามเดือน หนึ่งปี สิบปี หรือ ตลอดชีวิต?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักวันผมคงรู้คำตอบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้มีข่าวรับน้องออกมาเยอะมาก  ส่วนใหญ่แล้วจะออกมาในทางที่ไม่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึงสมัยตอนเรียนปริญญาตรี ตอนถูกรับน้องปีหนึ่ง  ช่วยดูแล(และแกล้ง)น้องตอนอยู่ปีสอง ไป(แอบ)ว๊ากน้องตอนอยู่ปีสามและปีสี่  เป็นชีวิตสี่ปีที่มีค่าที่สุดช่วงหนึ่งทีเดียว ถึงเราจะถูกรับน้องอย่างค่อนข้างเข้มงวด(และทารุณ) แต่ก็ตั้งอยู่บนหลักการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครจะว่าอย่างไร อย่างน้อยก็มีผมคนนึงที่ดีใจ ที่ผ่านการรับน้องมาได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยคิดกันกับกิ่งว่าจะเขียนหนังสือออกมาสักเล่ม อาจจะเป็นตอน ๆ สั้น ๆ จบในตอน เขียนถึงชีวิตสมัยเรียนวิศวะมอชอ กิ่งถึงกับคิดชื่อเรื่องเอาไว้แล้วด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เลือดหมูในรั้วม่วง”    เป็นชื่อของมัน เท่ดี ผมคิดว่างั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุยกันไว้ตั้งแต่ตอนใกล้ ๆ เรียนจบ  จนป่านนี้กิ่งกำลังจะจบปอโท(นิด้า) และผมกำลังเรียนปอโท(มอชอ) แต่เราก็ยังไม่เขียนอะไรกันเป็นจริงเป็นจังสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิ่งมันอาจจะเขียนเอาไว้แล้วแต่ไม่ยอมให้ผมอ่าน เอาไว้เจอกันใน msn จะลองถามอีกที ถ้ากิ่งยังไม่เขียนอะไรผมจะยืมชื่อเรื่องเอามาเขียนเองแล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลัวแต่ว่าถ้ากิ่งมันให้ยืมจริง ๆ ผมก็จะเอามาดอง และก็ยังไม่เขียนอะไรอีกอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็คิดไปถึงหนังสือ “เหมืองแร่” ของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ อีกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมรู้สึกว่าแกคุ้มมาก คือเอาชีวิตวัยหนุ่มไปทิ้งในเหมืองแร่ที่ห่างไกลความเจริญ ห่างไกลแสงสี เสียสี่ปีเต็มๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แกก็เอาสี่ปีนั้นมาเขียนเป็นหนังสือขายได้อีกตลอดสามสิบปีต่อมา พิมพ์รวมเล่มขายอีกหลายรอบ  - ได้ตำแหน่งศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ แถมเรื่องยังได้ค่าลิขสิทธิ์ เมื่อเอามาทำเป็นหนังอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างนี้เรียกว่าคุ้มหรือเปล่า  ต้องแล้วแต่คนจะคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วสี่ปี(กับอีกหนึ่งซัมเมอร์) ในวิศวะมอชอของผม จะเอามาเขียนเป็นอะไรได้บ้าง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบก็คือ เยอะแยะ วีรกรรมการขโมยหลอดไฟข้างทางของผมกับไอ้เป็ดเอามา draft drawing ตอนเรียน drawing ตัวที่สาม &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พฤติกรรมแปลกประหลาดของ กอล์ฟรันเนอร์ที่โด่งดังไปถึงหลายคณะ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของพี่เสือ หมาประจำคณะที่มักจะสับสนวิ่งตามผิด ๆ ถูก ๆ ระหว่างคณะวิศวะกับคณะเกษตร &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของมิงค์จอมยุทธ ที่วิ่งจากลำปางมาเชียงใหม่แค่เพราะสงสัยว่ามันไกลแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของไอ้มะที่เมาแล้วของขึ้น ผีเข้า วิ่งลงทะเลตอนไปดูงานปีสาม จนได้ฉายาว่าไอ้มะ คนผีทะเล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความรักมาราธอนของไอ้กานที่ทำให้มันยังไม่กลับจากญี่ปุ่นจนป่านนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;……………………….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องเอารูปออกมาดู แค่หลับตานึกถึง ภาพเหล่านี้มันก็ออกมาวนเวียนให้ผมได้อมยิ้มทุกครั้งไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111896872865960384?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111896872865960384/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111896872865960384' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111896872865960384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111896872865960384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_16.html' title='เรื่องเก่า ๆ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111879861558660426</id><published>2005-06-14T18:17:00.000-07:00</published><updated>2005-06-14T18:23:35.590-07:00</updated><title type='text'>ทำรายงาน</title><content type='html'>วันนี้เลิกงานแล้วก็นัดเพื่อนร่วมกลุ่ม MBA มาทำงานกันอีกแล้ว เราแทบจะเรียกได้ว่าเจอกันทุกวัน เพิ่งเจอกันไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้วันอังคารก็นัดมาเจอกันอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลสำคัญเลยก็คือเพราะว่าเรามีงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำมาเยอะมาก ไม่นับ reading notes ที่จับคู่กันทำ(และผมก็ยังทำไม่ถึงไหน) เราก็มีงานกลุ่มหกคนมาเป็นตัวสกัดดาวรุ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาทิตย์ที่แล้วเราเพิ่งส่งการบ้านงานกลุ่มที่เป็นการตอบคำถามเชิงวิเคราะห์จากบทความ(ภาษาอังกฤษ) ที่อาจารย์เลือกมาให้อ่าน – อาทิตย์นี้เราก็ต้องมานัดกันวางแผนกันทำโปรเจคย่อม ๆ อีกอันหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรเจคย่อม ๆ อันที่ว่าคืออาจารย์ให้เราไปเลือกเอาบริษัทหรือองค์กรที่เรารู้จัก (และเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียง) และค้นคว้าเกี่ยวกับกลยุทธ์ในทางการบริหารที่ใช้ในองค์กรนั้น ๆ แล้วเอามานำเสนอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าการค้นคว้าเป็นแบบแห้ง ๆ (search หาเอาตามเอกสาร วารสาร หรือ internet ) เราก็คงไม่บ่นกันเท่าไหร่ แต่นี่อาจารย์ต้องการให้แต่ละกลุ่มไปสัมภาษณ์คนที่อยู่ในองค์กรและมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับกลยุทธ์ในองค์กรนั้น ๆ โดยต้องสัมภาษณ์ ถอดเทป ทำบทความวิจารณ์ และสุดท้าย นำเสนอในห้องเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้จะต้องส่งบทสัมภาษณ์ที่ถอดเทปออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาทิตย์ถัดไปส่ง draft ของบทความวิจารณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอาทิตย์ส่งบทความฉบับสมบูรณ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และก็นำเสนอในอีกอาทิตย์ถัดมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังดูไม่น่าลำบาก แต่ถ้าคิดถึงความจริงว่าแต่ละคนต้องทำงานประจำกันทุกวัน และมีเวลาว่างมาเจอกันก็แค่ตอนเย็น ๆ ของบางวัน - ต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัวบ้าง (กว่าจะมากันครบก็ประมาณทุ่มสองทุ่ม) โดยที่วันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องเรียนเต็มวัน มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เลยแม้แต่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้นัดเจอกันเพื่อสรุปเนื้อหากลยุทธ์ขององค์กรที่เราได้ไปศึกษามา และก็ร่างคำถามที่จะเอาไปสัมภาษณ์ในวันพฤหัส และวันศุกร์นี้เพื่อมาถอดเทปเอาไปส่งวันอาทิตย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ไม่กล้าแพลนอะไรล่วงหน้ามาก ๆ เอาแค่ว่าพ้นอาทิตย์นี้และให้มันยังอยู่ในตารางที่กำหนดเอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บีบคั้นจิตใจซะเหลือเกิน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111879861558660426?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111879861558660426/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111879861558660426' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111879861558660426'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111879861558660426'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_14.html' title='ทำรายงาน'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111862472781733981</id><published>2005-06-12T18:02:00.000-07:00</published><updated>2005-06-12T18:05:27.816-07:00</updated><title type='text'>เรื่องของแว่นตา</title><content type='html'>ตื่นมาตอนเช้าแบบสาย ๆ หน่อย (เจ็ดโมง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานกินอิ่มไปหน่อยที่งานบายศรี กะจะไปดูงานคอมที่ศูนย์ประชุมมอชอต่อ แต่พอดีพี่เอกโทรมาบอกว่าได้เวลาที่แกจะมาแวะเอาเจ้าสิบสองปี(ชีวาส)ที่แกฝากผมซื้อไว้ ไปเป็นของแกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยต้องกลับบ้านมารอเอาของให้พี่เอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วด้วยความอิ่ม พออาบน้ำเสร็จก็หลับไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตื่นมาอีกทีเช้าวันนี้ตกใจแทบแย่เพราะนอนทับแว่นตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะเมื่อคืนนอนอ่านหนังสือ เผลอหลับไป แล้วแว่นคงตกลงไปตอนผมนอนดิ้น กลิ้งไปทับมันเข้า ตื่นขึ้นมาก็เลยเจอสภาพที่ขาแว่นมันบิด ๆ งอ ๆ ไปจากเลนส์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ยังดี ที่มันไม่มีรอยแตกหรือร้าวอะไร พอผมเอามาบิด ๆ มันกลับคืน ก็ยังใช้ได้เหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แว่นตาคู่นี้เหมือนเป็นอนุสรณ์ความหลัง(ในตอนนี้) สำหรับผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นข้ออ้างที่ทำให้ผมได้ไปเที่ยวกับเธอเป็นครั้งแรก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะวันนั้น(เมื่อปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา) เธอมีธุระต้องไปร้านแว่นเพื่อซื้อคอนแทคเลนส์ ผมเลยถือโอกาสขอไปด้วยเพื่อไปตัดแว่นใหม่   เนื่องจากอันเก่ามันเสียแล้ว (ทั้งที่จริง ๆ แล้วกะเอาไปแค่ซ่อมเฉย ๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เป็นเพราะว่าเธอมาช่วยเลือกกรอบแว่นให้ ผมเลยจำเป็นต้องซื้อใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอเลือกได้กรอบแว่นแบบไม่มีกรอบ ราคาประมาณสองพันกว่าบาท ผมก็ยอมตัดใจซื้อ เพราะไหน ๆ เธอก็ช่วยเลือกให้ แต่ที่ไหนได้แว่นไม่มีกรอบต้องการเลนส์ชนิดเหนียวเป็นพิเศษเพื่อจะพยุงกันเอาไว้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเลยต้องจ่ายค่าเลนส์เพิ่มเข้าไปอีกสองพันกว่าบาท เบ็ดเสร็จรวมกันเกือบห้าพัน น้ำตาแทบไหล แต่เธอมีบัตรลดเลยช่วยประหยัดไปได้อีกหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยกลายเป็นข้ออ้างที่จะได้ไปกินข้าวกับเธอต่อในวันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาพในวันนั้นก็ยังชัดเจนอยู่ในวันนี้สำหรับผม ยังคิดถึงเธออยู่ไม่หาย คิดถึงเธอทุกครั้งที่อยู่คนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาว่าความรักทำให้คนตาบอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็อาจจะจริงถ้าตาคู่นั้นยังมองโลกผ่านผ่านทางแว่นคู่นี้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111862472781733981?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111862472781733981/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111862472781733981' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111862472781733981'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111862472781733981'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_12.html' title='เรื่องของแว่นตา'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111862423142739783</id><published>2005-06-11T17:53:00.000-07:00</published><updated>2005-06-12T17:57:11.426-07:00</updated><title type='text'>เฮ้อ...</title><content type='html'>วันนี้ตื่นแต่เช้า(หกโมง) มานั่งทำการบ้าน Account เพราะเมื่อคืนหลังจากเสร็จงานกลุ่มแล้วกลับบ้านมากินข้าว เขียนบันทึก อาบน้ำแล้วก็หมดแรงเผลอหลับไปเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่การหลับไปแล้วตื่นมาทำการบ้านตอนเช้านี่ก็เหมือนจะเป็นข้อดี เพราะรู้สึกว่าทำให้สมองปลอดโปร่งหากเรื่องมาฝอยและบรรยายในการบ้านได้สะดวกขึ้น  - การบ้านที่อาจารย์สั่งมาคือให้ไปอ่านบทความที่อาจารย์เตรียมไว้ให้มาสองบทความแล้วก็เขียนวิเคราะห์สถานะของบริษัทโดยใช้ข้อมูลที่เป็น non-financial&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำการบ้านเสร็จแล้วจะพิมพ์ออกทาง  printer ก็กลายเป็นว่า printer เจ้ากรรมกลับไม่ยอมพรินท์ทั้ง ๆ ที่เติมหมึกก็แล้ว ทำอะไรก็แล้ว คาดว่าอาจจะเป็นมันตันหรืออะไรซักอย่าง ซึ่งตามอายุของมันก็หลายปีพอสมควรแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังลังเลใจว่าจะซื้อพรินเตอร์ใหม่ หรือ จะเอามันไปซ่อมดี แต่คิดว่าอย่างแรกอาจจะคุ้มกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยต้อง save งานลง Handy drive แล้วเอาไปพรินต์ใต้ตึกที่คณะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็มาเจอเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกหลายคนที่มารอร้านถ่ายเอกสารเปิดเพื่อใช้บริการ printer  อีกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้ววันนี้ก็เรียน เรียน และ เรียนอีกทั้งวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกเย็นมาก็ต้องเข้าห้องสมุดเพื่อไปหาหนังสือเอามาใส่ บรรณานุกรม ในงาน Reading Note แบบจับคู่ที่อาจารย์วิชา Management &amp; Organization Behavior เป็นคน assign ให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Reading Note คือการที่เราต้องไปหาหัวข้อที่สนใจ แล้วไปค้นคว้าหาหนังสือ บทความ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องมาอ่าน แล้วก็เขียนบทความถึงมัน – ให้เป็นในสไตล์ของเรา และแน่นอนต้องอ้างอิงถึงที่มาโดยมีบรรณานุกรมประกอบด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำหนดส่ง Reading Note ในอีกสองอาทิตย์แต่วันพรุ่งนี้ต้องส่งบรรณานุกรมก่อนเพื่อให้อาจารย์เช็คดูว่าหนังสือและหัวข้อที่ไปหามามันเข้าเค้ากับที่อาจารย์สอนหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่ต้องพิถีพิถัน ขยันขันแข็ง (ผิดกับนิสัยของผม)กันขนาดนี้ ก็เพราะว่า อาจารย์เล่นแบ่งเกรดออกเป็น เอาไปทำใหม่ ผ่าน เครดิต และ เครดิตพลัส งานใครดี ใครแย่ก็จะถูกอาจารย์เอาไปอัพโหลดประจานกันในเนตให้เลือกอ่านกันเอาตามสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หอบหนังสือเป็นตั้ง ๆ จากห้องสมุดลงไปเก็บไว้ที่รถแล้วก็ไปร่วมงาน บายศรีสู่ขวัญของนักศึกษา MBA ปีหนึ่งกันต่อ เป็น MBA ที่รวมหมดเลย ทั้ง MBA ธรรมดา ๆ (อย่างพวกผม) , Ex-MBA แล้วก็ MBA Agro&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็คืองานผูกสายสิญจน์ แล้วก็กิน(ฟรี) กับเพื่อน ๆ ใหม่ นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองจะ join มันทุกกิจกรรมที่จัดขึ้น คงเพราะไม่รู้จะไปไหนถ้ากลับบ้าน คงเพราะไม่รู้จะทำอะไรเพื่อไม่ให้เหลือเวลาว่างไปคิดถึงเธอ และก็คงเพราะอยากรู้จักคนใหม่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครก็ได้ที่จะไม่ถามผมว่า(คนที่เคยเป็น)แฟนผมหายไปไหน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111862423142739783?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111862423142739783/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111862423142739783' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111862423142739783'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111862423142739783'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_11.html' title='เฮ้อ...'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111862386132512138</id><published>2005-06-10T17:49:00.000-07:00</published><updated>2005-06-12T17:51:01.330-07:00</updated><title type='text'>คนดี ๆ (อีกสองคน)</title><content type='html'>วันอังคารที่ผ่านมา นัดไปกินข้าวเย็นกับคนดี ๆ อีกสองคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นคนดี ๆ คู่สามีภรรยา จากเชียงรายที่เดินทางไปใช้ชีวิตไกลถึงบริสเบน ออสเตรเลีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสามีไปเพื่อเรียนต่อ ส่วนคุณภรรยาตามไปอยู่บ้านด้วยเฉย ๆ ว่าง ๆ ก็ไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารไทยแถวนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณภรรยาเป็นเพื่อนเรียนหนังสือของผมมาตั้งแต่วิศวะปีหนึ่ง ส่วนคุณสามีเป็นรุ่นพี่ที่แก่กว่าหนึ่งปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่ผมรู้จักสองคนนี้มา เค้าก็เป็นแฟนกันแล้ว (จริง ๆ เห็นว่าเป็นแฟนกันมาตั้งแต่มัธยม) แล้วความรักที่บ่มมาหลายปี ก็สุกงอม สองคนเพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อสักสองปีมาแล้ว ยังจำได้ถึงวันที่ผมและเพื่อน ๆ เฮโลกันขึ้นรถไปเชียงรายเพื่อร่วมงานแต่งงานของสองคนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอีกหนึ่งทริปการเดินทางที่น่าจะแยกเอามาเขียนเป็นบทพิเศษเฉพาะกิจ&lt;br /&gt;แต่งงานได้ไม่เท่าไหร่ สองคนก็หอบหิ้วพากันบินข้ามฟ้าไปอยู่ออสเตรเลีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างที่ไปอยู่เมืองนอกเมืองนา เราก็ยังได้ติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอทั้งทางตรง และ ทางอ้อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางตรงคือเรา chat กันทาง MSN เมื่อออนไลน์เวลาเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนทางอ้อมคือผมไปแอบอ่าน ไดอารี่ออนไลน์ของคุณภรรยาแทบทุกวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนหลัง ๆ มาคุณภรรยาส่งข้อความมาด่าว่าผมไปอ่านไดอารี่ของแก แต่ไม่ยอมเซ็นเกสต์บุ๊ค ไม่รู้ไป track กันยังไง ถึงได้รู้ขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอย่างนี้เรื่อยมา จนกระทั่งวันที่เธอ – คนที่ผมรัก - ได้เดินจากผมไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการหนัก เศร้าสร้อย ก็ได้คนดี ๆ อย่างคู่สามีภรรยาคู่นี้ คอยปลอบใจ และ ให้ข้อคิด (ผ่านทาง MSN) ประหนึ่งว่าทั้งสองคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งการอกหักและพักฟื้นหัวใจ ทั้ง ๆ ที่สองคนนี้ก็ไม่เคยอกหักเลยสักครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่ด้วยความที่ชีวิตคนรอบข้างของคุณสามีภรรยาคู่นี้ต่างก็ อกหัก กันมาโดยทั่วกัน เลยมีประสบการณ์ การปลอบใจและสังเกตอาการของคนอกหักได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ผมอาการหนักหน่วงจนน้ำตาแทบไหลในเวลางาน ก็ได้คุณภรรยามาคอยหลอกล่อ ถามถึงหนังเรื่อง STAR WARS จนมัวฝอยเพลิน ลืมเรื่องเศร้า ๆ ไปได้ – เหมือนกลยุทธ์เอาไอติมมาล่อเด็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และช่วงอาทิตย์นี้ก็เป็นช่วงที่สามีภรรยาคู่นี้กลับมาเยี่ยมเมืองไทยพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราก็เลยได้มากินข้าวเย็นด้วยกัน – เข้าเรื่องซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้เจอกันมาเกือบปี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าห่างกันไปนานขนาดนั้น คงเพราะเราเจอกันบ่อย ๆ ใน MSN ถึงไม่ได้คุยกัน แค่เห็นชื่อออนไลน์ก็เหมือนเห็นหน้ากัน – ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างกันขนาดข้ามมหาสมุทร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่อยากเอามาเทียบกับใครบางคน ที่อยู่ห่างกับผมไม่ถึงห้าสิบกิโล แต่ใจเธอตอนนี้คงห่างไกลจากผมจนกระทั่งชั่วชีวิตนี้ก็คงเดินทางไปไม่ถึงเธอ – แต่เธอก็เล่นกลกับผมโดยการโผล่มาในความฝันของผมบ้างในบางคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรานัดกันไว้ที่ร้านพิซซ่ามิสเตอร์ชาน พิซซ่าแป้งบางกรอบ – แต่ไม่เกร่อ - แบบพิซซ่าจังค์ฟู๊ดทั่วไป ยังคงอร่อยเหมือนทุกครั้งที่ผมกินมัน มีเสต็กเนื้อนุ่มได้ที กับเห็ดผัดเนยหอมฉุยมาเป็นเครื่องเคียง น้ำหนักที่ลดไปสองสามกิโลคงได้เวลากลับคืนมาหาผมสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราคุยกันด้วยเรื่องทั่วไป แต่แน่นอน topic ที่เป็น high light ก็คงยังไม่พ้นเรื่องของผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยังคงสบายดี พยายามทำตัวให้สบายดี และดูยุ่ง ๆ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีอะไรเข้ามาให้คิดมาก แค่ทำงาน และเรียนไปด้วย ก็เหมือนจะดึงเวลาเกือบทั้งหมดในหนึ่งสัปดาห์ของผมไปหมดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วสองคนนี้ก็หลุดปากชวนผมไปเที่ยวออสเตรเลียจนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามารถไปพักที่บ้านของพวกเขาได้ สามารถอาศัยกินกับข้าวที่คุณสามีทำ (โดยเอาแรงงานเข้าแลก) ได้ สรุปคือต้องจ่ายค่าเครื่องบิน กับค่ากิน(นอกบ้าน) ทั้งยังแนะนำว่าเวลาที่เหมาะที่สุดคือตุลาคมปีนี้ – พอเหมาะพอเจาะกับเวลาปิดเทอมของ MBA พอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกสี่เดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากเก็บเงินดี ๆ แบ่งไว้เป็นค่าเทอม เทอมถัดไป อีกส่วนหนึ่งอาจจะพอเป็นค่าตั๋วเครื่องบินไปออสเตรเลียก็ได้  วันลาพักร้อนของปีนี้ก็ยังเหลือเต็ม – ครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้เดินทางไปไกลขนาดนี้ตัวคนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีพันธะอะไรให้ผมต้องเป็นห่วงและยึดติดอีกต่อไป ไม่ต้องกลัวใครเหงาเวลาที่ผมไม่อยู่และไม่ได้โทรหา  บางทีการเดินทางไกล ๆ สักครั้งอาจเป็นสิ่งดี ๆ ที่ทำให้ผมมีมุมมองแนวคิดอะไรใหม่ ๆ ได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความคิดที่น่าสนใจจริง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;ขณะที่เขียนบันทึกอยู่นี้เพิ่งกลับเข้าบ้านมาเนื่องจากออกไปทำงานกลุ่มของ MBA ง่วงมาก ๆ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111862386132512138?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111862386132512138/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111862386132512138' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111862386132512138'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111862386132512138'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_10.html' title='คนดี ๆ (อีกสองคน)'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111837099628332194</id><published>2005-06-09T19:30:00.000-07:00</published><updated>2005-06-09T19:36:36.286-07:00</updated><title type='text'>วันวันมัวทำอะไรอยู่?</title><content type='html'>6.00   ตื่นนอน&lt;br /&gt;6.05   เผลอนอนคิดถึงเธอต่ออีกหน่อย&lt;br /&gt;6.10   อาบน้ำ&lt;br /&gt;6.25   แต่งตัว&lt;br /&gt;6.30   ออกบ้าน&lt;br /&gt;6.40   รถตู้มารับ หลับต่อในรถตู้&lt;br /&gt;7.35    ถึงที่ทำงาน ตื่นพอดี&lt;br /&gt;7.40    กินข้าวเช้า&lt;br /&gt;8.00    เปิดคอม เช็คเมล์ ออนไลน์ MSN&lt;br /&gt;8.10    อู้ เดินไปชงกาแฟ&lt;br /&gt;8.15    เริ่มทำงาน คุยกับชาวบ้าน ทำงาน&lt;br /&gt;18.00 เลิกงาน ปิดคอม&lt;br /&gt;18.15  รถตู้ออกจากโรงงาน พยามหลับเอาแรงในรถตู้ต่อแต่ไม่สำเร็จ&lt;br /&gt;18.50  รถตู้มาถึงเชียงใหม่&lt;br /&gt;19.05  เดินกลับถึงบ้าน เดินแข่งกับฝนไล่มา&lt;br /&gt;19.25  ขับรถออกมาจากบ้านอีกที ฝนตกหนัก&lt;br /&gt; 19.50 นัดเจอกับเพื่อนเข้ากลุ่มทำรายงาน&lt;br /&gt;19.55  ไม่มีใครอยู่ แสดงว่ามาเร็ว แอบแว่บออกมากินข้าว&lt;br /&gt;20.00 มาเจอทุกคนที่ร้านข้าว ทุกคนมาถึงก่อนเราแล้ว&lt;br /&gt;20.30  กินข้าวกันเสร็จ ได้เวลาเริ่มทำงานกลุ่มซักที&lt;br /&gt;22.00  งานเดินไปได้เยอะ แต่ยังไม่เสร็จ ทุกคนไม่ไหวแล้ว หลายคนอยากดูดาวหลงฟ้า&lt;br /&gt;22.20  คนอื่นกลับกันแล้ว นั่งคุยต่อเรื่องรายงานแบบจับคู่กับน้องอีกคน&lt;br /&gt;23.10  คุยเสร็จ แยกย้ายกันกลับบ้าน&lt;br /&gt;23.30  กลับมาถึงบ้าน&lt;br /&gt;23.40  อาบน้ำ&lt;br /&gt;24.00  อาบน้ำเสร็จ กะจะอ่านหนังสือ นึกได้ว่าไอ้ก่อฝากทำ msn logo ให้แฟนมันพรุ่งนี้&lt;br /&gt;24.05  เปิดคอม นั่งทำ logo&lt;br /&gt;24.50  ทำ logo เสร็จ จะอ่านหนังสือต่อแต่ไม่ไหวแล้ว&lt;br /&gt;01.00  นอน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111837099628332194?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111837099628332194/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111837099628332194' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111837099628332194'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111837099628332194'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_09.html' title='วันวันมัวทำอะไรอยู่?'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111819337479845435</id><published>2005-06-07T18:14:00.000-07:00</published><updated>2005-06-07T18:16:14.800-07:00</updated><title type='text'>เคมีที่ตกค้าง</title><content type='html'>เคยได้ยิน(หรือได้อ่าน)ใครบางคนบอก(หรือเขียน)ถึงนิยามของความรักเอาไว้ว่า ความรัก มันก็คือการที่เคมีของคนสองคนมาเข้ากันได้อย่างลงตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คลับคล้ายคลับคลาว่าเขาจะเขียนออกมาในแนว ๆ นี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าอย่างนั้น คนที่สมหวังในความรัก น่าจะหมายถึง ปฏิกริยาทางเคมีของทั้งเขาและเธอสมดุลกันพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนคนที่ผิดหวัง ปฏิกริยาทางเคมีก็คงไม่สมดุล เหลือสารตกค้างทิ้งไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับผม สารตกค้างที่เหลือไว้ ก็คือภาพของเธอ และอารมณ์ปวดลึก ๆ ในเวลาที่เหงาและคิดถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในคืนที่ต้องอ่านหนังสือคนเดียวเพื่อหาข้อมูลทำรายงาน แล้วอารมณ์ปั่นป่วนก็ผลักให้ผมแวะมานั่งเขียนบันทึกทั้ง ๆ ที่ยุ่งอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขียนอะไรไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็คงกลับไปอ่านหนังสือต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกอาทิตย์กว่า ๆ แล้วตั้งแต่เราเลิกกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ได้แต่หวังว่า อีกสักปีสองปีข้างหน้า วันที่ผมย้อนกลับมาอ่านบันทึกของตัวเองอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคงอ่านมันไปด้วยรอยยิ้ม…..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111819337479845435?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111819337479845435/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111819337479845435' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111819337479845435'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111819337479845435'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_07.html' title='เคมีที่ตกค้าง'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111819239741447016</id><published>2005-06-06T17:56:00.000-07:00</published><updated>2005-06-07T17:59:57.416-07:00</updated><title type='text'>You are my sunshine, my only sunshine</title><content type='html'>You are my sunshine, my only sunshine…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;you make me happy when skies are gray….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;you'll never know dear, how much I love you,&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;please don't take my sunshine away…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลงนี้ดังก้องกังวานตั้งแต่เช้าที่เดินเข้ามาในออฟฟิศแล้วเปิดคอม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปล่า ไม่มีใครในออฟฟิศเปิดเพลงนี้ แต่มันดังก้องขึ้นมาในหัวผมเมื่อเปิดคอมแล้วออนไลน์ msn&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ก่อเปลี่ยนชื่อใน msn เป็น “You are my sunshine”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจี๊ยบก็รับมุข ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น “..My only sunshine”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันสืบเนื่องมาจากหนังที่เราไปดูด้วยกันมาเมื่อคืนวันศุกร์  - มหาลัยเหมืองแร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพลงนี้ (You are my sunshine) ดูเหมือนจะเป็นเพลงที่เป็นธีมเด่นของหนัง เพลงช้า ๆ เอื่อย ๆ หวาน ๆ เนื้อหาตรงตัว บ่งบอกถึงกาลเวลาในยุคนั้นได้อย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เมื่อเอามาเปิดฟังในยุคนี้ …มันก็เพลินดีไม่หยอก แถมมีใครบางคนส่ง link สำหรับเข้าไปฟังเพลงนี้จากทาง internet ได้ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ทั้งวันก็เลยมีแต่เสียงเพลงนี้เปิดคลอไปตลอด ช่างเหมาะกับวันจันทร์ที่เอื่อย ๆ และน่าเบื่อสำหรับหลาย ๆ คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดถึงเพลง วันนี้บังเอิญไปได้ แผ่นเอ็มพีสาม ของบอยด์ โกสิยพงศ์มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Kindly Delite เป็นเพลงบรรเลงทั้งสิบเพลง ไม่มีเนื้อร้อง ฟังได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อ (จริง ๆ ดูเหมือนจะเป็นเพลงที่มีเนื้อร้องสองเพลง แต่ฟังไม่ออก ไม่น่าใช่ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ – หรือถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ร้องได้งึมงำมาก ฟังไม่ออก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอามาเปิดคลอไปตอนกำลังอ่านหนังสือ หรือแม้แต่กำลังพิมพ์บันทึกอันนี้อยู่ ฟังย้อนกลับไปกลับมาหลายรอบแล้วก็ยังไม่เบื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางที เนื้อร้องที่เพิ่มเข้ามาอาจจะทำให้เพลงฟังแล้วดูเพราะน้อยลงก็ได้ เพลงที่ไม่มีเนื้อร้องบางทีอาจจะเป็นอมตะกว่า &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบเพลงที่เป็นเครื่องเป่า เคยมีเทปคาสเซ็ต เบิร์ดกะฮาร์ท ชุดจากกันมานาน มีอยู่เพลงหนึ่งชื่อ “ทำอย่างไร” (เป็นเพลงที่ไม่ค่อยดัง) มีเดี่ยวแซกโซโฟนในตอนจบเพลง ชอบมาก ไม่น่าเชื่อว่าคนคนนึงจะมีแรงเป่าติดต่อกันได้ขนาดนั้น ฟังจนเทปยาน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชอบมากกับทั้งสิบเพลงนี้ของบอยด์ แต่บังเอิญว่ามันเป็นเพลงที่ได้มาฟรี แถมยังเป็นเอ็มพีสามซะด้วย เลยรู้สึกผิดเล็กน้อยกับการที่ชื่นชอบกับผลงานเขาแล้วไม่ได้จ่ายเงินสนับสนุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แต่ตั้งใจไว้ว่าถ้าคุณบอยด์ ออกอัลบั้มชุดใหม่ออกมา แล้วผมจะตามไปซื้อแล้วกันครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111819239741447016?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111819239741447016/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111819239741447016' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111819239741447016'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111819239741447016'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/you-are-my-sunshine-my-only-sunshine.html' title='You are my sunshine, my only sunshine'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111810884148400293</id><published>2005-06-05T18:37:00.000-07:00</published><updated>2005-06-06T18:47:21.486-07:00</updated><title type='text'>งานเยอะ</title><content type='html'>วันนี้เรียนเสร็จพร้อมกับการบ้านมาอีกตั้งใหญ่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีทั้งรายงานกลุ่มหกคน รายงานแบบจับคู่กันทำ มีกำหนดส่งอาทิตย์หน้าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่อยากคิดว่านี่เพิ่งเป็นอาทิตย์แรกของการเรียน(อย่างเป็นทางการ)เท่านั้น ทำไมการบ้านมันเยอะอย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานกลุ่มหกคน ถูกอาจารย์จับให้อยู่กับพี่ต้น พี่ต้นทำงานอยู่ที่เดียวกับผมแต่คนละแผนก แกแก่กว่าปีหนึ่ง แต่ก็ซิ่วมาปีนึง จบวิศวะมอชอมาเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปัญหาคือแกเป็นคนคิดมากแบบมีหลักการ และต้องการความเห็นที่ลงตัวเหมือนกับแกในตลอดการเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตลอดเช้าและบ่าย แกจะสะกิดถามนู่นถามนี่เป็นเชิงว่าคิดว่าไง เห็นด้วยกับแกหรือเปล่า ถ้าผมไม่เห็นด้วย แกก็สะกิดอีกและเอาเหตุผลมาอ้างจนผมเบื่อและต้องเห็นด้วยกับแก แล้วก็ก็จะเงียบไป แต่ก็แค่สักพัก แล้วแกก็จะสะกิดใหม่ด้วยความคิดเห็นในเรื่องอื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าแกก็ไม่ได้ คนมันมีหลักการ ได้แต่โทษอาจารย์ที่จัดกลุ่มแบบนี้ หรืออีกที ต้องโทษดวงของผมเอง (ที่ถูกจับมานั่งกับแก)&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111810884148400293?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111810884148400293/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111810884148400293' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111810884148400293'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111810884148400293'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_05.html' title='งานเยอะ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111810816507118956</id><published>2005-06-04T18:30:00.000-07:00</published><updated>2005-06-06T18:36:05.076-07:00</updated><title type='text'>Party</title><content type='html'>เมื่อวานทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เรียนหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรุ่งนี้ยังเรียนหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันมะรืนก็ไปทำงานต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเหนื่อย ๆ เหมือนไม่มีวันหยุด แต่เมื่อคิดว่านี่เพิ่งเป็นอาทิตย์แรกของอีกสองปี(เป็นอย่างน้อย) ที่ผมจะต้องเผชิญกับวัฏจักรเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยเข้าไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีแต่เรียน กับ เรียน ได้หนังสือ text book ที่ฝากกันถ่ายเอกสารมาทั้งห้อง text book เรื่อง Cost Managing ที่หนาเท่าสมุดโทรศัพท์ เห็นแล้วอยากเอามาหนุนนอนมากกว่าจะอยากเปิดออกมาอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอาจารย์ก็สอนโดยการอ่านภาษาอังกฤษแล้วแปลให้ฟัง หมดทั้งวัน (รวมที่อาจารย์มี quiz แบบทีเผลอหลังพักเที่ยง) ก็อ่านไปได้ 56 หน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังคิดว่าถ้าอย่างนี้ ถ้าผมเอาหนังสือไปอ่านเอง หนึ่งวันอาจจะได้มากกว่า 56 หน้าซะอีก หึ หึ หึ กำลังคิดได้อย่างนี้ อาจารย์ท่านก็สั่งการบ้านมาเลยสองข้อใหญ่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีงานให้เอากลับไปทำอีกแล้วเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกเรียน แล้วนัดกับพี่หม่อมและแอนไว้ว่าจะไปบ้านหัวหน้าด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันพฤหัสที่ผ่านมาเป็นวันเกิดหัวหน้า แต่แกก็ชวนให้ไปที่บ้านแกในวันเสาร์(ซึ่งก็คือวันนี้)  แกบอกว่าเป็นการนัดสังสรรค์ในทีม แต่ในความนัยก็หมายถึงชวนไปฉลองวันเกิดแกนั่นแหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่หม่อมมีเรียนตอนบ่ายที่คณะบริหารพอดี เลิกเรียนแล้วผมก็เลยยืนรอเจ๊แกต่อที่ใต้ตึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอนโทรมาบอกว่าตอนนี้อยู่ที่โลตัสหางดงแล้ว กำลังจะหาทางไปบ้านหัวหน้า (แอนเคยไปแค่ครั้งเดียว และด้วยความที่บ้านท่านหัวหน้าเราอยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลและซับซ้อนเหลือเกิน ทำให้แอนไม่กล้าไปคนเดียว – แต่เอาเข้าจริง ด้วยความที่รอนาน แอนก็ขับรถเดาทางเองไปเรื่อยจนถึง) ผมเลยฝากแอนซื้อเค้ก และอะไรบางอย่างไปทำกินกันที่บ้านหัวหน้าด้วย (อะไรบางอย่างที่ว่าคือเฟรนช์ฟรายส์) ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแวะอีก&lt;br /&gt;                                                                                                          &lt;br /&gt;พี่หม่อมเรียนเสร็จก็มาเจอกันที่รถ ขับออกมาจากมอ แต่ก็ต้องมารับน้อง CSO ที่เพิ่งเข้ามาใหม่อีกสองคน ก้อย กับ อุ๋ม ขอติดรถไปด้วย แวะรับสองคนเรียบร้อยแล้วก็มุ่งตรงไปยังบ้านท่านหัวหน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวหน้ายืนรออยู่หน้าบ้านแล้วตอนผมจอดรถ แกกำลังโทรหาคนอื่น ๆ คงกำลังเช็คว่าอยู่ไหนแล้ว (คาดว่ากลัวคนมาน้อยแล้วอาหารจะเหลือ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าไปในบ้าน จีจี้ ภรรยาของหัวหน้ากำลังวุ่นอยู่ในครัว – กำลังทอดเฟรนช์ฟรายส์ที่แอนซื้อมา – โดยความอยากกินของผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จีจี้เป็นคนฟิลิปปินส์ (หัวหน้าผมเป็นคนสิงคโปร์) ที่หน้าตาเหมือนคนไทยมาก เป็นคนใจดี และดูแลเรา(ลูกน้องของหัวหน้า)เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันเสมอ ผมเดินเข้าไปถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า(ตามมารยาทที่ดี) จีจี้กลับถามถึงเธอ บอกว่าคิดว่าผมจะพาเธอมาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ บอกจีจี้ไปว่าเราเลิกกันแล้ว  แน่นอนว่าจีจี้ทำหน้าตกใจ และดูเสียใจที่ถามเรื่องนี้ออกมา เป็นผมก็คงรู้สึกไม่ดี ถ้าไปถามถึงแฟนของคนที่เลิกกันแล้ว หรือไปถามถึงญาติที่ตายไปแล้วของใคร รู้สึกไม่ดีทั้งคนถามและคนถูกถาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็นั่นแหละ ความจริงก็คือความจริง เป็นสิ่งยังคงเผชิญอยู่ทุก ๆ วัน – เพียงแค่วันนี้ผมยังเผชิญมันอย่างหน้าชื่นตาบานไม่ได้เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพัก เจอาร์ โนโน่ และลีออนก็มาถึง สองคนหลังนั่งตุ๊ก ๆ มาจากโรงแรม โดยมีเจอาร์ขับรถตามมาอีกที (หลงทาง) พี่ป๋อมตามมาอีกทีหลังจากนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเราก็นั่งกินอาหารด้วยกัน มีบะหมี่(เส้นเหมือนมาม่าที่ต้มจนอืดได้ที่แล้ว)ผัดกับถัวลันเตาและเนื้อหมู จีจี้บอกว่าอันนี้เป็นอาหารฟิลิปปินส์ เวลากินต้องบีบมะนาวโรยข้างบน  มีขาไก่ทอดพร้อมกับน้ำจิ้มเผ็ดสุดอร่อย  มีแซนด์วิชที่ไส้คงเป็นสลัดไข่  มีสลัดผลไม้ที่คงใส่ชีสและนมข้นมากไปหน่อยเลยรู้สึกว่าเลี่ยนและหวานไปสำหรับผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่โดยรวมแล้วก็อร่อย (เคยมากินข้าวบ้านหัวหน้าตอนคริสต์มาสปีที่แล้วกับอีกปีก่อนหน้านั้น รู้สึกว่าตอนคริสต์มาสจะทุ่มทุนสร้างมากกว่านี้) กินข้าวไป ดูดีวีดีไปด้วยกัน หัวเราะไปด้วยกัน ให้ความรู้สึกว่าเราเป็นเหมือนกับอีกครอบครัวนึงเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูหนังเก่าเรื่องจูแมนจิ เถียงกับหัวหน้าว่ามันสร้างปีไหนกันแน่ ผมว่าสร้างช่วงปี90s แต่หัวหน้าว่าน่าจะอยู่ในช่วง 80s ปลาย ๆ แต่ก็ลงความเห็นว่ามันคงสร้างก่อนจูราสสิค พาร์ค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพิ่งสังเกตว่า คริสเต็น ดันสท์ นางเอกเรื่องสไปเดอร์แมน ก็แสดงเรื่องนี้ด้วย (ตอนยังเป็นเด็ก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มหนำสำราญกันดี ก็มีการดับไฟ จุดเทียนเป่า แล้วก็ตัดเค้กแจกกัน จีจี้เตรียมเค้กไว้ปอนด์หนึ่ง แอนซื้อมาเพิ่มอีกปอนด์หนึ่ง เลยมีการตัดสองรอบ อิ่มจนแทบจุก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับ พี่หม่อมกลับกับผม ส่วนน้อง CSO อีกสองคนกลับไปกับพี่ป๋อม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนกลับไอ้ก่อกับพี่เอกโทรมาบอกว่าตอนนี้รออยู่ที่มังกี้คลับแล้ว ให้ตามไปด่วนพร้อมทั้งหิ้วเจ้าสิบสองปีขวดที่วางอยู่ที่บ้านผมไปด้วย (พี่เอกฝากซื้อตั้งแต่ผมไปสิงคโปร์คราวก่อน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แวะไปส่งพี่หม่อมที่มอชอ  ระหว่างทาง พี่หม่อมพยายามจะเลียบ ๆ เคียง ๆ แนะนำน้องสาวของเพื่อนเจ๊แกให้ผมรู้จัก แต่ก็นั่นแหละ อารมณ์นี้ ใคร ๆ ผมก็ไม่สน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งพี่หม่อมเสร็จ ก็ไปที่มังกี้คลับ ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่ทั้งแก๊งค์ก็อยู่ที่นั่นหมดแล้ว ปรากฏว่าโชคช่วย คนเต็ม ไม่มีที่จอดรถ วนไปวนมาสองสามรถก็ยังหาที่จอดรถไม่ได้ ถึงแม้จะยอมเดินไกล ก็ยังไม่มีที่จอดรถอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยได้ข้ออ้างกลับบ้านเลย แต่ก็ยังไม่วายโดนพี่เอกกับไอ้ก่อบอกว่าป๊อด….หาที่จอดรถไม่ได้ก็กลับซะแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป๊อดก็ป๊อดไม่ผิดศีล(ข้อห้า)นะครับ…&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111810816507118956?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111810816507118956/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111810816507118956' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111810816507118956'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111810816507118956'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/party.html' title='Party'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111810679614720064</id><published>2005-06-03T18:10:00.000-07:00</published><updated>2005-06-06T18:13:16.153-07:00</updated><title type='text'>มหาลัย เหมืองแร่</title><content type='html'>ไปดูหนังมาอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกตัวเองเหมือนกันว่าช่วงนี้จะไปดูหนังบ่อยมาก(ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน)  สี่อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ผมดูหนังเฉลี่ยแล้วอาทิตย์ละรอบ (ไม่นับพวก VCD ที่ไปเช่ามาอาทิตย์ละสองสามเรื่อง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;13 พค ไปดูเรื่อง Kingdom of Heaven&lt;br /&gt;20 พค ไปดูเรื่อง STAR WARS Episode III : Revenge of the Sith&lt;br /&gt;28 พค ไปดู STAR WARS รอบสอง&lt;br /&gt;3 มิถุนายน (วันนี้) ก็เพิ่งไปดูมาอีกเรื่อง “มหาลัย เหมืองแร่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อ่านหนังสือแล้วอยากให้ทำเป็นหนังมานานแล้ว เป็นความบังเอิญที่เมื่อหลายปีก่อน(อาจจะถึงสิบปีก่อน) เคยไปเก็บหนังสือเก่า ๆ มาอ่าน เป็นหนึ่งในชุดเหมืองแร่ของอาจินต์ ชื่อเล่มว่าไอ้ไข่ - ตอนนั้นแยกขายเป็นเล่มเดี่ยว (เสียดายที่ป่านนี้ไม่รู้หายไปไหน) แล้วก็ชอบ ติดใจ สนุกไปกับสำนวนเขียนและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเหมืองแร่แห่งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนได้โอกาสซื้อเป็นรูปเล่มแบบรวมเต็ม ๆ ที่สัปดาห์ห้องสมุดมอชอเมื่อสามปีก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคุณจิระ มะลิกุล เอามาทำเป็นหนังอีก ก็ไม่พลาดที่จะไปดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็สุขใจ  ชื่นใจที่เห็นตัวละครที่เคยอ่านเอาไว้ในหนังสือออกมามีชีวิตโลดโผนอย่างที่เคยจินตนาการไว้ อาจินต์ ไอ้ไข่ นายฝรั่ง พี่จอน พี่ก้อง พี่เหว็ง โกต๋อง และอีกหลาย ๆคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นหนังที่ทำออกมาได้ดีมาก(ในความคิดของผม) กระชับและได้ใจความถึงแม้จะตัดรายละเอียดและตัวละครบางตัวออกไปบ้าง เป็นหนึ่งในหนังไม่กี่เรื่องที่ไม่ทำให้อารมณ์ของคนที่อ่านหนังสือแล้วมาดูหนังต้องเสียอารมณ์อย่างหนังหลาย ๆ เรื่องที่เคยดูมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูหนังแล้วก็อิน แล้วก็คิดไปเรื่อยเปื่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องราวคลาสสิคในยุคเก่า ๆ ยุคที่คนรักเมื่อห่างไกลกันสิ่งที่ทำได้คือเขียนจดหมายถึงกัน  ความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารของคนสองคนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ความรักของคนในสมัยก่อนยืนยาวกว่าในสมัยนี้หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จดหมายที่ใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยสามวันจากคนหนึ่งถึงอีกคนหนึ่ง และใช้เวลาอีกสามวันเพื่อรอจดหมายตอบกลับ มันอาจดูมีคุณค่ามากกว่าเสียงโทรศัพท์ หรือ แม้แต่อีเมล์ คนเราสมัยนี้รักกันง่ายและเลิกกันเร็วเพราะมีสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยด้วยหรือเปล่า….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากดูเรื่องนี้อีก แต่คงต้องรอให้ลงเป็นแผ่นแล้วค่อยไปหาซื้อมาเก็บไว้ ปกติผมเป็นคนที่เมื่อได้อ่านหนังสือดี ๆ แล้วก็อยากให้คนอื่นได้อ่านบ้าง เมื่อได้ดูหนังดี ๆ แล้วก็อยากไปชวนให้คนอื่นมาดูบ้าง แต่กับหนังเรื่องนี้ อยากทำมากกว่านั้น คืออยากเอาหนังสือให้ยืม แล้วก็ชวนให้ไปดูหนังต่อเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปดูกันห้าคน ไปกับไอ้ก่อ กระแต(แฟนไอ้ก่อ) เจี๊ยบ ขิม แล้วก็ผม เลิกงานแล้วก็นั่งรถตู้จากโรงงานมาลงที่โรบินสัน แอร์พอร์ต ช่วงนี้ไปไหนมาไหนกับพวกนี้บ่อยมาก หวังว่าพวกมันคงยังไม่เบื่อและก็หน่ายผมไปซะก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูหนังแล้วก็กลับบ้าน พรุ่งนี้ต้องไปเรียนหนังสืออีกแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111810679614720064?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111810679614720064/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111810679614720064' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111810679614720064'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111810679614720064'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post_03.html' title='มหาลัย เหมืองแร่'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111776246391028003</id><published>2005-06-01T18:28:00.000-07:00</published><updated>2005-06-02T18:34:23.916-07:00</updated><title type='text'>คนดี ๆ</title><content type='html'>สี่ทุ่มครึ่ง ข้างนอกฝนยังตกอยู่ปรอย ๆ อากาศเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อตะกี๊เคลิ้ม ๆ กำลังจะหลับไป ก็พอดีมีโทรศัพท์มาหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นโทรศัพท์ไม่โชว์เบอร์   แต่โชว์ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นโทรศัพท์ทางไกลมาจากญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาจากเพื่อนสนิทของผมเอง ไอ้กานต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้กานต์เป็นเพื่อนสนิทของผม รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เคยเห็นหน้ากันมาตั้งแต่มอหนึ่ง พอมอสี่ค่อยได้มาเรียนห้องเดียวกัน แล้วจากนั้นมา ชีวิตของผมก็ต้องเห็นหน้ามันมาเรื่อย ๆ มอสี่ มอห้า มอหก สอบโควตาติดเข้ามาวิศวะมอชอด้วยกัน  พอปีหนึ่งเทอมสองก็เรียนเมเจอร์เครื่องกลด้วยกันซะอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาเริ่มห่าง ๆ กันไปก็ตอนผมเรียนจบปีสี่แล้วมาทำงาน ส่วนมันไปเรียน ต่อ ปริญญาโท ที่จุฬา แล้วชีวิตมันก็ระหกระเหินจนตอนนี้ไปทำโปรเจค และใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบอยู่ที่ญี่ปุ่น นาน ๆ ทีจะกลับมาเมืองไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเอาชีวิตของผมมาเขียนเป็นหนังสือ (ซึ่งก็คงไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจให้อ่าน) ไอ้กานต์ก็คงเป็นบทใหญ่บทหนึ่งทีเดียว เป็นบทที่ขาดไม่ได้  และมันก็คงไม่ยอมอยู่แค่บท บทเดียวในหนังสือของผมแน่ มันคงขอมีส่วนร่วมไปในทุกบท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่อยู่ไกล ทุกครั้งที่มันออนไลน์ MSN มันจะต้องทำหน้าตกใจ ( :o ) แล้วเข้ามาถามว่ามีข่าวคราวอะไรอัพเดตบ้างหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนคราวก่อนผมรำคาญก็เลยบอกมันไปว่าผมเลิกกับแฟนแล้ว (หรืออันที่จริง ผมโดนแฟนทิ้งแล้ว) มันถามรายละเอียดใหญ่ (จะด้วยความเป็นห่วง หรือความอยากรู้เห็นส่วนตัวของมันก็แล้วแต่)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่มันออนไลน์มันก็จะเข้ามาถามผมเรื่อย ๆ ว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนวันนี้มันคงทนไม่ไหว   เลยโทรมาหาซะเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไอ้เวร ทีสบายดีไม่รู้จักโทรมา ดันโทรมาตอนกูอกหัก” ผมด่ามัน ทั้งๆ ที่น่าจะขอบใจที่มันเป็นห่วง อุตส่าห์โทรมาไกลจากญี่ปุ่น&lt;br /&gt;“อ้าว ก็ถ้ามึงสบายดีแล้วกูจะโทรมาทำไม กูก็โทรมาตอนมึงเหี่ยว ๆ นี่แหละ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มันย้อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเราก็คุยกันด้วยเรื่อง ทั่ว ๆ ไป โดยเน้นหนักไปในอาการของผมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็บอกมันไปว่าก็เรื่อย ๆ ยังกินข้าวได้ ยังนอนหลับ ยังทำงานได้ตามปกติ ถึงแม้บางครั้งความเหงาจะกระโดดเข้ามาล๊อกคอแล้วกระชากอย่างไม่รู้ตัว แต่โดยรวมแล้วผมก็ยังพอประคับประคองตัวได้ดีอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันบอกให้ผมรีบ ๆ หาจีบผู้หญิงคนใหม่เร็ว ๆ จะได้เลิกเศร้าซะที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้ว่ามันก็พูดไปอย่างนั้น เรื่อง(ผู้หญิง)ของมันเอง มันก็ยังเอาตัวไม่รอด ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้มันระหกระเหินไปถึงญี่ปุ่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุยกันสักพักก็วางหู มันต้องไปทำรายงานต่อ เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าเมืองไทยประมาณสองชั่วโมง หมายความว่าตอนนี้ที่นั่นประมาณตีหนึ่งแล้ว แต่มันก็ยังไม่นอน ทำรายงานจนดึกดื่น แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานพิเศษ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ้งในน้ำใจเพื่อนที่อุตส่าห์โทรข้ามประเทศมาหา มาให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ(ที่ไม่ค่อยจะช่วยอะไรมากนัก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเรา บางทีเวลามีความรักก็เหมือนหมาช่วงติดสัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต่อให้ล่ามเอาไว้แน่นแค่ไหน ก็ดิ้นจนหลุดออกมาจนได้   ต่อให้กำแพงบ้านสูงแค่ไหน ก็แอบตะกายปีนหนีออกไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็หายตัวไป ไปกัด ไปสู้กับหมาตัวอื่น เพื่อผู้หญิง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนหมดฤดู (หรือในกรณีของผม จนโดนเค้าทิ้งมา) ก็ซมซานกลับมาบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยสภาพผอมโซ เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลเหวอะ กลับมาหาเจ้าของ มาให้ดูแลเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกือบจะเปรียบตัวเองเป็นหมา เพียงแต่ที่หมามันทำไปเพราะสัญชาตญาณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่ผมทำไป เพราะบางสิ่ง ที่คงจะเรียกว่าความรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รออีกหน่อย รอให้แผลหาย ให้ขนขึ้นเต็มเหมือนเดิม…..&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าจะเขียนถึงสิ่งพิเศษของวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นวันเริ่มต้นขึ้นรถตู้ไปทำงานวันแรก ไม่ต้องขับรถไปทำงานเองอีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บังเอิญว่าผมต้องขึ้นรถเป็นคนแรกของสาย เลยต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ รถจะมารับตอนหกโมงสี่สิบ หน้าโรบินสัน แอร์พอร์ตพลาซ่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปกติเคยออกจากบ้านเจ็ดโมง ก็ต้องเลื่อนเป็นหกโมงครึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มารอขึ้นรถที่เดียวกับพี่โชค และหัวหน้าของผมเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวหน้าของผม เป็นบุคคลที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นมากกว่าหัวหน้า เป็นคนใจเย็น ใจดี และให้คำปรึกษาได้ในหลาย ๆ เรื่องทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาทิตย์ที่ผมโดนเธอบอกเลิก แน่นอนว่ามันมีผลกระทบกับงาน ผมเดินไปบอกกับหัวหน้าว่าผมเลิกกับแฟนแล้ว (หัวหน้าก็รู้จักเธอด้วย เราเคยไปงานแต่งงานพี่เจียด้วยกัน) ตาแดง ๆ บอกกับหัวหน้าว่าที่ผ่านมาสองสามวันผมอาจจะมี lost focus ในเรื่องงานไปบ้าง ขอโทษที่ทำให้เรื่องส่วนตัวมีผลกับงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หัวหน้าถามว่าเรื่องมันเป็นมายังไง แต่พอเห็นผมตาแดง ๆ ก็บอกว่าถ้าไม่สบายใจจะเล่าก็ไม่เป็นไร และก็ไม่เคยถามเรื่องนี้อีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออย่างเมื่อวาน ตอนผมเอาใบลาพักร้อนไปให้หัวหน้าเซ็นต์เพื่อลามาปฐมนิเทศในวันพรุ่งนี้  บอกหัวหน้าไปว่าตอนนี้ผมมาเรียน MBA ช่วงวันเสาร์ อาทิตย์แล้ว ถ้าเป็นหัวหน้าคนอื่น ๆ ก็อาจจะถามว่ามันจะมีผลกระทบกับการทำงานหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่หัวหน้าผมสนับสนุน บอกว่าเป็นสิ่งที่ดีที่เรียนไปด้วยระหว่างทำงาน (โดยเฉพาะในสาขานี้)  แกเองก็กำลังเรียนอยู่เหมือนกัน (แต่เป็นหลักสูตรออนไลน์) แถมยังเปิดลิ้นชักเอาเปเปอร์ที่เป็นกรณีศึกษาที่แกกำลังเรียนอยู่เอามาให้ผมดูด้วย  ถามถึงเนื้อหาว่าเรียนอะไรไปบ้าง  เราคุยเกี่ยวกับเนื้อหาในการเรียนอีกพักใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ขึ้นรถมาตอนเช้า  อากาศอึมครึมมีฝนปรอย ๆ ผมนั่งติดหน้าต่าง มองออกไปข้างนอก มีเม็ดฝนตกมาเกาะที่กระจกหน้าต่างแล้วก็ร่วงลงมาเป็นสายขณะที่รถแล่นไป ไม่รู้ว่าทำไมเวลาเห็นฝนร่วงลงมาเป็นสายเกาะที่กระจกแล้วทำให้รู้สึกเหงา ผมเหม่อมองข้างนอกหน้าต่าง หูก็ฟังเพลงจากปาล์ม บังเอิญว่าเป็นเพลงเศร้า ๆ อีกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพักก็มีมือมาสะกิด หัวหน้าผมเอง เอา ipod mini ที่แกเพิ่งฝากเพื่อนที่สิงคโปร์(ที่ทำงานอยู่ใน apple) ซื้อมาฝาก ออกมาอวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อวดไม่อวดเปล่า พยายามให้ผมลองฟังด้วย ยอมรับว่าเป็นเครื่องเล่นเพลงที่ออกแบบมาได้สวย และเสียงดีมาก หัวหน้าบอกว่าเห็นผมชอบฟังเพลงเก่า ๆ เลยแนะนำให้สองสามเพลง เป็นเพลงในยุค 70s&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้ว่าแกแค่จะหาเพื่อนคุย หรือเพราะเห็นผมเหม่อ ทำหน้าเศร้ากับสายฝน แต่ก็เอาเถอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกว่าในชีวิตผมจะมีแต่คนดี ๆ ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน อย่างไอ้กานต์ หรือหัวหน้าของผมเอง และก็อีกหลาย ๆ คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้แต่เธอที่ทิ้งผมไป เธอก็ยังคงเป็นคนดีของผม เพียงแต่เราพบกันผิดเวลา และผิดจังหวะเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เคยเสียใจที่ได้พบเธอ ได้รักเธอ ได้เคยมีเวลาดี ๆ กับเธอในช่วงหนึ่งของชีวิต&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111776246391028003?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111776246391028003/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111776246391028003' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111776246391028003'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111776246391028003'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/06/blog-post.html' title='คนดี ๆ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111758856766154718</id><published>2005-05-31T18:11:00.000-07:00</published><updated>2005-05-31T18:16:07.666-07:00</updated><title type='text'>ค่ำคืน</title><content type='html'>ค่ำคืน ฉันยืนอยู่ทำไม&lt;br /&gt;ดึกแล้ว ผู้คนก็หลับไหล&lt;br /&gt;ตีสอง ตีสาม พวกยามเค้ายังหลับใน แล้วทำไมฉันยัง มายืนนับดาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าคืนนี้ ได้นอนก็คงดี&lt;br /&gt;พรุ่งนี้ ก็คงตื่นแต่เช้า&lt;br /&gt;ไม่เอา เลิกเหงา ไม่เอาไม่มีประโยชน์ แล้วจะโกรธ โทษใคร ถ้าไปไม่ทันเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่เค้า ไม่ใยดี ป่านนี้เค้าคงหลับไหล&lt;br /&gt;จะคิดถึง ให้ตายเค้าคงไม่รู้&lt;br /&gt;สู้ทำใจ ให้ดี รักตัวเอง บ้างสิ ก็ตัวเรา คือคนหนึ่งคนเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเหงา ก็ควรให้พอดี&lt;br /&gt;สิบวัน เหงาทีก็ดีถม&lt;br /&gt;มัวเหงา ติดกัน สิบวันไม่นอนไม่ข่ม เดี๋ยวเป็นลมล้มไป ไม่เห็นว่าใครจะแล&lt;br /&gt;มัวเหงา ติดกัน สิบวันไม่นอนไม่ข่ม เดี๋ยวเป็นลมล้มไป ไม่เห็นว่าใครจะแล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนไม่หลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำยังไงก็นอนไม่หลับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค้นหนังสือออกมาอ่าน แต่เมื่อสมาธิมันไม่อยู่กับหนังสือ มันก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ออกมานอกบ้าน ยืนมองฟ้าข้างนอก เป็นคืนเดือนแรม ฟ้าไม่มีพระจันทร์ แถมมีแต่เมฆอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามนึกถึงเรื่องน่าสนุกในวันรุ่งขึ้น เพื่อจะได้กลับไปนอนต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่นึกออกก็มีแค่ ..........&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันพรุ่งนี้เป็นวันแรกที่จะได้ขึ้นรถตู้ไปทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันพฤหัสจะลางานไปปฐมนิเทศน์ MBA&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันศุกร์นัดกับพวกที่ทำงานจะไปดูหนังเรื่อง มหาลัยเหมืองแร่ หลังเลิกงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ว่าไปก็มีเรื่องอะไรให้รอ ให้ทำอีกเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วจะมานั่งเหงา นั่งซึมไปทำไม?&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111758856766154718?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111758856766154718/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111758856766154718' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111758856766154718'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111758856766154718'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_31.html' title='ค่ำคืน'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111750419647597384</id><published>2005-05-28T18:41:00.000-07:00</published><updated>2005-05-30T18:49:56.476-07:00</updated><title type='text'>สอบ ไม่สบาย และอีกหลายกิจกรรม</title><content type='html'>วันนี้สอบเก้าโมง แต่ต้องตื่นมาตั้งแต่ก่อนหกโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องสาวตัวดีมีสัมมนาที่สวนบัวรีสอร์ท แล้วต้องไปขึ้นรถที่คณะก่อนเจ็ดโมงครึ่ง ผมเลยต้องตื่นมาอาบน้ำและขับรถไปส่งแต่เช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่งน้องสาวเสร็จก็แวะมา อมช เพื่อจะกินข้าวเช้า แต่กินไปได้นิดเดียวก็กินต่อไม่ไหว สงสัยเมื่อคืนนอนน้อย แถมอากาศเย็นอีก รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอาการก็มาออกตอนสอบ ผมจามตลอดเวลาในห้องสอบ จามและน้ำมูกไหล จนต้องเดินออกมาเข้าห้องน้ำแล้วม้วนเอาทิชชู่เข้าห้องสอบไปนั่งซับน้ำมูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีเป็นการสอบแบบโอเพ่นบุ๊ค เลยไม่โดนอาจารย์ตรวจทิชชู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอบเยอะมากจนทำไม่ทัน แต่ถึงจะทำทัน ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะทำถูก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบเสร็จตอนเที่ยง ออกห้องสอบมา โดนพี่โชคด่าเรื่องจามในห้อง แกบอกรบกวนสมาธิแกทำข้อสอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สอบเสร็จแต่เราก็ยังไม่กลับ ตอนบ่ายมีพวก MBA ปีสองมาทำกิจกรรมรับน้องปีหนึ่ง(ซึ่งก็คือพวกผมกัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กิจกรรมรับน้องก็ไม่มีอะไรมาก แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มย่อย ๆ ตามสีแล้วก็ไปเข้าฐานต่าง ๆ ที่มีพวกปีสองรออยู่ แต่ละด่านก็ทำกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ  ทำความรู้จักกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กับผมที่สภาพไม่ค่อยเต็มที่เท่าไหร่ รู้สึกมันไม่เล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้จักเพื่อนร่วมเรียนมากขึ้น บางคนก็แก่กว่า แต่ส่วนใหญ่จะเด็กกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำกิจกรรมกันจนถึงสี่โมงครึ่ง ก็ได้เวลาเลิก พี่โชค พี่ป๋อม พี่เอ๋ ชวนไปกินลูกชิ้นทอดหอแพทย์ ผมก็ตกลงไปด้วย จะขับรถตามไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ยังไม่ไปถึงไหน ไอ้ก่อก็โทรมาหา บอกวันนี้วันนัดดวล มันรออยู่ที่โรบินสันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนัดดวลมันเริ่มมาจากเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว วันที่ผมกับไอ้ก่อไปกินฟูจิกันสองคน แล้วต่างคนก็ต่างรู้สึกว่าตัวเองอืดน่าดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาแข่งกันดีกว่าพี่ ภายในหนึ่งเดือนใครลดน้ำหนักได้มากกว่ากัน คนแพ้เลี้ยงข้าว” ไอ้ก่อท้า&lt;br /&gt;ผมตกลงเอาด้วย ซึ่งจริง ๆ ก็คงไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก คนที่ถูกแฟนทิ้งจะกินอะไรลง?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขับรถไปที่โรบินสัน หาที่จอดรถได้แล้วก็โทรหาไอ้ก่อ มันรออยู่บนชั้นสี่หน้าร้านฟูจิเรียบร้อยแล้ว ผมเดินไปหาก็เห็นเจี๊ยบยืนรออยู่เหมือนกัน เจี๊ยบบอกรอขิมดูหนังอยู่ – STAR WARS&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลก็เป็นไปตามคาด ผมชนะใส ชั่งเดือนที่แล้วได้ หกสิบสาม มาเดือนนี้ได้หกสิบกิโล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นี่อาจจะเป็นข้อดีเพียงข้อเดียวของการถูกแฟนทิ้งก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่าไอ้ก่อก็ได้เลี้ยงฟูจิผมตามระเบียบ – เจอวันที่หนัก ๆ มา แล้วได้กินข้าวฟรี ก็เข้าท่าเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างกินข้าวเพิ่งสังเกตว่าขิมก็เป็นคนถนัดมือซ้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็ถนัดมือซ้าย เพื่อนที่ทำงานอย่าง พี่ป๋อม จ๋า และพี่เจีย ก็ถนัดมือซ้าย เป็นเรื่องแปลกที่คนถนัดมือซ้ายมารวมอยู่ที่ทำงานเดียวกันได้เยอะขนาดนี้ ถ้านับตามความน่าจะเป็นแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ก่อมีทฤษฎีเพิ่มให้ด้วยว่าคนถนัดมือซ้ายมักจะอายุสั้น – แต่ผมก็มีทฤษฎีอีกอันอยู่ในใจ คนปากเสียจะอายุสั้นที่สุด….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินข้าวเสร็จพวกเราก็มาเดินดูอะไรสักพัก อาการหวัดของผมยังไม่ดีขึ้นทั้งๆ  ที่ตอนกินข้าวจะพยายามกินชาร้อนเข้าไปเยอะ ๆ โดยหวังว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินไปแถว ๆ เมเจอร์ซีเนเพล็กซ์ ไปเดินลูบ ๆ คลำ ๆ ของเล่นจากหนังเรื่อง  STAR WARS ที่เอามาตั้งบูธขายกันหน้าโรงหนัง ในที่สุดก็เจอสิ่งที่ค้นหามานาน มันคือหมวกของ ดาร์ธ เวเดอร์ ขนาดสเกล 1:1 ที่สามารถเอามาใส่ได้จริง แถมคนขายบอกว่าใส่แล้วเสียงจะเปลี่ยนเป็นเสียง ดาร์ธ เวเดอร์ ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สนใจเป็นอย่างยิ่ง ถามคนขายไปว่าราคาเท่าไหร่ ได้รับคำตอบมาว่าอันละหกพันห้าร้อยบาทเท่านั้นเอง อืมม… แล้วผมก็เดินถอยฉากออกมา ถึงจะรักจะชอบเรื่องนี้แค่ไหน แต่ถ้าของสะสมมันราคาชิ้นละกว่าครึ่งหมื่นก็คงทำใจลำบากอยู่เหมือนกัน  ถ้าผมรวยกว่านี้ก็ไม่แน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ก่อสนใจจะดู STAR WARS ขึ้นมา ผมก็ไม่รังเกียจที่จะดูอีกรอบ สุดท้ายมันกับผมสองคนก็เลยเดินไปซื้อตั๋วดูด้วยกันรอบทุ่มครึ่ง ส่วนเจี๊ยบกับขิม ก็เดินดูอะไรไปเรื่อยแล้วก็ขอตัวกลับเอง&lt;br /&gt;ถึงจะดูเป็นรอบที่สอง แต่ผมว่ามันก็ยังสนุกอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้ร่างกายผมไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ รู้สึกว่าไข้ขึ้น อากาศในโรงหนังก็หนาวเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดูหนังเสร็จจ๋าโทรมาหา ถามเรื่องนัดพรุ่งนี้ว่าจะไปกันกี่โมง พรุ่งนี้เรามีนัดกัน ไอ้ตั้ม ไอ้ก่อ จ๋า และผม พวกเราได้ก่อตั้งชมรมถ่ายภาพประจำบริษัทขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวานนี้เอง โดยมีสโลแกนที่ไอ้ก่อคิดเอง “เพราะมีกล้องจึงท่องเที่ยว”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกจ๋าไปว่าไอ้ก่อมันจะมารับผมที่บ้านประมาณแปดโมง กว่าจะไปถึงบ้านจ๋าก็คงแปดโมงครึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขับรถกลับบ้าน ง่วงนอนอย่างแรง โชคดีที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากโรบินสันเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการไข้รุมเร้า แถมมีกิจกรรมเยอะมาทั้งวันอย่างนี้ คงหลับเป็นตาย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111750419647597384?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111750419647597384/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111750419647597384' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111750419647597384'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111750419647597384'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_28.html' title='สอบ ไม่สบาย และอีกหลายกิจกรรม'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111750344188057353</id><published>2005-05-27T18:33:00.000-07:00</published><updated>2005-05-30T18:37:21.883-07:00</updated><title type='text'>ความเหงา อย่าเข้ามาทักกันบ่อยเลย...</title><content type='html'>ตื่นมาตีห้าเพื่อมาอ่านหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กว่าจะลุกขึ้นมาอ่านได้จริง ๆ ก็เกือบหกโมงเช้า อ่านไปได้หน่อยเดียว ก็ต้องไปอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานซะแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หอบหนังสือเรียนไปที่ทำงานด้วย ทำเหมือนว่าจะมีเวลาได้อ่านตอนทำงาน  แต่อย่างน้อย ก็เป็นกำลังใจอย่างหนึ่งละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ที่ทำงานมี communication meeting ประจำ quarter และเนื่องจากเราเพิ่งสร้างโรงงานใหม่ทางด้านหลัง ทำให้ไม่มีห้องประชุมใหญ่ๆ พอสำหรับมีตติ้ง ทางโรงงานเลยต้องจัดรถบัสมารับเราไปที่ศูนย์การประชุมลำพูน( ไม่แน่ใจว่าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า แต่มันอยู่ตรงตัวเมืองลำพูน ตรงสะพานข้ามแม่น้ำ แล้วเลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองลำพูนเลย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ตอนนั่งฟัง พี่โชคกับพี่ต้นมานั่งใกล้ ๆ ทั้งสองคนเอาหนังสือเรียนมาห้องประชุมด้วย แล้วก็มาอ่านต่อหน้าประมาณว่ากะมาไซโคผม(ที่ลืมหนังสือไว้ที่โรงงาน)เต็มที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอทอมมารายงานผลประกอบการ ทั้งสองคนก็มัวแต่ฟังจนลืมอ่านหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอประชุมเสร็จผมก็แซวพี่สองคนกลับไปว่า “อุตส่าห์เอาหนังสือมาทำไมอ่านแป๊บเดียว ล่ะครับพี่”&lt;br /&gt;“ไม่เป็นไรหรอกครับน้องฮัท พี่เข้าเรียนทุกครั้งมีคะแนนเก็บไว้เต็มแล้วอ่ะนะ คะแนนสอบน้อยก็ได้” พี่โชคย้อนกลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;….ชึ้งงงง…..   แซวแกไปเลยโดนตอกกลับมา ไม่น่าโดดเรียนเยอะเลยเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกงาน กลับบ้านแล้วผมก็ขับรถออกไปที่มอชอ เพื่อไปติวหนังสือกันอีกครั้ง วันนี้วันศุกร์ที่ทำงานผมเลิกห้าโมง เลยทำให้ไปทันติวตอนหกโมงครึ่ง ไปถึงก็กำลังจัดโต๊ะจัดเก้าอี้กันพอดี วันนี้เราติวเรื่อง การเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีที่ผมเข้าเรียนวิชานี้เลยดูจะเข้าใจได้ง่ายหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประมาณสองทุ่มเราก็ติวกันเสร็จ แต่ผมยังไม่อยากกลับบ้าน คิดว่าจะไปแวะหากาแฟดื่มแล้วอ่านหนังสืออีกหน่อย คืนนี้คงยังอีกยาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่สุดท้ายผมก็ไปจอดรถที่ร้านกาแฟที่เมื่อหนึ่งเดือนก่อนเธอบอกเลิกกับผมที่ร้านนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่แปลกไปกว่านั้นก็คือ ผมเลือกนั่งโต๊ะเดียวกันกับที่เรานั่งคราวก่อน เป็นโต๊ะที่มองออกไปเห็นถนนด้านนอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้างนอกฝนเริ่มตกหนัก โชคดีที่ผมเข้ามาในร้านก่อน  สั่งมอคค่าไปหนึ่งแก้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านนี้ยังมีความทรงจำของเธออยู่ ผมนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม เธอเคยนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวตรงกันข้ามกับผมตอนนี้ ภาพของเธอตอนที่เอ่ยปากบอกเลิกกับผมก็ยังชัดเจนอยู่ในความคิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ผมก็ขนกระดาษ หนังสือ ปากกา ออกมาวางบนโต๊ะ  จดและเน้นเนื้อหาในหนังสือ และก็นั่งอ่านอยู่ตรงนั้นไปเรื่อย ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้คิดว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้น เพียงแค่คิดว่าถ้าผมยังพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ผมกับเธอเคยไปด้วยกันอยู่อย่างนี้ ผมคงไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่แน่ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านหนังสือที่ร้านจนเกือบสี่ทุ่ม ได้เวลาร้านปิดแล้ว จึงขับรถกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาบ้าน อาบน้ำ และมานั่งอ่านหนังสือต่อ เกือบห้าทุ่มแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พอดูกองหนังสือที่ยังต้องอ่านแล้ว รู้สึกหนักใจขึ้นมาวูบใหญ่ ผมจะอ่านมันหมดหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วูบนั้นรู้สึกหมดกำลังใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว จู่ ๆ ก็คิดถึงเธอขึ้นมาอีกแล้ว คิดถึงอย่างท่วมท้น อยากได้ยินเสียงเธอ เวลาที่อยู่คนเดียวอย่างนี้  อาการที่รู้สึกว่ากำลังดีขึ้นก็แย่ลงอย่างเห็นได้ชัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัดสินใจโทรหาเธอ แค่อยากได้ยินเสียงเธอ แค่เป็นกำลังใจสำหรับคืนนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทรไปครั้งแรก เธอไม่รับสาย&lt;br /&gt;โทรไปอีกที เธอก็ยังไม่รับสาย&lt;br /&gt;โทรไปครั้งที่สาม เข้าสู่ระบบฝากข้อความ เธอปิดเครื่องไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เข้าใจว่ามันควรจะออกมาในรูปนี้…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผ่านมาหนึ่งเดือน ลึก ๆ แล้วผมก็ยังคงหลอกตัวเอง หลอกตัวเองไปว่าเธออาจจะยังมีเยื่อใยบ้าง ความเป็นเพื่อนที่เธอพูดถึง ที่เธอเสนอให้ บางทีเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าผมยังอยู่รอ เธออาจจะให้โอกาสผมอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ…ความหมายของมันคือ….ออกไปจากชีวิตฉันซะเถอะนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วน้ำตาก็ซึมออกมา ถามตัวเองว่า แล้วผมกำลังทำอะไรอยู่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านหนังสือต่อไม่ไหว รู้ว่าต้องอ่านให้จบแต่อ่านไม่ไหว อยากคุยกับใครสักคน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็โทรไปหาพี่สาวคนนึง พี่สาวที่เคยทำงานอยู่ที่เดียวกัน พี่คนที่คอยเชียร์ตอนผมจีบเธอใหม่ ๆ รู้ว่าดึกขนาดนี้พี่เค้าคงยังไม่หลับ&lt;br /&gt;เจ๊รับโทรศัพท์ของผมและคงแปลกใจที่ผมพูดเสียงเครือ ๆ  แต่เธอก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งคุย ทั้งปลอบ จนผ่านไปครึ่งชั่วโมง อาการผมดีขึ้น ขอบคุณและขอโทษเจ๊ที่โทรไปรบกวนเวลาฝึกโยคะของแก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์เวิ่นเว้อสงบลงแล้ว ผมก็มานั่งอ่านหนังสือต่อ จนถึงตีสองครึ่ง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111750344188057353?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111750344188057353/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111750344188057353' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111750344188057353'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111750344188057353'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_27.html' title='ความเหงา อย่าเข้ามาทักกันบ่อยเลย...'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111750313164753327</id><published>2005-05-26T18:29:00.000-07:00</published><updated>2005-05-30T18:32:11.650-07:00</updated><title type='text'>อ่านหนังสือ</title><content type='html'>เมื่อผมรู้ตัวว่าคงอ่านหนังสือคนเดียวไม่เข้าใจ และไม่ทันเพื่อจะไปสอบในวันเสาร์แน่ ๆ   ตอนเย็น ๆ หลังจากเลิกงานแล้วก็เลยขับรถเข้าไปในมอชอ ที่ใต้ตึกบริหารมีพวกที่เรียนด้วยกันติวกันอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันพฤหัสจะติวกันเรื่องบัญชี วิชาที่ผมโดดพอดี นัดเวลากันไว้หกโมงครึ่ง ผมเลิกงานหกโมง กว่าจะมาถึงเชียงใหม่ เข้าบ้าน และขับรถออกมาที่มอชอ ก็ปรากฏว่าทุ่มครึ่ง ทุกคนเริ่มติวกันไปพอสมควรแล้ว เอาโต๊ะสามตัวมาต่อกัน เอาเก้าอี้มานั่งล้อมวง ด้วยความที่คนเยอะก็เลยนั่งซ้อนกันสองวงรอบโต๊ะ ตอนผมไปถึง ก็ได้เริ่มนั่งเป็นวงที่สามพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โผล่เข้าไปเงียบ ๆ แบบเจียมตัว บางคนก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ และถกปัญหากันอยู่ บางคนเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม ผมก็ยิ้มแห้ง ๆ ให้  แล้วก็ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นสองสามนาทีเพราะไม่มีเก้าอี้ จนมีคนใจดี(หรือรำคาญก็ไม่ทราบ) ก็เลยบุ้ยปากให้ผมไปลากเก้าอี้จากแถว ๆ ลานกิจกรรมมานั่งด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็เริ่มนั่งฟังคนที่มาก่อนถกกันเรื่องบทเรียนและข้อสอบที่คิดว่าจะออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประทับใจกับคนที่อุตส่าห์มาติวให้ (เธอเรียนจบบัญชีมา และทำงานอยู่โรงงานที่ลำพูน) เข้าใจว่าเธอมีงานประจำซึ่งก็คงยุ่งพออยู่แล้ว แต่ก็อุตส่าห์เสียสละเวลาหลังเลิกงานมาติวให้พวกเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติวกันจนถึงสองทุ่มครึ่งก็เป็นอันหมดเนื้อหาที่เก็งกันไว้ สลายตัว แยกย้ายกันกลับ ผมซึ่งโดดเรียนวิชานี้ยังคงสับสนกับเนื้อหาอยู่ มารู้ทีหลังว่าที่ไอ้เค้าพูด ๆ กันนี่มันอยู่ในชีทที่อาจารย์แจกในห้องวันที่ผมโดด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลียบ ๆ เคียง ๆ ไปขอยืมชีทชุดนี้จากน้องคนที่เคยนั่งข้าง ๆตอนเรียน เพื่อเอาไปถ่ายเอกสาร น้องเค้าก็ใจดีบอกว่าหนูก็หาชีทไม่เจอเหมือนกัน ไม่รู้ว่าทำหายไปหรือเปล่า   สรุปคือต้องยืมของเพื่อนน้องเค้าอีกที โดยที่น้องคนใจดีฝากผมถ่ายเผื่อเธออีกชุดนึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางแวะถ่ายเอกสารด้วยสองชุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับถึงบ้าน อาบน้ำให้สดชื่น  ตั้งใจจะมาอ่านหนังสือต่อ แต่จู่ ๆ กลับนึกพล๊อตเรื่องของเรื่องสั้นได้หนึ่งเรื่อง  เป็นเรื่องของคนเหงาสองคน คนนึงเหงา ในขณะที่อีกคนก็เหงาแต่แกล้งทำเป็นไม่เหงา กลัวว่าอ่านหนังสือเสร็จแล้วจะลืมพล๊อตนี้ไป เลยเปิดคอมออกมาว่าจะพิมพ์คร่าว ๆ เก็บไว้ก่อน อยากลองเขียนเรื่องสั้นไร้สาระสักเรื่องดูเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พิมพ์ไป อ่านไป แล้วก็รู้สึกตัวอีกทีตอนเที่ยงคืนครึ่ง เขียนเพลิน โดยที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย  แย่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตัดสินใจปิดคอม รีบนอนเอาแรง เอาไว้ตื่นมาแต่เช้ามาอ่านหนังสือก่อนไปทำงานแล้วกัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111750313164753327?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111750313164753327/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111750313164753327' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111750313164753327'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111750313164753327'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_26.html' title='อ่านหนังสือ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111708654796447699</id><published>2005-05-25T22:49:00.000-07:00</published><updated>2005-05-25T22:49:07.966-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a href='http://photos1.blogger.com/img/163/5551/640/Toiting3.jpg'&gt;&lt;img border='0' class='phostImg' src='http://photos1.blogger.com/img/163/5551/320/Toiting3.jpg'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Just a simple thing&amp;nbsp;&lt;a href='http://www.hello.com/' target='ext'&gt;&lt;img src='http://photos1.blogger.com/pbh.gif' alt='Posted by Hello' border='0' style='border:0px;padding:0px;background:transparent;' align='absmiddle'&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111708654796447699?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111708654796447699/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111708654796447699' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111708654796447699'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111708654796447699'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/just-simple-thing.html' title=''/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111708642792093973</id><published>2005-05-25T22:45:00.000-07:00</published><updated>2005-05-25T22:53:13.870-07:00</updated><title type='text'>Just a simple thing</title><content type='html'>วันนี้ไม่มีอะไรจะเขียนถึงเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากขณะเดินกลับบ้าน หลังจากที่พี่โชคมาแวะส่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินไปตามถนน เพิ่งสังเกตว่าทางเดินที่เดินอยู่ทุกวันมีต้นต้อยติ่งขึ้นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และตอนนี้มันกำลังออกดอกสีม่วงสวย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่ผมสนใจคือฝักมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็ดเอาฝักต้อยติ่งออกมาสี่ห้าฝักแล้วก็ไปหย่อนลงในลำน้ำข้างทาง ยืนรอสักพักจนมันแตกดัง เปาะ แปะ เปาะ แปะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีความสุข....ทำตัวเหมือนเป็นเด็ก ๆ แต่มีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้เล่นอย่างนี้มานาน กี่ปีมาแล้วก็จำไม่ได้ ตั้งแต่ต้นต้อยติ่งที่เคยขึ้นหน้าบ้านถูกถอนออก เพื่อเว้นที่ไว้วางกระถางต้นไม้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์เหงา ทำให้สิ่งธรรมดาไร้สาระ ดูมีสีสันขึ้นมา.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางทีพรุ่งนี้ผมจะแวะมาเล่นอีก......&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111708642792093973?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111708642792093973/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111708642792093973' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111708642792093973'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111708642792093973'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/just-simple-thing_25.html' title='Just a simple thing'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111698431642636948</id><published>2005-05-24T18:22:00.000-07:00</published><updated>2005-05-24T19:19:22.050-07:00</updated><title type='text'>วันที่เวิ่นเว้อ</title><content type='html'>ช่วงนี้กำลังมีคำพูดติดปากในหมู่ผมและเพื่อนที่ทำงานบางคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นคำพูดติดเฉพาะปาก ไม่ได้ติดนิ้ว เพราะฉะนั้นเวลาคุยกับใครทาง MSN จะไม่ได้ใช้คำนี้พิมพ์ไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำนี้คือ “ชึ๊ง..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวลาออกเสียงต้องเน้นตรงปลายคำหนัก ๆ แล้วปล่อยกังวาน คล้ายเสียงเวลาตีฆ้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชึ๊งงงงง….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำนี้จะใช้ในกรณีมีเหตุให้อึ้ง เอ๋อ ทำตาปริบ ๆ และนิ่งไป หาเหตุผลมาต่อสู้ด้วยวาจาไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยกตัวอย่างเช่น เวลาเอางานไปให้หัวหน้าดู หัวหน้าก้ม ๆ ดูงานสักพัก แล้วก็เงยหน้ามาถามว่า “คิดได้แค่นี้เหรอ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชี๊ง……(fade in เข้าสู่ความเงียบ) – อันนี้แค่ยกตัวอย่างมาเล่น ๆ หัวหน้าผมจริง ๆ เป็นคนใจดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออย่างเช่น ในโรงอาหาร ไอ้มุยสามารถไปเชิญชวน(และล่อลวง) ให้น้องนุ้ยไอทีเข้ามาร่วมโต๊ะกินข้าวได้ ไอ้ก่อก็ได้ทีเก๊กเป็นคนดี มาดนิ่ม สุขุม คัมภีรภาพ ถามไป&lt;br /&gt;“..แล้ว…น้องนุ้ย จบจากไหนเหรอครับ?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องเค้ายังไม่ทันตอบอะไร ไอ้มุยก็จะสวนมาว่า “ว่าแต่แฟนเอ็งสบายดีใช่มั้ยไอ้ก่อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชึ๊งงง…..ความเงียบก็จะเข้าครอบคลุมโต๊ะกินข้าว (ส่วนสองคนนั้น ไอ้มุยกะไอ้ก่อก็ไปเคลียร์กันเองหลังกินข้าวเสร็จ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ถ้าเทียบเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ช่องนี้ก็จะเป็นรูปคนทำหน้าเฉยแบบเครียด ๆ แล้วมีบอลลูนเป็นคำพูดมีแต่ จุด จุด จุด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้เล่นมุขกันบ่อย ก็เลย ชึ๊งงง ชึ๊งงง กันบ่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลยรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคำพูดติดปากไปซะแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามจะไม่พูด แต่มันก็มีคนมาเล่นมุขทำให้ต้องพูดกันอีกจนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอีกคำที่น่าสนใจคือ “เวิ่นเว้อ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนแรกนึกว่าเป็นคำศัพท์เฉพาะกลุ่ม แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามันเป็นกลุ่มใหญ่ทีเดียว เป็นคำเมือง(ภาคเหนือ)คำหนึ่ง อันนี้ได้มาจากผู้รู้ท่านหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เวิ่นเว้อ เป็นคำบ่งบอกถึง อาการเหม่อลอย คิดกังวล เหงา เศร้า (เพราะรักหรือเปล่าแล้วแต่กรณีไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คล้าย ๆ คำว่า “สะเบิ๊กสะเจิ้ง”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สะเบิ๊กสะเจิ้งนี้มีลักษณะอาการคล้าย ๆ เวิ่นเว้อ แต่ส่อเค้าไปในทางรุนแรงมากกว่า มักออกอาการไปทางบ้า จิก ดึง ทึ้งผม ตัวเองอะไรอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองตอนถูกเธอบอกเลิกใหม่ ๆ ก็มีอาการสะเบิ๊กสะเจิ้ง ไปพักหนึ่ง ตอนนี้กลายเป็นเวิ่นเว้อแทน&lt;br /&gt;(นาน ๆ ทีก็จะเวิ่นเว้อแบบหนัก ๆ อย่างเช่นเมื่อวานนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คาดว่าสักพักใหญ่ ๆ พอผมหายจากอาการ เวิ่นเว้อ แล้วคงจะกลายเป็น หมึน และ จืน ไปตามลำดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานนี้ ด้วยอาการเวิ่นเว้อมันกำเริบหนัก คิดถึงเธอเข้าขั้นรุนแรง ผมขี่จักรยานออกจากบ้านตอนเย็น ๆ ขี่ไปโดยไร้จุดหมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเท้าก็พาจักรยานมาถึงมอชอ…มันไปของมันเองอย่างนั้น มันเป็นอย่างนี้เสมอเวลาเราใจลอย ร่างกายเราก็จะพาเราไปที่ ที่คุ้นเคยโดยไม่ได้ตั้งใจเสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปั่นจักรยานขึ้นเนินไปบนอ่างแก้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่างแก้วตอนเย็น มีคนมาเยอะมาก(โดยเฉพาะมากันเป็นคู่) หน้านี้น้ำแห้งจนเห็นขอบตลิ่งลึกลงไปชัดเจน อากาศค่อนข้างอบอ้าว แต่ก็มีลมพัดมาแผ่ว ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการเวิ่นเว้อกำเริบหนักกว่าเดิม เมื่อคิดว่าผมกับเธอก็เคยมาเดินคุยกันที่นี่สองคน ตอนเรารู้จักกันใหม่ ๆ เราไปกินข้าวด้วยกันเสร็จแล้วก็มาเดินเล่นต่อที่นี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปั่นจักรยานลงเนิน ปั่นไปเรื่อย ๆ ปั่นจนเหนื่อย ปั่นเท่าที่หัวใจแห้งเหี่ยวมันจะพอสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงที่ขาให้ปั่นต่อไปได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหงื่อออก แต่ลมเย็นก็พัดให้มันแห้งไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็เหนื่อย เหนื่อยจนอาการเวิ่นเว้อลดลง ปั่นต่ออีกไม่ไหว เลยเปลี่ยนทิศกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงแถวสวนดอก ก็รู้สึกแปลก ๆ ที่ล้อหลัง เลยจอดเช็คดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่ายางแบน….ชึ้งงงง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ค่ำแล้ว สองทุ่มกว่าแล้ว ร้านซ่อมจักรยานก็ปิดหมดแล้ว เลยต้องเดินจูงรถกลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาเพื่อจะเจอว่าระหว่างทางผมคงเดินกระแทกกับตัวรถ ทำให้หน้าจอมือถือแตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนเราเมื่อโชคมันไม่เข้าข้าง อะไรก็ดูแย่ไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กฎของเมอร์ฟี่บอกไว้ว่า ถ้าคุณคิดว่าคุณโชคร้ายแล้ว อย่าตกใจ เพราะมันจะมีโชคร้ายกว่านี้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำใจดี ๆ เอาไว้ ไอ้หนู……&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111698431642636948?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111698431642636948/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111698431642636948' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111698431642636948'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111698431642636948'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_24.html' title='วันที่เวิ่นเว้อ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111690165288658530</id><published>2005-05-23T19:25:00.000-07:00</published><updated>2005-05-23T19:27:32.890-07:00</updated><title type='text'>เธอรู้หรือเปล่า....(ว่าผมคิดถึงเธออยู่)</title><content type='html'>....อาจจะดูว่ามันนาน&lt;br /&gt;ผ่านมานานล่วงเลยไป&lt;br /&gt;อาจจะดูว่าหัวใจ ของฉันมันชินและชา&lt;br /&gt;ดูไม่เป็นทุกข์&lt;br /&gt;เหมือนไม่เสียใจ เหมือนคน ไม่มีน้ำตา&lt;br /&gt;อาจจะดูว่าดีกว่า จากวันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะดูเหมือนแข็งแรง&lt;br /&gt;แกร่งกว่าวันที่เธอไป&lt;br /&gt;อาจจะดูเหมือนลืมง่าย คล้ายคล้ายไม่มีอะไร&lt;br /&gt;มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย&lt;br /&gt;ยังไม่เคยลืมเลือนเธอไป&lt;br /&gt;ไม่ว่านานเท่าไหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอรู้หรือเปล่า&lt;br /&gt;ว่ามันเจ็บปวดรวดร้าว และทรมาน&lt;br /&gt;เมื่อรู้ ว่าไม่มีใคร&lt;br /&gt;เธอรู้หรือเปล่า&lt;br /&gt;ความเหงา กับความว่างเปล่า&lt;br /&gt;ปวดร้าวเพียงใด&lt;br /&gt;เมื่อต้องคอย แต่คน ที่ไม่มีวัน กลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่เลย&lt;br /&gt;ยังไม่เคยลืมเลือนเธอไป&lt;br /&gt;ไม่ว่านานเท่าไหร่&lt;br /&gt;เธอรู้หรือเปล่า&lt;br /&gt;ว่ามันเจ็บปวดรวดร้าว และทรมาน&lt;br /&gt;เมื่อรู้ว่าไม่มีใคร&lt;br /&gt;เธอรู้หรือเปล่า&lt;br /&gt;ความเหงา กับความว่างเปล่า&lt;br /&gt;ปวดร้าวเพียงใด&lt;br /&gt;เมื่อต้องคอย แต่คน ที่ไม่มีวัน กลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เธอรู้หรือเปล่า&lt;br /&gt;ความเหงา กับความว่างเปล่า&lt;br /&gt;ปวดร้าวเพียงใด&lt;br /&gt;เมื่อต้องคอย แต่คน ที่ไม่มีวัน กลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้หนึ่งเดือนพอดีที่เราเลิกกัน.....&lt;br /&gt;ตลอดเวลาที่ผ่านมา&lt;br /&gt;ไม่มีวันไหน ที่ผมไม่คิดถึงเธอ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....เหงาจับใจ....&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111690165288658530?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111690165288658530/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111690165288658530' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690165288658530'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690165288658530'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_23.html' title='เธอรู้หรือเปล่า....(ว่าผมคิดถึงเธออยู่)'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111690000412835687</id><published>2005-05-23T19:00:00.000-07:00</published><updated>2005-05-23T19:00:04.130-07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a href='http://photos1.blogger.com/img/163/5551/640/poster01.jpg'&gt;&lt;img border='0' class='phostImg' src='http://photos1.blogger.com/img/163/5551/320/poster01.jpg'&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;Revenge Of The Sith&amp;nbsp;&lt;a href='http://www.hello.com/' target='ext'&gt;&lt;img src='http://photos1.blogger.com/pbh.gif' alt='Posted by Hello' border='0' style='border:0px;padding:0px;background:transparent;' align='absmiddle'&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111690000412835687?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111690000412835687/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111690000412835687' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690000412835687'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690000412835687'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/revenge-of-sith_23.html' title=''/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111690051911391956</id><published>2005-05-22T19:04:00.000-07:00</published><updated>2005-05-23T19:08:39.116-07:00</updated><title type='text'>พบเจอเพื่อน ๆบ้าง</title><content type='html'>วันนี้มีเรียนแค่ครึ่งวัน  แล้วก็เรียนเป็นวันสุดท้ายของคอร์สแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนข้าเรียน พวกพี่เจ้นเอาลิสต์รายชื่อและเบอร์โทรของเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่เรียน MBA อยู่กลุ่มเดียวกันมาให้ นัยว่าให้มีเบอร์กันไว้ เวลามีอะไรจะได้โทรปรึกษาหารือตามกันมาได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่โดดเรียนบ่อย ผมนั่งดูชื่อแต่ละคนแล้ว จากหกสิบกว่าคน รวมพวกพี่โชค พี่ต้น พี่เอ๋ ด้วยแล้ว ผมรู้จักคนในนี้ไม่ถึงสิบคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรียนแค่ครึ่งวันก็จบ และก็จะสอบวันเสาร์หน้าแล้ว ก็เลยมีการนัดติวกัน สรุปได้ว่า จะมีการติวแต่ละวิชาในวันพุธ พฤหัส และ ศุกร์ ตอนหกโมง   ผมเลิกงานหกโมงพอดี ก็เป็นกังวลอยู่ว่าจะมาติวกับเขา(หรือจริง ๆ แล้วมาให้เขาติว) ได้รึเปล่า  ถ้ามาเข้าเรียนทุกครั้งคงไม่กังวลมากขนาดนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกเรียน  หอบหิ้วเอานิยายฝรั่งที่อ่านไม่จบมานั่งอ่านต่อที่ร้าน Kopi Gusto    แรก ๆ ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเรียน แต่เมื่ออารมณ์ไม่บังเกิดก็นั่งอ่านนิยายไปพลาง ๆ ก่อน ที่ร้านวันนี้แทบไม่มีคน เลยอ่านอย่างเป็นสุขทีเดียว เผลอแผล่บเดียวก็จะจบแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ยังไม่จบง่าย ๆ  หนุ่ม คงศักดิ์ โทรมาหาตอนสี่โมงครึ่ง ชวนไปกินข้าวเย็นด้วยกันกับพวก แอนโดเรมอน ที่โรบินสันแอร์พอร์ท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขับรถตามไป วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ที่จอดรถหายากมาก โชคดีที่มีรถกำลังจะออกพอดีเลยได้ที่จอดสบายหน่อย แต่ก็นั่นแหละ ต้องจอดตากแดดอยู่ที่ลานข้างล่าง ที่จอดรถบนตัวตึกคงไม่ต้องหวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เหมือนเป็นการรวมรุ่นสมัยมอปลายแบบกลุ่มย่อย ๆ มีผม คงศักดิ์ แอนโดเรมอน ไอ้ม้า(เบียร์) ไอ้แม้ว ไอ้มิว แล้วก็ดาว (ดาวไม่ได้อยู่ยุพด้วย แต่เป็นเพื่อนเรียนเภสัชมากับ แอน และ คงศักดิ์ ตอนนี้ถูกดูดกลืนมาเป็นเด็กยุพด้วยกันเรียบร้อยแล้ว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจอเมย์กระต่ายมากับที่บ้าน เลยเข้าไปทักกัน เมย์ยังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอก อยู่เวรมาราธอนมาก เวรเช้า ต่อบ่าย แล้วก็ต่อเช้าอีกที  -  นั่นคือมีเวลานอน ไม่ถึงเจ็ดชั่วโมงดี – เมย์บอกจริง ๆ แล้วแค่ห้าชั่วโมง  นี่นับว่าถือเป็นบุญของพวกเราทีเดียวที่มาเจอเมย์วันนี้ เพราะปกติจะไม่ค่อยว่าง  ไม่ได้เห็นหน้ากันเป็นปีได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แปลกที่คนเราก็ยังทำงานอยู่ใกล้ ๆ กัน ยังอาศัยอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่กลับไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน คงจะเป็นเพราะความยุ่งในเรื่องงาน ครอบครัว ของแต่ละคน   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตอนมีแฟน ก็ห่าง ๆ เพื่อน ๆ ไป พอถูกเธอทิ้ง ก็เลยเคว้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตั้งใจว่าจะเอาอีเมล์ และ เบอร์โทรของแต่ละคนออกมาดู ว่าคนไหนไม่ได้ติดต่อมานานบ้าง อาจจะเมล์หา หรือโทหาสักหน่อย  -  ข้อความจากคนที่ไม่คาดว่าจะได้รับ อาจจะเป็นสิ่งสดชื่นเล็ก ๆ ในวันที่แสนน่าเบื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่รู้จะกินอะไรกัน ผมไม่อยากกินสุกี้เอ็มเค มีความหลังมากเกินไปกับร้านนี้ คงอีกนานกว่าจะเข้าไปกินได้เหมือนเดิม พอดีกับที่ไอ่ม้า เพิ่งมากินกันเมื่อวานนี้ เลยรอดตัวไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปว่าไปกินพิซซ่า ไปกันเจ็ดคน สั่งมาสองถาดใหญ่ เพิ่งรู้ว่ามีพิซซ่าแบบที่มีกุ้งแม่น้ำเป็นตัว ๆ เบิ้ม ๆ มาให้ด้วย ดูดีมาก แต่ไม่อร่อยเท่าไหร่  ผมว่ารสชาติมันผสมผสานกันไม่ลงตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ่นๆ อย่างนี้ แต่ก็กินหมดไม่เหลือสักชิ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มมาก พวกคงศักดิ์ และ แอนโดเรมอน จะไปร้องคาราโอเกะกันต่อ แต่ผมไม่ไปด้วย กลัวไปร้องไห้ที่นั่นแทนที่จะได้ร้องเพลง แอนหันมาขยิบตา บอกฮัททำตัวเป็นคนดีนะ กลับบ้านตรงเวลา ไปรายงานตัวกับใครหรือเปล่า  แอนโดเรมอนยังไมรู้ว่าผมกับเธอเลิกกันแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คร้านที่จะบอกแอนไป การพูดหรือการคิดถึงเธอยังคงเป็นการกระตุ้นต่อมน้ำตาของผมให้ทำงานอยู่  ถึงมันจะผ่านมาเกือบเดือนแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โลกของผมยังคงว่างเปล่าอยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111690051911391956?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111690051911391956/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111690051911391956' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690051911391956'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690051911391956'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_22.html' title='พบเจอเพื่อน ๆบ้าง'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111690021920185349</id><published>2005-05-21T19:01:00.000-07:00</published><updated>2005-05-23T19:03:39.203-07:00</updated><title type='text'>เรียนหนังสืออีกแล้ว</title><content type='html'>วันนี้วันเสาร์  เป็นวันเรียนหนังสืออีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำตัวเป็นนักเรียนที่ดีโดยการไปถึงห้องเรียนแต่เช้าก่อนเวลาเรียน ตกใจที่มาเช้าแต่กลับหาที่จอดรถไม่ได้ เกิดอะไรขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ที่คณะบริหารธุรกิจเขามีการสอบข้อเขียนเพื่อรับนักศึกษาปริญญาตรีภาคพิเศษ (ภาคค่ำ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการเพิ่มโอกาสทางอีกหนึ่งช่องทางสำหรับคนที่เอ็นทรานซ์ ไม่ติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออีกนัยหนึ่ง – แบบจริงใจกว่า -  ก็คือการหารายได้เข้าคณะนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเอ็นทรานซ์เข้ามาด้วยวิธีการปกติ เทอมนึงค่าเทอมจะตกอยู่ประมาณสี่ห้าพันบาท แต่ถ้าคุณสอบเข้ามาเรียนในภาคพิเศษนี้….เทอมละสองหมื่นกว่าบาทครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเรามีการเลือกประธานกลุ่มที่เรียนกัน เนื่องจากปีนี้มีกันทั้งหมดร้อยยี่สิบกว่าคน แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งและกลุ่มสอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีประธานรุ่นคือพี่ดา รุ่นพี่เครื่องกลเกียร์โดด  มีรองประธานกลุ่มหนึ่งคือพี่เจ้น รุ่นพี่เกียร์ไหล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิดวะจะครองเมืองหรืออย่างไร น่าภาคภูมิใจอะไรเช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปกินข้าวกลางวันที่ อมช วันนี้เหมือนวันรวมญาติ เจอเพื่อน ๆ มอปลายโดยมิได้นัดหมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อั๋น กอล์ฟ ที่บังเอิญว่างแล้วมากินข้าวด้วยกัน เจอหนุ่ม คงศักดิ์ กับเจี๊ยบวันเพ็ญ ที่มาลงเรียน ปโท เศรษฐศาสตร์ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจี๊ยบเปลี่ยนชื่อแล้ว จากวันเพ็ญ เป็นชื่อ อะไรซักอย่างที่ขึ้นชื่อด้วย จ จาน  (หวังว่าคงไม่ได้เปลี่ยนเป็น จันทร์เพ็ญ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นัดกับคงศักดิ์และเจี๊ยบไว้ว่าจะหาเวลาไปกินข้าวกลางวันด้วยกันสักวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกเรียนแล้วก็ไปแวะที่ร้าน Kopi Gusto ตามเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดว่าคงไปบ่อยจนคนขายจำได้แล้ว แค่ก้าวเท้าเข้าร้าน น้องคนขายก็บอกว่า “ชาแก้วใหญ่ทานในร้านนะคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงไปเวลาเดิมๆ สั่งแบบเดิม ๆ เพิ่งรู้ตัวว่าผมเป็นคนน่าเบื่ออะไรอย่างนี้ – มิน่า ที่เธอทิ้งผมไป – คนน่าเบื่อ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาบ้าน โทรหาไอ้ก่อจะแซวเรื่องมันไปเที่ยวปาย สุดสัปดาห์นี้ (หยุดติดต่อกันสามวัน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาทิตย์ก่อนไป มันพยายามมาก่อกวน ด้วยการชักชวนให้ผมไปเที่ยวกะพวกมันด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปด้วยกันเหอะพี่  อาทิตย์ นี้พี่เรียนวันครึ่ง ถ้าโดดตอนบ่ายวันเสาร์ ก็เท่ากับพี่โดดแค่วันเดียวเองนะ” มันบอก&lt;br /&gt;“ไม่ได้ว่ะ พี่โดดมาแล้วสองที เกิดโดดอีก เวลาเรียนไม่พอ สอบไม่ผ่านกันพอดี” ผมหมายถึงการสอบวัดผลการเรียนปูพื้นที่จะมีในอาทิตย์หน้า ซึ่งรวมทั้งคะแนนสอบ และคะแนนเข้าห้องเรียนด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ไม่เป็นไรไงพี่ สามหมื่นเอง ค่าเทอม ขำ ขำ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขำมากนะเอ็ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โทรไปหามัน ตอนนี้มันถึงปายแล้ว แต่…ฝนตก ออกไปไหนไม่ได้ ผมหัวเราะเยาะมัน ไปเที่ยวตอนฤดูนี้ ปายไม่น่าจะหนาวอย่างที่คาด และ  ที่ไม่คาด..มันดันไปเจอฝน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมฝากมันถ่ายรูปฝนมาให้ดูด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111690021920185349?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111690021920185349/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111690021920185349' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690021920185349'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111690021920185349'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_21.html' title='เรียนหนังสืออีกแล้ว'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111689987971140748</id><published>2005-05-20T18:54:00.000-07:00</published><updated>2005-05-23T18:57:59.716-07:00</updated><title type='text'>Revenge Of The Sith</title><content type='html'>เพิ่งกลับจากไปดูหนังมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังอันดับหนึ่งในดวงใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังที่ผมและใครหลายคนรอคอยมาเป็นปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันคือ STAR WARS EPISODE III : REVENGE OF THE SITH (ภาษาไทยตั้งชื่อว่า “ ซิธชำระแค้น” – จริง ๆ ผมว่าเห่ยไปหน่อยนะชื่อภาษาไทยแบบนี้) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคแรก เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง STAR WARS ภาคแรกที่มีการสร้าง (A New Hope) และจุดกำเนิดของมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นภาคเฉลยจุดผกผันอันเป็นที่มาของ ดาร์ธ เวเดอร์ เป็นภาคที่เริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงจากสมาพันธ์ เป็น จักรวรรดิ์กาแลคติค เป็นภาคกำเนิดของ ลุค และ เลอา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นอะไรอีกหลาย ๆ อย่างที่สมควรจะไปดูอีกรอบเป็นอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากบอกว่าเป็นแฟนตัวจริงของ STAR WARS มาตั้งนานแล้ว ถึงจะไม่ขนาดแฟนพันธุ์แท้ แต่ก็ไม่น้อยหน้าใครทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำจำกัดความของ STAR WARS อย่างง่าย ๆ มันก็คือเทพนิยายแห่งกาแลคซี่  มีอัศวินผู้กล้าจิตใจคุณธรรม ขี่ม้าขาว(ยาน X Wing) กวัดแกว่งดาบวิเศษ ( Light Saber)  มากอบกู้โลกจากอำนาจโหดของจักรพรรดิร้าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แทนที่มันจะเริ่มต้นว่า “Once upon a time… - กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” อย่างนิทานหรือ เทพนิยายเรื่องอื่น ก็เปลี่ยนเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ A long long time ago in the galaxy far far away..”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประโยคสุดคลาสสิค แค่ตอนเริ่มต้นเรื่อง มีประโยคนี้ขึ้นมาบนสกรีน ก็มีฝรั่งนั่งแถวหน้าทั้งหลาย ปรบมือเป่าปาก กันเป็นแถว ฮากันมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังยาวสองชั่วโมงครึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มเอม อิ่มเอม ใครจะวิจารณ์ว่าหนังยังไงก็ช่าง แต่สำหรับแฟนหนังอย่างผมแล้ว ประทับใจมาก (ที่ประทับใจที่สุดคือภาคนี้แทบจะไม่มี จาจาบิง โผล่ออกมาเลย – ถึงโผล่ก็ไม่มีบทพูด มีซ่า มีซ่า)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เห็นการพัฒนาของทหารโคลนในภาคนี้ที่จะกลายเป็น Sand troopers และ Storm Troopers ในภาค A New Hope.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เห็นยานต้นแบบที่จะพัฒนาไปเป็น Tie fighter และ X Wing ในภาคถัดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้เห็นอวสานของเหล่าอัศวินเจได (เข้าตำรา น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังเรื่อง Starwars นี้นับได้ว่ามีอิทธิพลต่อหลาย ๆ วงการมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ง่าย ๆ ก็วงการการ์ตูน การ์ตูนญี่ปุ่น คนเขียนเรื่อง เรื่องดรากอนบอลล์ และ อาราเล่  ยานพาหนะส่วนใหญ่ในเรื่องได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจาก STARWARS ทั้งนั้น (บางทีถึงกับมียาน Tie fighter ออกมาให้เห็นกันจะ ๆ ทีเดียว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จอมมารพิกโกโล่ และ ชาวนาเม็ก ตัวเขียว ๆ นี่ก็น่าจะได้ไอเดียมาจากปรมาจารย์โยดา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หอคอยคาริน กับ วิหารพระเจ้า ก็น่าจะได้ไอเดียมาจาก เมืองลอยฟ้าในภาค The Empire Strikes Back.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงเรื่องคอบร้าบ้าง ฉากบาร์ในอวกาศของเรื่อง ก็ได้มาจากเรื่อง STARWARS เต็ม ๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของบาร์ หรือพวกมนุษย์ต่างดาวที่อยู่ในบาร์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดาบเลเซอร์ของตำรวจอวกาศเกียร์บัน – ชาลีบัน และ จีบัน (ที่มักจะเอาออกมาใช้ตอนใกล้จบเป็นท่าไม้ตายพิฆาตสัตว์ประหลาด) นี่คงไม่ต้องบอกว่าได้มาจาก กระบี่แสง (light saber) ของอัศวินเจได ตรง ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็แปลก พอญี่ปุ่นยืมไอเดียฝรั่งมาเขียนการ์ตูน ฝรั่งเองก็ยืมไอเดียญี่ปุ่นมาทำหนังบ้างเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องโรโบคอบ นี่ก็ได้ไอเดียมาจากตำรวจอวกาศเกียร์บัน – แค่โรโบคอบไม่มีดาบเลเซอร์ – และดูเป็นจริงเป็นจังมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือเรื่อง  Total Recall (คนทะลุโลก)ที่พี่บึ๊ก อาร์โนลด์ แสดง พล็อตเรื่องก็เอามาจากคอบร้า เลย ประมาณว่าพระเอกทำให้ความจำตัวเองหายไปเพื่อกลับมาใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ในโลกอนาคต แต่แล้วก็มีคนคอบตามล่า ทำให้พระเอกได้ความทรงจำเก่ากลับมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรทำนองนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปดูที่เมเจอร์ซีเนเพลกซ์  เหมือนจะรู้งาน ตรงกลางลานมีของเล่นเกี่ยวกับสตาร์วอร์ส มาขายเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นหุ่นโมเดลขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ยานอวกาศ กระบี่แสง หรือแม้แต่กระทั่งหน้ากากของ ดาร์ธ เวเดอร์ ละลานตาไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าไม่ติดว่ายังยากจนอยู่ ผมก็คงเข้าไปเหมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ STAR WARS สร้างมาสองไตรภาค หกตอน แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Episode I : Phantom Menace&lt;br /&gt;Episode II : Attack of the clones&lt;br /&gt;Episode III : Revenge of the Sith&lt;br /&gt;Episode IV : A New Hope&lt;br /&gt;Episode V : The Empire Strikes back&lt;br /&gt;Episode VI : Return of the Jedi&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น่าจะมีโรงหนังซักโรงจัดเทศกาลคนรัก STAR WARS โดยเอาทั้งหกภาคมาฉายติด ๆ กัน ดูกันมาราธอนไปเลย ผมก็เป็นคนนึงที่จะไปยืนต่อคิวซื้อบัตรดูด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กำลังลุ้นให้สร้าง Episode VII, VIII และ IX ไตรภาคสุดท้ายอยู่ ไม่รู้จะมีโอกาสได้ดูหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลัวมิสเตอร์ จอร์จ ลูคัส แกอยู่ทำต่อไม่ไหว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เขียนมาแต่เรื่อง STAR WARS ก็ขอจบแบบ STAR WARS&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;May the Force be with you…ขอพลังจงอยู่คู่คุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-- แต่จะมีใครอยู่คู่ผม --&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111689987971140748?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111689987971140748/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111689987971140748' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111689987971140748'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111689987971140748'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/revenge-of-sith.html' title='Revenge Of The Sith'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111656454896530115</id><published>2005-05-19T21:00:00.000-07:00</published><updated>2005-05-19T21:49:08.970-07:00</updated><title type='text'>กลับบ้าน</title><content type='html'>ตื่นมาเช้ากว่าปกติสำหรับวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะว่าไม่ได้นอนที่โรงแรม Orchad hotel เหมือนอย่างเคย ซีซี ก็เลยขับรถแวะมารับที่โรงแรมไม่ได้เหมือนเคย  วันนี้เลยต้องนั่งแท็กซี่ไปหาลูกค้าเอง นัดกับซีซี และ ซิลเวียไว้ที่หน้าบริษัทลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนกลัวไม่ตื่นเลยตั้งเวลาปลุกเอาไว้ทั้งปาล์ม และ มือถือ แต่พอเอาเข้าจริง ก็ตื่นมาก่อนเวลาที่ตัวเองปลุกไว้ซะอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินเข้าห้องน้ำ ด้วยความที่ห้องพักมีขนาดเล็ก เขาจึงประหยัดเนื้อที่โดยการทำประตูห้องน้ำเป็นประตูแบบเลื่อน และยิ่งไปกว่านั้นเพื่อความประหยัดเนื้อที่กำลังสอง ก็เลยทำประตูเลื่อนบานนี้ติดเป็นกระจกเงาเต็มบานไปอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนเช้า ขณะเดินงัวเงีย งัวเงีย เข้าห้องน้ำ เลยเจอผีพุงพลุ้ย แบบเต็มตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกใจมาก อึ้งไปสักพัก จนสามัญสำนึกบอกกับตัวเองว่าผีพุงพลุ้ยที่อยู่ข้างหน้านี่มันคือเงาของผมเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาบน้ำ แต่งตัว เก็บกระเป๋า ลงมาเช็คเอาท์ข้างล่าง แล้วก็โบกแท็กซี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่โรงแรมนี้เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ เลยไม่ค่อยมีรถแท็กซี่ผ่านเข้ามามากนัก ทางโรงแรมเลยแก้ปัญหาโดยการติดไฟหมุน (คล้าย ๆ ไซเรนบนหลังคารถพยาบาล)ไว้ที่หลังคาทางเดินเข้าโรงแรม เวลาเรามายืนรอแท็กซี่ก็กดปุ่ม ไอ้เจ้าไฟไซเรนนี้ก็จะทำงาน โดยการหมุน ๆ กระพริบ ๆ ไปมา (ไม่มีเสียง)  แท็กซี่ที่ขับผ่านปากซอยเมื่อเห็นไฟกระพริบ ๆ นี้ก็จะรู้ว่ามีผู้โดยสารอยู่ แล้วเลี้ยวรถเข้ามารับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ได้แท็กซี่แล้วก็บอกให้เขาขับไปส่งที่บริษัทลูกค้า แต่ก็ต้องไปยืนรอ ซีซี  ซิลเวีย และทอม อีกสักพัก เนื่องจากผมไปเช้าเกินไปหน่อย (นัดไว้เก้าโมง ผมไปถึงแปดโมงยี่สิบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นสองชั่วโมงแห่งนรกก็เริ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดนยำอีกตามเคย แต่ก็แก้ตัวอธิบายให้ท่านลูกค้าเข้าใจไปได้หลายเรื่อง มีตติ้งจบลงด้วยมี follow up actions มาให้ตามซะเยอะแยะอีกตามเคย ที่แย่คือส่วนใหญ่ action จะใส่เป็นชื่อผม เจ๊ไอรีน(ลูกค้า) บอกว่าผมคุยง่ายดี เลยให้งานไปทำเยอะ ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่านลูกค้ามีการบอกผมตบท้ายว่าอย่าเพิ่งลาออกจากบริษัทนะ เธอยังมีอะไรต้องทำอีกตั้งเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยากบอกว่า เพราะพวกท่านนั่นแหละ ทำให้ผมต้องมาทำงานช่วงสงกรานต์ และก็มาลงเอยโดยการที่ผมต้องเลิกกับแฟน ทำให้ผมต้องไปจีน ทำให้กระเป๋าผมหาย ทำให้..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริง ๆ ก็ไม่เกี่ยว….แต่พาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสร็จจากมีตติ้ง พวกเราก็มาแวะกินข้าวกลางวันกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนบ่ายซีซี กับทอม ต้องไปมีตติ้งกับฮิตาชิต่อ ผมกับซิลเวีย เลยกลับไปที่ออฟฟิศก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอกลับมาที่ออฟฟิศ ผมก็ไม่สามารถเข้าเว็บแอคเซสของเอาท์ลุค ได้อีกแล้ว สรุปปัญหาน่าจะอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ที่สิงคโปร์นี่มากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งดูโน่นดูนี่ ออนไลน์คุยกับไอ้ก่อ กับ เจี๊ยบจนถึงสามโมงครึ่งก็ออกจากออฟฟิศ โบกแท็กซี่มาที่สนามบิน เครื่องออกห้าโมง แต่ต้องมาเช็คอินก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอขึ้นเครื่อง โรเบิร์ต แลงดอนก็เข้ามาช่วยผมจากความเหงาไว้ได้อีกครั้ง งัดเอา Angels &amp; Demons ออกมาอ่านจนจบบนเครื่อง สรุปคนที่ผมคาดว่าน่าจะเป็นคนร้าย ก็เป็นคนร้ายจริง ๆ ซะด้วย หลังจากที่เนื้อเรื่องทำให้สับสน วนไปวันมาจนเดาไขว้เขวไปสักพัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าเรื่องนี้สนุกกว่า Davinci code ซะอีก ด้วยตัวเนื้อเรื่องเอง แต่ที่ Davinci code ดังกว่าคงจะเป็นเพราะว่าเอาเนื้อเรื่องไปผูกกับตำนานและหลักฐานที่คนอ่านเชื่อได้อย่างสนิทใจมากกว่า จะว่าไป โรเบิร์ต แลงดอน ก็คล้ายอินเดียน่า โจนส์ภาคอยู่ในเมืองหลวง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ถึง กทม ตอนทุ่มนึง ก็ต้องมานั่งหง่าวต่อ เพราะว่ารอไฟลท์มาเชียงใหม่ที่จะออกตอนสี่ทุ่มครึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังสือก็อ่านจบแล้ว เลยต้องเอาบันทึกออกมาเขียนต่อระหว่างที่นั่งรอเครื่องออก เหงาอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับถึงเชียงใหม่ห้าทุ่มครึ่ง อากาศเย็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความเคยชินอีกแล้วเวลานั่งเครื่องบินไฟลท์ดึกกลับบ้าน เป็นความเคยชินที่ว่าจะมีใครคนนึงยังไม่นอนและกำลัง รอโทรศัพท์จากผมอยู่ รอแค่ให้ผมโทรไปบอกว่ากลับมาถึงแล้ว และให้เธอหลับฝันดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่วันนี้คงไม่มีใครรอผมโทรไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่สำคัญ…เธอก็คงหลับฝันถึงคนอื่นอยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111656454896530115?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111656454896530115/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111656454896530115' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111656454896530115'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111656454896530115'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_19.html' title='กลับบ้าน'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111655951683735928</id><published>2005-05-18T20:21:00.000-07:00</published><updated>2005-05-19T20:25:16.843-07:00</updated><title type='text'>อยู่สิงโปร์</title><content type='html'>… แล้ว โรเบิร์ต แลงดอน ก็ช่วยผมจากความเหงาเอาไว้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้มาเขียนบันทึกหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุเนื่องจากมัวแต่อ่าน Angels &amp; Demons เทวากับซาตาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่มว่าจะไม่ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านเอง กะจะยืมชาวบ้านเค้าเอา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาคนให้ยืมไม่ได้ คนที่ซื้อมาแล้วอย่างไอ้น้อย ไอ้เจมส์ มันก็ยังอ่านกันไม่จบ – หรือกั๊ก ไม่ให้ผมยืมก็ไม่รู้ สุดท้ายก็เลยต้องไปซื้อมาอ่านเองจนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรือจะเป็นเพราะว่าเล่มก่อนหน้านี้ที่ออกมาผมก็ซื้อไว้หมดแล้ว ( Davinci code, Digital Fortress). พวกมันก็เลยเรียกร้องเพื่อน ๆ ให้มาอยู่ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซื้อมาเมื่อวันจันทร์ ด้วยความที่เวลาช่างน้อยนิดเลยไม่ค่อยมีเวลาอ่าน แต่ถึงกระนั้นก็อ่านไปได้ค่อนเล่มแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้เห็นมีเล่มใหม่ออกมาอีกแล้ว เริ่มเครียด อยากอ่าน แต่ไม่อยากเสียเงิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้อยู่ที่สิงคโปร์ บินมาเรื่อง QBR meeting กับลูกค้าแมกซตอร์  ออกจากเชียงใหม่ แปดโมงครึ่ง มาถึงกรุงเทพเพื่อต่อเครื่องมาสิงคโปร์ต่อ (ด้วยนโยบายประหยัด ผมไม่เคยได้นั่งไฟลท์ตรงจากเชียงใหม่มาสิงคโปร์เลย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้กระเป๋าไม่หาย เพราะผมไม่ได้ได้เช็คอินไว้ใต้เครื่อง ถือมันขึ้นมาบนเครื่องเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้รู้สึกว่าอาหารการบินไทยอร่อย คงเพราะหิว และไม่ได้กินอะไรมาแต่เช้า อาหารที่เคยไม่อร่อยก็กลับมาอร่อยได้อย่างไม่น่าเชื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาถึงสิงคโปร์ก็นั่งแท็กซี่จากสนามบินไปที่ออฟฟิศ ซิลเวียรออยู่ที่นั่นแล้ว พร้อมกับบอกว่าสุดท้ายแล้วก็จองโรงแรมให้ผมได้ เป็นโรงแรมเล็ก ๆ ชื่อ Robertson Quay Hotel.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครียดเหมือนกันเพราะเมื่อวาน คอมเฟิร์มไฟลท์ให้เจ๊แกช้าไปหน่อย แกเลยจองโรงแรมที่เคยพักประจำให้ไม่ทัน โทรถามที่ไหนก็เต็มหมดแล้ว ช่วงนี้ที่สิงคโปร์มีสัมนาเรื่อง Tax Free ก็เลยมีคนมาเยอะ ทำให้ทุกโรงแรมเต็ม ก็ไม่รู้ว่าสัมมนาเรื่องงนี้มันฟรีอย่างชื่อด้วยหรือเปล่า คน(ชอบของฟรี) เลยมากันเยอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซิลเวียบอกว่าถ้ายังจองโรงแรมไม่ได้ก็จะให้ไปนอนบ้านเจ๊แกละ มีห้องว่างอยู่อีกห้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายก็มาได้โรงแรมนี้ โรงแรมทรงกระบอก ราคาคืนละ เก้าสิบเหรียญ ห้องเล็กมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เล็กขนาดที่ว่าเดินจากประตูห้องเข้ามาหนึ่งก้าว ก็ถึงประตูห้องน้ำ  และอีกสองก้าวจากประตูห้องน้ำก็ถึงหน้าต่างห้องแล้ว โดยที่ระหว่างสองก้าวนั้น มีเตียงนอนคั่นอยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในห้องมีโต๊ะเครื่องแป้งมีกระจกเงาบานใหญ่  ซึ่งที่ๆ ควรจะเป็นลิ้นชักกลับดึงยืดออกมาได้เหมือนเอาไว้สำหรับวางคีย์บอร์ดในโต๊ะคอม ผมลองเอา laptop ไปวางไว้ ปรากฏว่าวางไม่ได้เพราะมันยื่นออกมาไม่พอ ก็เลยยังเป็นปริศนาว่ามันมีเอาไว้ทำอะไร ที่สำคัญยังมีสายแลน กับปลั๊กไฟเอาไว้ให้อีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เปิดคอม อ่านเมล์ แปลกที่ผมพยายามต่อเข้า เว็บแอคเซสของเอาท์ลุคที่ออฟฟิศ(ที่สิงคโปร์) วันนี้ แต่ทำไม่ได้ ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะว่าเซอร์ฟเวอร์ที่เมืองไทยไม่ดี แต่ปรากฏว่าพอมาเปิดที่โรงแรมกลับอ่านได้ฉลุย เน็ตเร็วซะด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าไปดูเว็บของโรงแรมนี้ รูปที่ถ่ายออกมาโชว์ในเว็บดูหลอกลวงมาก ห้องดูกว้างกว่าปกติ แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นมุมกล้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านเมล์ไป ก็เปิดเว็บอะไรไปเรื่อยเปื่อยพร้อมกับเตรียมแพคเกจสำรองเอาไว้พรีเซนต์พรุ่งนี้อีกที เพิ่งรู้ว่า สตาร์วอร์ส ภาคล่าสุด กำลังจะเข้าวันพรุ่งนี้แล้ว น่าเสียดาย ถ้าอยู่เมืองไทยคงรีบไปดูแล้ว เป็นแฟนคนสำคัญของหนังเรื่องนี้ทีเดียว กำลังสงสัยว่าพอ จอร์จ ลูคัส ทำภาคนี้ (ซึ่งเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาคแรก)ออกมาแล้ว จะไปทำอีกไตรภาคหลังต่ออีกหรือเปล่า เพราะป่านนี้ ลุค กับ เลอา สกายวอร์คเกอร์ก็คงหง่อมน่าดูแล้ว (ดูจากอายุของแฮริสัน ฟอร์ด ตอนนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง มองเพดาน ไม่เคยชินกับการนอนโรงแรมที่ห้องเล็ก ๆ (ทั้ง ๆ ที่บ้านตัวเองก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร) คงเป็นเพราะเคยชินกับการที่มีคนจองห้องใหญ่ ๆ (แบบที่มีเก้าอี้รับแขกในห้อง มีทีวีจอโต ๆ) ให้ละมัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเคยชินเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยชินที่ก่อนนอนจะต้องโทรหาใครบางคนเพื่อบอกให้เธอนอนหลับฝันดี  พอมาถึงวันหนึ่งที่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้อีก เลยกลายเป็นเรื่องลำบากที่ต้องหาอย่างอื่นมาทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บันทึกนี่ก็คงเป็นอีกทางเข้ามาช่วยผมให้หายคุ้นกับความเคยชินอันนั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111655951683735928?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111655951683735928/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111655951683735928' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111655951683735928'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111655951683735928'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_18.html' title='อยู่สิงโปร์'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111620759844553978</id><published>2005-05-15T18:37:00.000-07:00</published><updated>2005-05-15T18:39:58.446-07:00</updated><title type='text'>กาแฟเที่ยงคืน</title><content type='html'>ตื่นมาเกือบแปดโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาบน้ำ แต่งตัว ออกไปเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้เรียนเรื่อง financial management ดูเข้าท่ากว่าบัญชีที่เรียนไปเมื่อวาน คงเป็นเพราะว่าอาจารย์สอนเข้าใจมากกว่า โดยเฉพาะเรื่อง Role of time value money ดูเป็นบทเรียนที่เอามาใช้ได้เห็นเป็นตัวเป็นตนมากกว่า&lt;br /&gt;ชักเริ่มสนุกที่ได้มาเรียน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรียนเสร็จมานั่งเรื่อยเปื่อยอยู่ที่ร้าน Kopi Gusto ที่คณะวิศวะอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอเดียเรื่องร้านกาแฟแบบเฉพาะกิจเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมจะให้ชื่อร้านว่า “กาแฟเที่ยงคืน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นร้านกาแฟสำหรับคนเหงา คนที่พิสมัยอ้อยอิ่ง เสียดายอยู่กับความสงบมีเสน่ห์ของยามราตรี และรีบเร่งที่จะข้ามผ่านช่วงทิวาวันไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงมีใครหลายคน ที่อยากใช้เวลายามค่ำคืนสนทนาอย่างออกรสกับเพื่อน ๆ ที่รู้ใจ แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องสนทนากันในวงเหล้าเสมอไป – ถ้าอย่างนั้นก็เชิญมาดื่มกาแฟสักแก้วแล้วสนทนากันเถิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กาแฟจะมีหลายสูตร ขึ้นอยู่กับดีกรีความอยากอยู่ดึกของแต่ละคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะเป็นชานมอุ่น ๆ ให้สบายท้องสำหรับคนอยากนอนก่อนเที่ยงคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นกาแฟลาเต้เข้มขนาดกลางเพื่อยืดความสดชื่นให้อยู่ถึงสักตีสาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หรืออาจจะเป็นเอสเปรสโซ่รสเข้มข้น สำหรับคนอยากอยู่จนฟ้าสาง ชมพระอาทิตย์ขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในตัวบ้านจะจัดเป็นชุดโต๊ะ เก้าอี้หวาย นั่งสบาย ๆ สักสี่ห้าชุด บุด้วยผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม มีชั้นหนังสือให้เลือกหยิบมาอ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้านข้างก็จะเป็นประตูเลื่อนเปิดออกไปสู่เฉลียง ตีพื้นไม้ เปิดโล่ง เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน สำหรับผู้ชื่นชอบการจิบกาแฟแล้ว ชมความงามของดวงจันทร์  มีบริการผ้าห่มยามน้ำค้างแรง  อาจจะปลูกดอกราตรีสักสองสามต้นไว้เพื่อเพิ่มเสน่ห์ความหอมของกลางคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคนที่เพิ่งเศร้าโศกเสียใจกับเรื่องร้าย ๆ มา เราก็มีมุมเงียบ ๆ ให้จิบกาแฟ และปลดปล่อยความเศร้าออกมาให้พอ  เราคิดว่าคุณคงจะผ่านคืนนี้ – และช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ไปได้ไม่ยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับลูกค้าประจำที่อยู่ถึงเช้า เราก็มีบริการพาไปใส่บาตรเพื่อความอิ่มเอมจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดไปคิดมาก็เจอปัญหาเพียงสองข้อ คือ ผมยังไม่มีทำเล และไม่มีเงินทุน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่หวงถ้าใครบังเอิญมาอ่านเจอแล้วไปเปิดร้านกาแฟเที่ยงคืนบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่อย่าว่ากันถ้าผมจะขอตามไปเป็นลูกค้าประจำ…&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111620759844553978?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111620759844553978/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111620759844553978' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620759844553978'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620759844553978'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_15.html' title='กาแฟเที่ยงคืน'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111620731714387019</id><published>2005-05-14T18:31:00.000-07:00</published><updated>2005-05-15T18:35:17.146-07:00</updated><title type='text'>สังสรรค์กับวันเก่า ๆ</title><content type='html'>สะดุ้งตื่นมาตอนเช้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำการบ้าน MBA เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นการบ้านที่อาจารย์สั่งไว้ในวันที่ผมโดดพอดี ไม่มีหนังสืออ่านประกอบด้วย(เพราะโดด) ดีที่พี่โชคแกส่ง file  data ที่เป็นการบ้านมาให้ (ซึ่งก็มีเพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วยกันส่งมาให้พี่แกอีกทีนึง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พยายามทำการบ้านด้วยความรู้อันจำกัด และเวลาที่ยิ่งจำกัดกว่า สุดท้ายก็ไม่เสร็จ แต่ไม่มีเวลาแล้ว สั่งพรินท์ออกมาก ปรากฏว่าเครื่องพรินเตอร์ผมไม่ดีอีกแล้ว พิมพ์ไม่ออก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ต้องsave ใส่ handy drive แล้วเอาไปพิมพ์ออกที่ใต้ตึกบริหาร หน้าละหนึ่งบาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมโดดไปสองวัน ทำให้แทบไม่รู้จักใครในห้องเลย เนื่องจากในทั้งสองวันที่ผมโดดไป ในห้องมีกิจกรรม(เห็นพี่โชคเรียก กิจกรรมละลายพฤติกรรม) ทำให้ทุกคนรู้จักกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่(ดัน)โดด ทั้งสองวันอย่างผมก็เลยกลายเป็นคนแปลกหน้าไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เลิกเรียน กลับบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงมือถือดัง เป็นเธอที่โทรมา…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งง ไม่คิดว่าเธอจะโทรมาหา แต่ก็อาจจะแค่โทรมาบอกเบอร์ใหม่ แค่นั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมขอโทษเธอที่วันก่อนส่งเมล์แปลก ๆ ไปหา เธอบอกไม่เป็นไร ไม่ได้ว่าอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราคุยกันด้วยเรื่องเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว เกือบจะหลุดปากถามเธอไปอย่างที่ในฝันวันก่อน เกือบจะถามเธอว่าเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ในเมื่อก็รู้คำตอบอยู่แล้ว จะถามไปอีกทำไม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สักพักก็วางหู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พรุ่งนี้ก็จะครบสามอาทิตย์ที่เธอบอกเลิกกับผม….&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกโมงกว่า ไอ้ก่อโทรมาเตือนว่าวันนี้พี่อู๊ดมา อย่าลืมที่นัดไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่อู๊ดเป็นหัวหน้าตอนผมอยู่ที่ทำงานเก่า เป็นหัวหน้าที่กันเองมาก ชอบเข้ามาคลุกวงในกับลูกน้อง แต่อาจจะไม่ค่อยเข้าตาญี่ปุ่นเท่าไหร่ – เรียกว่าคนละสไตล์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้แกย้ายไปอยู่อีกบริษัท มีความสุขดี เพิ่งได้ลูกคนที่สาม ลูกชาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเจอแกคราวก่อน แฟนแกยังท้องคนที่สองอยู่เลย….เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ (หรือไม่พี่อู๊ดก็เก่งจริง ๆ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปที่ร้านเก๋ากึ๊ก (อยู่ใกล้บ้านผมเอง) เจอพี่อู๊ด ตาเบิ้ม พี่จิ๊บ เอก ไอ้ก่อ และ ไอ้ตั้ม นั่งกินรออยู่แล้ว กับข้าวเต็มโต๊ะ เหล้าเปิดไว้แล้ว กำลังได้ที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พี่จิ๊บ กับ ตาเบิ้ม เพิ่งถูกโปรโมทเป็น แอสซิสเมเนเจอร์ ก้าวหน้าขึ้นทุกที &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตาเบิ้ม เล่าเรื่องวีรกรรมของแกตอนตะลุยเมืองจีน(ไปทำงาน) ออกจากโรงแรม เดินหลงไปเดินคนเดียวตามถนนใหญ่ แล้วโดนหลอกไปคาราโอเกะแบบมีน้อง ๆ มานั่งด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดนฟันไปหลายพัน พออิดออดจะไม่ยอมจ่าย ก็มีนักเลงสามสี่คนออกมายืนกอดอกคุมอยู่ ทำหน้าตาถมึงทึง  แกบอกนาทีนั้น คิดถึงแต่ลูก เมีย  กลัวไม่ได้กลับไปเจออีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พวกผมได้แต่มองหน้ากัน (แล้วก็นินทาแกว่า ทีก่อนเข้าไปไม่รู้จักคิดนะพี่นะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินกันจนห้าทุ่มกว่า ก็แยกย้ายกันกลับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111620731714387019?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111620731714387019/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111620731714387019' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620731714387019'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620731714387019'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_14.html' title='สังสรรค์กับวันเก่า ๆ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111620701599659955</id><published>2005-05-13T18:25:00.000-07:00</published><updated>2005-05-15T18:30:16.000-07:00</updated><title type='text'>วันศุกร์ที่สิบสาม</title><content type='html'>วันนี้วันศุกร์ที่สิบสาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เป็นแค่เดือนที่มีวันอาทิตย์ตรงกับวันที่หนึ่ง เลยทำให้วันศุกร์มาตรงกับวันที่สิบสาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงจะแค่นั้นเอง ถ้าวันนี้ผมไม่บังเอิญได้รับเมล์จากเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเมล์ที่ตอบผมกลับเมล์ของผมที่ส่งไปหาเธอในเช้าวันที่จิตใจว้าวุ่น ตอนอยู่ที่จีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เนื้อหาของมันมีความยาวแค่ห้า หก บรรทัด ไม่มีอะไรมาก แค่ถามผมว่าสบายดีหรือเปล่า ตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว ช่วงนี้งานเธอยุ่งมาก และให้เบอร์โทรใหม่ของเธอไว้ ลงท้ายไว้ว่าแล้วค่อยคุยกัน…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมอ่านข้อความห้าหกบรรทัดนี้รอบแล้ว รอบเล่า ไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะตอบเมล์กลับมา รู้ว่าที่ผมเมล์ไปหาเธอมันเป็นเรื่องไร้สาระของอีกวันที่คิดถึงเธอแทบบ้า คิดอยู่ว่าจะตอบเมล์เธอดีหรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็บังเอิญได้เมล์จากพี่ที่ทำงาน เป็น forward เมล์ที่มีเพลงแนบมาด้วย ชื่อเพลง “เรื่องบนเตียง” เป็นเพลงที่ชื่อชวนให้คิดแปลก ๆ แต่เนื้อหาเศร้ามาก แทบจะเป็นความรู้สึกของผมในเช้าวันที่ฝันถึงเธอเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“….ภาพที่ฉันได้เป็นอย่างคนที่เธอรัก ช่างเป็นอะไรที่ประทับใจ&lt;br /&gt;อยากซึมซับนาน ๆ และเก็บไว้….ไม่ให้มันผ่านไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;….อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอยู่อย่างนั้น ฝันถึงเธอเรื่อยไป&lt;br /&gt;เพราะว่าความจริง ไม่มีทางใด ทำให้เราได้รักกัน&lt;br /&gt;ทำได้แค่นั้น ทำได้แค่นี้ ทำได้เพียงแค่ฝัน&lt;br /&gt;ต้องหลอกตัวเอง ฝันไปวัน วัน ไม่มีทางที่ฝันมัน เป็นจริง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อ่านเมล์ของเธอ แถมฟังเพลงนี้เข้าไปอีก พาลจะฟุ้งซ่านไปใหญ่ โชคดีที่วันนี้งานยุ่งพอสมควร เลยปลีกตัวออกจากอารมณ์เศร้า ๆ นี้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สุดท้ายผมก็ส่งเมล์ไปหาเธออีกจนได้ บอกเธอว่าผมสบายดี กลับมาถึงเมืองไทยแล้ว บ่นถึงโชคร้ายนิดหน่อย   แล้วเอาไว้จะโทรหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บอกไปอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จะกล้าโทรหาเธอหรือเปล่า&lt;br /&gt; - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นนี้เลิกงานแล้วไอ้ก่อชวนไปดูหนังเรื่อง Kingdom of Heaven&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไอ้ก่อกับไอ้มุยพยายามเล่นมุขเป็นเรื่อง Condom is Heaven แต่ก็เรียกเสียงหัวเราะแบบฝืด ๆ จากคนแถว ๆ นั้นได้ ขำ ขำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้แก๊ง ดีไซน์ได้ไอ้มุยมาเพิ่มอีกคน ก็น่าจะแกร่งพอที่จะเปิดคณะตลกของตัวเองได้แล้ว – จะขาดก็แต่ถาดสังกะสี กับ กระดาษแข็งม้วน เอาไว้ตีหัวกันเองเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้ง ๆ ที่วันนี้ตั้งใจว่าจะไปอ่านหนังสือ ทำการบ้าน MBA (ที่ผมโดดเรียนไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา) เพราะต้องส่งวันพรุ่งนี้ตอนเช้าแล้ว แต่ก็เหมือนคนใจง่าย ใครชวนไปไหนก็ไปหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปก็ไปกันสามหน่ออีกตามเคย ไอ้ก่อ พี่เอก และผม มีจ๋าติดรถไปสนามบินด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังดำเนินเรื่องได้ค่อนข้างอืดทีเดียว ไม่สนุกอย่างที่คาดเอาไว้ หนังพูดถึงเรื่องราวของสงครามครูเสด เป็นการรบระหว่างพวกคริสต์ และ มุสลิม เพื่อเป็นเจ้าของดินแดนเยรูซาเล็ม ที่มีความสำคัญถือเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของทั้งสองศาสนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ทั้งสองฝ่ายรบกันไปกันมา มีผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แต่ก็มีการสงบศึกและพยายามที่จะอยู่ร่วมกันเหนือดินแดนนี้อย่างสันติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; แต่เมื่อมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ก็ย่อมมีคนที่อยากจะก่อสงครามละเมิดสัญญานี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายสงครามก็เกิดขึ้นอีกจนได้ ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายพยายามหลีกเลี่ยงแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังพยายามไม่เข้าข้างทั้งฝ่ายคริสต์ และ มุสลิม โดยพยายามชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของทั้งสองฝ่าย&lt;br /&gt;สาระใหญ่ใจความของหนังคือพยายามจะบอกว่า “จะมาสู้กันทำไมเพื่อดินแดนผืนนี้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำตอบมีอยู่ในตอนหนังเกือบจบ เมื่อผู้ชนะสงครามตอบว่า มันเป็นทั้ง nothing และ everything..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนังจบตอนสามทุ่ม เรายังไม่ได้กินข้าวเลยออกไปหาอะไรกิน พี่เอกแนะนำร้านบะหมี่เกี๊ยวเจ้าอร่อยของแกแถว ๆ ถนนช้างคลาน ผมนั่งรถมากับพี่เอก ไอ้ก่อขับรถตามออกมาจากโรงหนัง ขับลัดเลาะกันมาตามถนน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาจอดหน้าร้าน ปรากฏว่า ร้านปิดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์หิว ทุกคนมองหน้ากัน เอาร้านไหนดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมชี้ไปที่ฝั่งตรงข้าม ชื่อร้าน ยอดอร่อย เคยมากินกับที่บ้านครั้งนึง อาหารอร่อยมาก แต่ราคาน้อง ๆ เหลา   ไฟยังเปิด หมายความว่าร้านยังไม่ปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสั่งต้มยำปลากระพง หอยลายผัดน้ำพริกเผา และมะระผัดไข่ มากินกับข้าวสวยคนละจาน ด้วยความอร่อยของกับข้าว และด้วยความหิวของท้อง อาหารหมดไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราคุยกันแต่เรื่องเก่า ๆ อีกแล้ว คราวนี้คุยถึงสมัยเรียน ป ตรี เรื่องการเรียน การสอบ และการโกงข้อสอบ (รวมไปถึงการมาขอสอบแก้ตัว และการมาลงเรียนใหม่อีกรอบ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คิดถึงสมัยเป็นนักศึกษา – อันที่จริงตอนนี้ผมก็เป็นนักศึกษาแล้ว (ป โท) แต่มันก็ให้ความรู้สึกไม่เหมือนตอนนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารหมด ท้องอิ่มตื้อ จ่ายเงิน แล้วเราก็แยกย้ายกันกลับ พี่เอกไปส่งผมที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงบ้านแล้ว อดใจไม่ไหว โทรหาเธอที่เบอร์ใหม่จนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ปลายสายไม่มีคนรับ…ไม่เป็นไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อิ่มขนาดนี้ อย่างน้อยคืนนี้ ผมคงหลับยาวไม่ฝัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111620701599659955?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111620701599659955/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111620701599659955' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620701599659955'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620701599659955'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_13.html' title='วันศุกร์ที่สิบสาม'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111620668086364954</id><published>2005-05-12T18:20:00.000-07:00</published><updated>2005-05-15T18:24:40.866-07:00</updated><title type='text'>กรุ่นกลิ่นกาแฟ</title><content type='html'>กำลังมีความคิดเกี่ยวกับรูปแบบของร้านกาแฟอยู่ในหัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆ ผมเชื่อว่าหลายคน(รวมทั้งผมเอง) ก็คงมีความคิดที่จะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง  ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเปิดจังร้านกาแฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงเป็นเพราะว่ามันดูเก๋ ดูมีสไตล์ ดูมีระดับ ดูไม่หนักเกินไปเหมือนร้านอาหาร และคงดูมีสไตล์กว่าร้านขายของชำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(อันที่จริงมารู้ทีหลังว่าการขายกาแฟ นี่กำไรต่อแก้ว มันมหาศาลจริง ๆ ) – กรณีที่คุณขายได้หลาย ๆ แก้วนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนผมไปแวะกรุงเทพเรื่องงาน เคยนัดไอ้เบนซ์ออกมาเจอกันข้างนอก นั่งกินข้าว คุยสารทุกช์สุขดิบไปเรื่อย จนกินข้าวเสร็จ ไม่รู้จะไปไหน แต่มีเรื่องอยากคุยต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตกลงผมกับมัน ก็ไปนั่งจมอยู่สตาร์บั๊ค แถว ๆ สยาม&lt;br /&gt;นั่งกันอยู่สองคน กาแฟแก้วละเกือบร้อย นั่งในห้องแอร์ มีกระจกบานใหญ่เป็นผนังกั้นระหว่างตัวร้านกับทางเดินริมถนน เราดื่มกาแฟ ดูคนเดินไปเดินมา ดูรถรา คุยกันเรื่อยเปื่อย กาแฟแพง บรรยากาศดี มีเรื่องราวอยากจะคุย ก็นั่งคุยต่อได้เป็นชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวก่อนไอ้เบนซ์มาที่เชียงใหม่ ผมขับรถแวะไปรับที่ท่ารถอาเขตตั้งแต่หกโมงเช้า  ด้วยความที่ไม่รู้จะพาไปไหนก็เลยพามันไปหน้ามอ หากาแฟดื่ม แต่มันเช้านัก ยังไม่มีร้านไหนเปิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สุดท้ายก็มาหยุดที่ รถเข็นขายกาแฟ ข้างถนนห้วยแก้ว แถว ๆ คิวรถสี่ล้อที่ขึ้นดอยสุเทพ&lt;br /&gt;กาแฟแก้วละสิบบาทคนละแก้ว (แถมน้ำชาให้อีกป้านหนึ่ง – เติมน้ำร้อนได้)  มีปาท่องโก๋เป็นออพชั่น เรานั่งดื่มกาแฟบนเก้าอี้สังกะสี ใต้ร่มต้นหางนกยูงที่ปลูกไว้ข้างทาง อากาศตอนเช้ายังไม่ร้อนเกินไป รถราผ่านวิ่งผ่านไปมา เราก็นั่งคุยต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้อีกเป็นชั่วโมงเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รสชาติของกาแฟ ราคา และทำเล แน่นอนย่อมแตกต่าง&lt;br /&gt;                                                               &lt;br /&gt;แต่บางที ถ้ามีเพื่อนดื่ม(กาแฟ)ที่ดี มีเรื่องราวที่อยากคุย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันก็ทำให้เราลืมข้อแตกต่างของสิ่งเหล่านี้ไปได้เลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111620668086364954?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111620668086364954/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111620668086364954' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620668086364954'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111620668086364954'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_12.html' title='กรุ่นกลิ่นกาแฟ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111594776592987241</id><published>2005-05-11T18:25:00.000-07:00</published><updated>2005-05-12T18:29:25.936-07:00</updated><title type='text'>เมื่อความคิดตกตะกอน</title><content type='html'>เดินทางกลับเมืองไทยวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ออกจากโรงแรมตอนเก้าโมงแล้วก็นังรถยนต์จากเสิ่นเจิ้น มาที่ฮ่องกง ระหว่างทางนั่งฟังเพลง(ผ่านทางปาล์ม)  คิดอะไรไปเรื่อย  จนรู้สึกว่าความคิดที่ฟุ้งซ่านอยู่ตอนนี้กำลังจะตกตะกอน ผมคงต้องยอมรับความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเมื่อวานตื่นมาฟุ้งซ่านแต่เช้า วันนี้ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก แน่นอนว่ามันคงต้องคิดถึงเธอ แต่ก็นั่นแหละ ความจริงคือเธอไม่ได้เป็นของผม ส่วนหนึ่งของชีวิตผมที่เคยเป็นเธอมันหายไป แต่ส่วนของชีวิตที่เหลือของผมก็ยังต้องดำเนินต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวานที่โรงแรมตอนก่อนออกไปกินข้าว ขณะที่กำลังออนไลน์เช็คเมล์ก็พอดีเจอพี่อัจเข้ามาทัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ได้เจอพี่อัจตั้งนานทั้ง ๆ ที่ต่างคนต่างก็อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน เจอกันคราวก่อนผมยังกระดี๊กระด๊าร่าเริง แต่คราวนี้เงียบ ๆ ไปพี่อัจคงสงสัย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอพี่อัจรู้เรื่อง คำแรกที่พี่แกบอกคือ คิดไว้ คนที่สวยไม่ใช่ของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกว่าตอนนี้มันไม่ได้อยู่ที่สวยหรือไม่สวยหรอกครับ มันอยู่ที่เค้าเป็นเค้า และตอนนี้เค้าไม่ได้รักผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คำถามของพี่อัจคือ ถ้าตอนนี้เธอเปลี่ยนใจกลับมาบอกผมว่า เธอรักผมแล้ว ผมยังจะคบกับเธออยู่หรือเปล่า  แน่นอนคำตอบของผมคือใช่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พี่อัจกลับบอกว่า ฮัท ถึงเค้ากลับมาจริง แล้วฮัทยังคบกับเค้าต่อ มันจะเป็นเหมือนกับคบกันด้วยความระแวง ว่าสักวันเค้าจะไปอีกรึเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับคำถามนี้ผมตอบไม่ได้ – แต่นาทีนี้ผมก็ยังมั่นใจว่าผมรักเธอพอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็คุยกับพี่อัจตั้งนาน ด้วยเรื่องมีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่สรุปรวบยอดโดยรวมแล้ว แกบอกผมว่า นางเอกของผมจะเข้ามาแก้สถานการณ์ทุกอย่างให้เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นางเอกของผมชื่อ “เวลา”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุยกับพี่อัจเมื่อวานแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นมาอีกระดับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สองสามวันนี้อยู่กับซีซี และ อัลฟ่า นอกเหนือจากเรื่องงาน ส่วนมากเราจะคุยกันเรื่องเรื่อยเปื่อย ซีซีบอกผมว่าถ้าตอนนี้มีเงินพอจะลงทุน (หมายถึงในเรื่องหุ้น) ที่ที่น่าลงทุนที่สุดคือประเทศไทย และ ประเทศจีน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังบอกอีกว่าตอนนี้เขาพยายามทำให้ตัวเองออกจากวงจร (circle) เข้าใจว่าเขาคงหมายถึง วงจรของมนุษย์เงินเดือน (อย่างผมและใครอีกหลายคน)  เป็นวงจรที่ ทำงาน รับเงินเดือน เอาเงินเดือนมาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ เลี้ยงลูก จ่ายค่าประกันชีวิต  ประกันสังคม โอเค คุณอาจจะมีเหลือเก็บ แต่คุณจะไม่มีวันรวยจากวงจรนี้ – ถึงแม้คุณจะได้เงินเดือนเยอะแค่ไหนก็ตาม –&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนจะเล็คเช่อร์ เศรษฐศาสตร์ กับ บริหารธุรกิจ ให้ผมกลาย ๆ แต่ซีซีบอกว่าถ้าผมมีเงินเก็บ ควรจะเอาไปลงทุนมากกว่าแช่ไว้ในธนาคาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมบอกซีซี ไปว่าการลงทุนระหว่าง คนทุนน้อย(อย่างผม)  และคนทุนมาก ยังไง คนทุนมากก็ชนะวันยังค่ำ (โดยเฉพาะตลาดหุ้นในเมืองไทยในขณะนี้) การทำเงินหนึ่งล้านให้เป็นห้าล้าน ยังไงก็ง่ายกว่า การทำเงินหนึ่งร้อยให้เป็นห้าร้อย (ถึงแม้สัดส่วนมันจะเท่ากันก็ตาม)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นก็ถูก เพราะฉะนั้น สิ่งที่ยากที่สุดคือการหาหนึ่งล้านแรกนั่นแหละ ซีซีบอกผม คนเราทุก ๆ ต่างรอคอยแค่โอกาสเดียวในชีวิต ที่จะผันชีวิตตัวเองให้มีโอกาสได้มาซึ่งหนึ่งล้านแรก อยู่ที่ว่าใครจะมองเห็นและไขว่คว้ามันมาได้ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และทุกวันนี้เขาก็ยังจับตามองหาโอกาสนี้อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(เพียงแต่หน่วยของหนึ่งล้านของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ผมอาจจะคิดในสเกลบาท แต่ซีซีอาจจะคิดในสเกล ดอลล่าร์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราออกจากเสิ่นเจิ้น (อัลฟ่าอยู่ทำธุระต่อที่เสิ่นเจิ้น และจะไปฉางอานต่อ) ผมกับซีซี ข้ามมาฮ่องกง แล้วก็นั่งรถต่อมาที่สนามบินฮ่องกง  เครื่องผมออกเวลาเที่ยงสี่สิบห้า ของซีซีออกเวลาบ่ายสี่สิบห้า ตอนนี้เพิ่งสิบโมงครึ่ง ยังพอมีเวลา เราก็นั่งจิบกาแฟที่สนามบิน คุยกันต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ม็อคค่าอุ่น ๆ แก้วโต กับ ครัวซองอุ่นเสร็จใหม่ ๆ ทำให้การรอเครื่องออกไม่น่าเบื่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ร้านกาแฟเก๋มาก มีกระดานสีเขียวแขวนไว้ด้านบนของหน้าร้าน บนกระดานมีชอล์กเขียนไว้เป็นประมาณ “ประโยคเด็ดของวันนี้”  วันนี้เขียนว่า  ‘The Leader is the person who do the right thing without anyone looking at” ผมกะว่าเขียนประมาณนี้นะ คงแปลได้คร่าว ๆ ว่า “ผู้นำ คือบุคคลที่ทำสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่ต้องให้ใครจับตามอง”   นับเป็นประโยคที่น่าสนใจทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งคุยกันด้วยเรื่องเรื่อยเปื่อยสักพัก ผมกับซีซีก็แยกกันไปขึ้นเครื่อง ก่อนขึ้นเครื่องผมเดินไปแวะหาซื้อของฝาก ก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ไปหยุดที่ร้านขายของที่ระลึก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ร้านเดิมที่เมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้ผมเข้ามาซื้อตุ๊กตาเซรามิกสองตัว เป็นตุ๊กตาเซรามิกประจำปีเกิด ปีม้าสำหรับผม และปีงูสำหรับเธอ ทุกอย่างในร้านยังวางอยู่ที่เดิม ตุ๊กตายังมีแบบเดิม ๆ แต่ใครจะรู้ว่าตุ๊กตาสองตัวที่ผมซื้อไปนั้นมันคงไม่ได้กลับมาวางอยู่คู่กันอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำใจยืนอยู่ที่ร้านนานไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งเครื่องจากฮ่องกง ตลอดเวลานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยมาตลอดทาง คิดถึงเรื่องเธอบ้าง คิดถึงเรื่องงานบ้าง  อยากจะนอนระหว่างทางแต่ก็นอนไม่หลับ ม็อคค่าแก้วอร่อยเมื่อตอนสาย ๆ คงมาออกฤทธิ์ตอนนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารบนเครื่องไม่อร่อยเลย จำได้ว่าการบินไทยเคยแจกอาหารที่อร่อยกว่านี้ แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าไม่อร่อย จะว่าเป็นเพราะเดินทางบ่อยหรือเปล่าก็ไม่ใช่  อาหารค่อนข้างชืด และดูแหยะ ๆ  เลยกินไปได้นิดเดียวเท่านั้นเอง อีกอย่างไม่รู้สึกหิวด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องมาลงที่ดอนเมืองตรงเวลา ผมไปแวะซื้อเหล้าให้พี่เอก ตรง duty free พี่เอกฝากซื้อเหล้าชีวาสบ่มสิบห้าปี แล้วให้ผมออกเงินไปก่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินไปเดินมาเจอแต่แบบสิบสองปี ( 1,040บาท) กับแบบสิบแปดปี (2,610) บาท ตัดสินใจซื้อแบบสิบสองปี เพราะเกิดพี่แกไม่เอา จะได้ไม่เข้าเนื้อตัวเองมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดินกระเตงถุงขวดเหล้า และ ถุงของฝาก ไปนั่งรอเครื่องออกที่หน้าประตูทางออก เมื่อไม่มีอะไรทำก็เหงาอีกแล้ว หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เป็นหนังสือที่อ่านค้างไว้นานระดับโอลิมปิคมาก อ่านมาเกือบสองเดือนแล้วยังไม่จบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุผลข้อแรกคือหนังสือเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษล้วน  ซื้อมาสามเล่มตอนลดราคาสัปดาห์หนังสือ ตกเล่มละ 99 บาท อ่านจบไปเล่มนึงแล้วเมื่อต้นปี อันนี้เล่มที่สอง&lt;br /&gt;เหตุผลข้อสองคือ เนื้อเรื่องไม่ค่อยสนุกมากเท่าไหร่ (มิน่าเอามาขายได้ถูก) เป็นเรื่องเกี่ยวกับแฮกเกอร์ แต่เป็นแฮกเกอร์รุ่นโบราณหน่อย (แฮกเครื่อง IBM XT)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็เลยยังอ่านไม่จบสักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เครื่องออกจากดอนเมืองตรงเวลาแล้วก็มาถึงเชียงใหม่ตรงเวลาตอนสี่โมงครึ่ง ท้องฟ้าใส ไร้ฝนตก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงบ้านซะที&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111594776592987241?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111594776592987241/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111594776592987241' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111594776592987241'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111594776592987241'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_11.html' title='เมื่อความคิดตกตะกอน'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111574805710099965</id><published>2005-05-10T10:58:00.000-07:00</published><updated>2005-05-10T11:00:57.110-07:00</updated><title type='text'>หนักใจ</title><content type='html'>ตื่นสาย  แต่ก็ไม่อยากลุกจากเตียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อคืนผมฝันถึงเธอ เราเดินไปถามถนนด้วยกัน คุยกันด้วยเรื่องเรื่อยเปื่อย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในฝันผมถามเธอไปว่า เป็นไปได้หรือเปล่าที่เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอพูดอะไรออกมาคำนึง แล้วเธอก็เดินหายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในฝัน ผมโทรหาเธอ แต่พยายามโทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วผมก็ลืมตาตื่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนอยู่บนเตียง ในห้องพักที่โรงแรม ในประเทศที่แทบไม่รู้จักใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อยู่ไกลจากเธอทั้งร่างกาย และจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอนน้ำตาซึมอยู่บนเตียง ไม่อยากลุกไปไหน ไม่อยากเชื่อว่าเมื่อกี๊เธอยังอยู่ข้าง ๆ ผม อยู่ในฝัน ไม่อยากตื่นมาเจอความจริงแบบนี้ มันแย่ที่คนเราเลือกความฝันไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลุกมาเปิดคอม อ่านเมล์ แล้วก็ห้ามตัวเองไม่อยู่ เมล์ไปหาเธอ บอกเธอไปว่าเมื่อคืนนี้ผมฝันถึงเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้ว่าทำแบบนี้มันไร้สาระ และมันคงไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่อารมณ์เมื่อเช้ามันเหงาสุด ๆ  บางทีในโอกาสแบบนี้มันก็ยากที่จะควบคุมการกระทำตัวเองได้ – ได้แต่สัญญากับตัวเองว่าคงไม่ทำอะไรอย่างนี้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว (ด้วยเสื้อผ้าที่ได้มาเมื่อคืน) เก็บกระเป๋า แล้วก็ลงไปเช็คเอาท์ กินข้าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งรถออกจากตงกวนมาที่เสิ่นเจิ้น เพื่อไปพบกับลูกค้าอีกเจ้าในตอนบ่าย ฝนตกอีกแล้ว ตกหนักมาตลอดทาง วันนี้การประชุมค่อนข้างดี ดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประชุมเสร็จตอนห้าโมงกว่าก็กลับมาที่โรงแรม นั่งเช็คเมล์ อีกที คุย MSN กับหัวหน้า update ที่มีตติ้งกับลูกค้าเล็กน้อย มี follow up action อีกบาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกโมงตรงนัดกับซีซี และอัลฟ่าออกไปกินข้าวเย็น เป็นอาหารจีนอีกแล้ว อุดมไปด้วยน้ำมัน แต่ก็อร่อย ทำไงดี กลับไปเมืองไทยอาจแซงหน้าไอ้ก่อ(เรื่องน้ำหนัก)แล้วก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงนี้รู้สึกต้องฝืนตัวเองแปลงร่างสลับไปสลับมาบ่อย ๆ อยู่ต่อหน้าซีซี กับ อัลฟ่าก็ต้องทำตัวร่าเริง โฟกัสไปที่งาน แต่พออยู่คนเดียวเมื่อไหร่…ก็เฉาอีกตามเคย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังอาหารเย็น อัลฟ่า กับ ซีซี ก็ลากผมไปคาราโอเกะ (จากที่หมายมั่นปั้นมือมาตั้งแต่เมื่อวานแต่ก็ชวด)จนได้ เป็นคาราโอเกะแบบที่มีน้อง ๆ มานั่งด้วยนั่นแหละ  อัลฟ่ากับซีซีก็เล่นเกมกับน้อง ๆ ไป (เป็นเกมที่น่าจะเคยเห็นในหนังจีนฮ่องกง แบบที่ทอยลูกเต๋าแล้วทายแต้ม ใครแพ้ก็ดื่มเหล้า) ผมก็ร้องเพลงไปแบบแกน ๆ ส่วนมากเป็นเพลงฝรั่งเก่า ๆ (แน่นอนว่าไม่มีเพลงไทย)   &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริง ๆ แล้วอารมณ์นี้ เพลงนี้อาจเหมาะกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ฉันรู้ว่ารักของเราจบลง    และคงไม่มีหนทาง&lt;br /&gt;ที่จะคว้าเธอกลับมา   ฉันรู้ว่าฉันต้องทนอ่อนล้า    &lt;br /&gt;เหนื่อยต่อการห้ามใจ    ไม่ให้รักเธออีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงไม่คิดว่า......มันยากเย็นเท่าไหร่&lt;br /&gt;จะทำใจให้เหมือนว่าไม่มีเธอเช่นเดิม   แต่กลับต้องหนักใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใจหนึ่งฉันพร้อมจะลืมทุกอย่าง...&lt;br /&gt;และพร้อมจะไปให้ห่าง    ให้ภาพความหลังลบเลือนออกไป&lt;br /&gt;แต่ใจหนึ่งก็รู้ว่าทำไม่ได้ ไม่พร้อมให้ใจทรมาน&lt;br /&gt;เมื่อยามที่คิดถึงเรื่องที่แล้วมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันรู้ว่าฉันต้องทำอย่างไร    แต่ทำไมถึงจำและยังรักเธอเรื่อยไป&lt;br /&gt;ทั้งๆ ที่รู้ว่าผลสุดท้าย   เธอก็คงไม่มา    ไม่อยากคิดมากอีกเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความจริงไม่คิดว่า......มันยากเย็นเท่าไหร่&lt;br /&gt;จะทำใจให้เหมือนว่าไม่มีเธอเช่นเดิม   แต่กลับต้องหนักใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใจหนึ่งฉันพร้อมจะลืมทุกอย่าง...&lt;br /&gt;และพร้อมจะไปให้ห่าง    ให้ภาพความหลังลบเลือนออกไป&lt;br /&gt;แต่ใจหนึ่งก็รู้ว่าทำไม่ได้(ทำไม่ได้)  ไม่พร้อมให้ใจทรมาน&lt;br /&gt;เมื่อยามที่คิดถึงเรื่องที่แล้วมา&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111574805710099965?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111574805710099965/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111574805710099965' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111574805710099965'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111574805710099965'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_10.html' title='หนักใจ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111564696083391609</id><published>2005-05-09T06:51:00.000-07:00</published><updated>2005-05-09T09:12:45.243-07:00</updated><title type='text'>Meet the Customers</title><content type='html'>เนื่องจากเมื่อคืนนอนดึก เพราะมัวแต่ทำอะไร ๆ ไร้สาระอยู่ (อ่านเมล์ ดูเว็บอะไรเรื่อยเปื่อย) กว่าจะนอนก็ปาเข้าไปตีสอง(ของที่นี่ – ตีหนี่งของเมืองไทย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้านี้ก็เลยตื่นสาย ตื่นมาแปดโมง(ของที่นี่ – เจ็ดโมงของเมืองไทย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขี้เกียจเขียนวงเล็บ () บ่อย ๆ เอาเป็นว่า เวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยหนึ่งชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โชคดีที่วันนี้นัดลูกค้าเอาไว้ตอนบ่าย – เพิ่งมารู้จากอัลฟ่าอีกทีว่าเป็นบ่ายสาม ก็เลยค่อย ๆ อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัว(ด้วยเสื้อผ้าที่ซื้อมาตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้ซัก ไม่ได้รีด) เพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อคืนไม่ได้ซื้อถุงเท้ามาด้วย วันนี้ก็เลยต้องยอมเท้าเน่าหนึ่งวัน ไปหาลูกค้าเขาคงไม่ต้องให้ถอดรองเท้าหรอกน่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซีซี โทรมาที่ห้อง บอกว่าไม่ต้องรอกินข้าวเช้า ให้ผมไปกินก่อน เสร็จแล้วค่อยมารีวิวแพ็คเกจที่จะไปพรีเซนต์ให้ลูกค้ากันต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลงลิฟท์ไปที่ล๊อบบี้ ด้วยความที่ไม่เคยพักที่โรงแรมนี้ ( Dongguan Exhibition International Hotel) ก็เลยเดินไปผิด ไปร้านอาหารญี่ปุ่นเฉยเลย พนักงานต้อนรับ ก็หนีห่าว หนีเจ่า กันใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอยื่นคูปองอาหารเช้าให้ดูก็หน้าแตกกันทั้งแขก ทั้งพนักงานต้อนรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินข้าวเช้าเสร็จก็กลับมาที่ห้อง เปิดคอม อ่านเมล์ เตรียมแพคเกจต่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรงแรมที่เมืองจีนสะดวกมาก มีบอร์ดแบนด์อินเตอร์เน็ตให้ทุกห้อง แค่เสียบสายแลนต่อกับโน้ตบุ๊ค ก็ใช้ได้แล้ว รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้เมืองจีนพัฒนาไปมาก พัฒนาอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ทุกครั้งที่ผมมาเมืองจีนจะต้องมีสิ่งก่อสร้าง(ขนาดใหญ่) ใหม่ ๆ กำลังสร้างอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังไม่มีข่าวคราวคืบหน้าจากสนามบินเรื่องกระเป๋าที่หายไปของผม ตอนเช้าอัลฟ่าลองโทรถามอีกทีก็ยังไม่ได้เรื่อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ออนไลน์ MSN เจอพรรคพวกที่โรงงาน เลยฝากเจี๊ยบช่วงโทรเช็คกับทางการบินไทยให้หน่อย สรุปว่าเป็นไปตามที่คาด(กรณีเลวร้ายสุด ๆ) กระเป๋าผมติดไปที่เกาหลีจริง ๆ ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เจี๊ยบบอกว่าเค้าจะส่งกระเป๋ากลับมาให้ที่ฮ่องกงกับเครื่องที่บินกลับมาจากเกาหลี จะมาถึงฮ่องกงตอนประมาณหกโมงเย็น แต่ก็นั่นแหละ ตอนนี้ผมอยู่เมืองตงกวน (สามชั่วโมงจากฮ่องกงโดยทางรถยนต์) คงค่ำ ๆ กว่าจะได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้โดยสายหลายร้อยคนที่นั่งมาด้วยกัน ทำไมเป็นผมที่กระเป๋าหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คู่รักหลายร้อยคู่ที่รักกันนานเป็นปี ๆ จนแต่งงานกัน ทำไมเป็นผมที่ผิดหวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุยกะพี่โชค พี่โชคบอกเมื่อวาน (ที่ผมโดดเรียนเพื่อเดินทางมาที่นี่) อาจารย์มีเก็บคะแนนในห้องอีกแล้ว 10% ใครขาดก็หักไป ให้มันได้อย่างนี้สิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รีวิวแพคเกจกับซีซี และ อัลฟ่า อีกที แล้วก็ไปกินข้าวกลางวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นตอนบ่ายก็ไปหาลูกค้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเดินทางจากเชียงใหม่มาดอนเมือง ดอนเมืองมาฮ่องกง ฮ่องกงข้ามมาจีน (มีผลข้างเคียงคือกระเป๋าหาย) เพื่อมาประชุมที่กินเวลาสองชั่วโมง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็เป็นสองชั่วโมงที่น่าอึดอัด ตอบคำถามลูกค้า เรื่องคุณภาพสินค้า ความล่าช้า….. รับฟังคำบ่น แพคเกจที่เตรียมไปก็มีคำถามกลับมาแทบจะทุกสไลด์ ส่วนใหญ่จะตอบได้ แต่ก็มีบางอันที่ไม่ได้จริง ๆ ต้องจดเป็น action ไปตาม follow up อีกที รู้สึกผิดเหมือนกันที่ไม่เตรียมตัวให้ดีกว่านี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยเครียดมาก ๆ ตอนพรีเซนท์โปรเจคตอนจบปริญญาตรี เทียบกับตอนนี้นี่คนละเรื่องเลย โลกแห่งความจริงมันไม่ง่ายเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาโรงแรมตอนห้าโมงกว่า ๆ ขึ้นมาบนห้อง เช็คเมล์อีกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หกโมงกว่า อัลฟ่าโทรมาเรียกไปกินข้าวกับลูกค้า ก็ลูกค้าพวกเดิมที่อัดเราในห้องประชุมวันนี้แหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปกินข้าวด้วยกัน บรรยากาศตอนกินข้าวเฮฮามาก ความเครียด ความกดดันที่มีในห้องประชุมเมื่อตอนเย็นละลายหายไปหมด แต่ก็ยังไม่วายโดนลูกค้าแอบบ่นอยู่ดี ครับผมผิดไปแล้วครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนเป็นคนจีนหมด(มีซีซี ที่เป็นคนสิงคโปร์แต่ก็เชื้อจีน) มีผมเป็นคนไทยคนเดียว(เป็นลูกครึ่งจีน แต่พูดจีนไม่ได้เลย) ตอนกินข้าวก็เลยคุยกันแต่ภาษาจีน ผมเลยรู้สึกเหงาแปลก ๆ เหมือนนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยดูเรื่อง Lost in translation ก็เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของพระเอก นางเอกตอนนี้แหละ ผู้คนมากมาย แต่เหมือนเราอยู่ตัวคนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยเฉพาะเมื่อผมกำลังคิดถึงใครอยู่…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารที่มาเสิร์ฟก็เป็นจำพวกอาหารทะเล พาลคิดไปถึงเธอ อีก เธอชอบอาหารทะเล กินไปก็คิดไปว่าถ้าเธอมากินด้วยคงชอบไอ้นู่น ไอ้นี่มาก แล้วก็พาลคิดไปว่าเรื่องของผมกับเธอทำไมมันจบลงง่ายดายอย่างนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่งทำตาแดง ๆ กลางวงข้าว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กินข้าวเสร็จ ร่ำลาลูกค้าเรียบร้อย กลับมาที่ห้องอีกที อ่านเมล์ มีเมล์ forward มา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;มีพระรูปหนึ่งออกบิณฑบาตรผ่านบนสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่พระรูปนั้นเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งร้องไห้บนราวสะพานและกำลังจะกระโดดลงไปในน้ำที่เชี่ยวกราก&lt;br /&gt;พระสงฆ์รูปนั้นเดินไปแล้วถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแห่งความเมตตาว่า ..."สีกา....ทำไมสีกาจึงคิดสั้นเล่า"ผู้หญิงคนนั้นกลั้นสะอื้นแล้วจึงตอบว่า..."เพราะดิฉันโดนผู้ชายคนหนึ่งที่ดิฉันรักมากที่สุดบอกเลิกเจ้าค่ะพระคุณเจ้า"พระสงฆ์รูปนั้นยืนสงบนิ่งเพียงครู่แล้วกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า ..."สีกา....จงดีใจที่สีกาสูญเสียคนที่ไม่ได้รักสีกา แต่โยมคนนั้นควรจะเสียใจ ที่เค้าสูญเสียคนที่รักเขาไป"&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;…..โดน…..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อคนสองคนเลิกกัน คนที่เป็นฝ่ายบอกเลิกจะรู้สึกเสียใจบ้างหรือเปล่า (เพราะผมเองก็ไม่เคยบอกเลิกใคร)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และบางที ผมก็ยังสงสัยว่า เมื่อคนที่เคยเป็นคนรักกันมาบอกกับเราว่า “….เราเป็นเพื่อนกันเถอะนะ….” เขาหมายความตามนั้นจริง ๆ หรือเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาจจะเป็นคำพูดที่ทำให้ดูดี ซึ่งความหมายที่แท้จริงของมันอาจจะเป็น “…ออกไปจากชีวิตชั้นซะ…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งที่ยากคือ ผมยังไม่พร้อมที่จะออกไปจากชีวิตเธอ ขอยืนตรงขอบ ๆ ริม ๆ อย่างนี้ไปก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ต้องรักผม แต่อย่าเพิ่งเกลียดผม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -&lt;br /&gt;มี update มาจากอัลฟ่าสักครู่ กระเป๋าของผมมาถึงฮ่องกงแล้ว และกำลังถูกขนมาที่โรงแรมที่ผมอยู่ กระเป๋าจะมาถึงโรงแรมภายใน…..เที่ยงคืน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะพยายามไม่หลับก่อนเที่ยงคืนครับ…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- -&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มา update อีกทีตอนเที่ยงคืน&lt;br /&gt;กระเป๋ามาถึงห้องแล้วครับ มาถึงตอนห้าทุ่มห้าสิบเอ็ดนาที นับว่ารักษาเวลาได้ค่อนข้างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กระเป๋ามาในสภาพค่อนข้างเปียก คงเพราะข้างนอกฝนตกหนัก ก็ไม่รู้ว่าเขาขนมายังไงนะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนี้ผมเลยต้องเอาไดร์เป่าผมเป่ากระเป๋าไปพลาง ๆ ก่อน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111564696083391609?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111564696083391609/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111564696083391609' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111564696083391609'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111564696083391609'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/meet-customers.html' title='Meet the Customers'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111556734551138557</id><published>2005-05-08T08:46:00.000-07:00</published><updated>2005-05-08T09:06:40.586-07:00</updated><title type='text'>ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ</title><content type='html'>อย่างที่ใครเคยบอกเอาไว้ ว่า “ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของเรื่องคือ กระเป๋าเดินทางผมหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บินไปต่างประเทศมาสองสามปี ปีละหลาย ๆ เที่ยว ในที่สุดก็ถึงคราวผมจนได้ กระเป๋าเดินทางหาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเช็คอินกระเป๋ารวดเดียวตั้งแต่สนามบินเชียงใหม่ เพราะต้องบินจากเชียงใหม่มาลงดอนเมืองแล้วต่อเครื่องมาฮ่องกงอีกที แล้วมารับเอากระเป๋ารวดเดียวไปเลย บินแบบนี้มาหลายเที่ยวแล้วก็ไม่เคยจะเกิดปัญหา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก็ต้องกลับไปอ้างอิงประโยคข้างบนอีกครั้ง “ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปทำเรื่องแจ้งกระเป๋าหายที่สนามบินฮ่องกงเอาไว้ เขามีเคาน์เตอร์เอาไว้รับแจ้งเรื่องนี้โดยเฉพาะ คาดว่าคงเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นประจำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากออกเอกสาร และขอพาสปอร์ต ผมไปกรอกอะไรสักครู่ เจ้าหน้าที่ก็ยื่นสลิปมาให้ผม มีเบอร์โทรกลับ และหมายเลขอ้างอิงเอาไว้ให้ บอกว่าถ้าเจอจะโทรไปบอกและจะจัดส่งกระเป๋าให้ตามที่อยู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมให้เบอร์โทรของอัลฟ่า ( staff ของเราที่ฮ่องกง)กับเจ้าหน้าที่ไป กะว่าจะให้อัลฟ่าช่วยโทรตามหน่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยมีเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว ที่ฮ่องกงนี่แหละ (ตอนนั้นผมก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้น มาร์ค แบรด แล้วก็ผม เดินทาทงจากเชียงใหม่มาฮ่องกงด้วยกัน (รู้สึกจะเป็นการมาเยี่ยมลูกค้าโปรเจคนึง) ตอนเช็คอินที่เชียงใหม่ มาร์คบอกว่าให้เช็คอินกระเป๋า พร้อมเขาไปได้เลย เพราะมาร์คมีบัตรทองรอยัล ออร์คิดพลัส สัมภาระจะถูกทรีตเป็น first priority ผมกับแบรดก็เอาด้วย ฝากกระเป๋าเช็คอินไปกับมาร์ค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาถึงฮ่องกง ปรากฏว่ามีกระเป๋าของมาร์คคนเดียวที่หายไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนนั้นขำมาก หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งกับแบรด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พอมาเจอกับตัวเองแล้วมันไม่ขำเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวก่อน กว่ามาร์คจะได้กระเป๋าคืนก็สองสามทุ่มของวันนั้น แต่คราวนี้ผมไม่โชคดีอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะ flight ที่ผมนั่งมาจากดอนเมืองมันมาแวะที่ฮ่องกงเฉย ๆ จุดหมายจริง ๆ มันอยู่เกาหลี (กรุงโซล) ถ้าโชคดี กระเป๋าค้างอยู่ที่ดอนเมือง หรือ ฮ่องกง ก็ยังมีหวังได้คืนภายในวันนี้ ถ้าโชคร้าย กระเป๋าติดไปที่โซลด้วย ผมก็คงได้เน่าไปอีกหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราออกจากฮ่องกง แล้วข้ามมาจีน โดยหวังว่าจะได้กระเป๋าคืนมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อัลฟ่าเพิ่งโทรไปถามที่สนามบินให้เมื่อสองทุ่ม ได้ความว่า ยังหากระเป๋าผมไม่เจอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปก็เลยต้องออกไปเดินหาซื้อเสื้อผ้าไว้ก่อน ใครว่าเสื้อผ้าที่จีนถูก แค่เสื้อเชี๊ต กางเกงแสล็ค (แล้วก็อันเดอร์แวร์ ) นี่ก็กว่าสองร้อยหยวนแล้ว (ประมาณพันบาทหน่อย ๆ) ดีที่เฉลียวใจแลกเงินมาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไงได้ ไม่มีทางเลือก ซีซี บอกว่าคราวก่อนสายการบิ นเคยทำกระเป๋าเดินทางเขาหาย แล้วเขาต้องไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ สามารถเอาใบเสร็จมาเรียกเงินคืนจากสายการบินได้ โทษฐานทำให้เขาเสียเงินโดยไม่จำเป็น ผมน่าจะทำอย่างนี้ได้บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่ตอนนั้นไม่ใช่สายการบินไทย และไม่ใช่สนามบินอ่องกง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่กระเป๋าหายครั้งนี้รู้สึกเฉย ๆ มาก ไม่ค่อยตื่นตกใจเท่าไหร่ อาจจะเพราะเคยเห็นกรณีของมาร์คมาก่อน หรือ จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นเพราะว่าผมเพิ่งมีเรื่องใหญ่กว่านั้นที่เพิ่งเสียใจไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องนี้มันเลยเล็กน้อย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111556734551138557?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://myemptyworld.blogspot.com/feeds/111556734551138557/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=12470309&amp;postID=111556734551138557' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111556734551138557'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/12470309/posts/default/111556734551138557'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://myemptyworld.blogspot.com/2005/05/blog-post_08.html' title='ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ'/><author><name>Hut</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11005111575526245507</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-12470309.post-111556323446633633</id><published>2005-05-07T07:39:00.000-07:00</published><updated>2005-05-08T08:45:33.580-07:00</updated><title type='text'>เดอะ แดนเซอร์ คอมพานี</title><content type='html'>เพิ่งกลับบ้าน หลังจากไปแวะดูการเแสดงของ เดอะแดนเซอร์คอมพานี ที่กาดเธียร์เตอร์ กาดสวนแก้วมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องมันเริ่มจากหลายวันก่อน เดฟ ริง เอาโปสเตอร์ เดอะแดนเซอร์คอมพานี ( The Dancers’s Company) มาแปะไว้ที่หน้าห้องของแก ซึ่งก็อยู่หลังที่นั่งผมนี่เอง ดูจากโปสเตอร์แล้ว คิดว่าเป็นบัลเล่ต์ ผมไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่ก็ไม่วาย จดวันและเวลาการแสดงเอาไว้ในปาล์ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้หลังจากเลิกเรียนแล้ว ก็ไม่รู้จะทำอะไร ฝนที่ตกพรำ ๆ มาตั้งแต่ตอนเช้าก็ยังไม่ยอมหยุด ด้วยความเหงาปนความเคยชิน ผมก็แวะไปที่ร้าน Kopi Gusto อีกตามเคย ไปนั่งจิบน้ำชาอ่านหนังสือ ท่ามกลางฝนตกปรอย ๆ&lt;br /&gt;แต่แล้วก็มีเสียงเตือนออกมาจากปาล์ม ถึงได้รู้วันนี้มีการแสดงที่กาดสวนแก้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับอารมณ์เหงา ก็เลยขับรถไปคนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปถึงที่กาดสวนแก้วเกือบ ๆ หกโมง แวะซื้อบัตร บัตรมีราคา 100, 400, 500 และ 1,000 บาท แน่นอนว่าผมเลือกราคา 100 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไปถึงหน้าโรงละครกาดเธียร์เตอร์ มีคนมารอเยอะแล้วเหมือนกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่งมากกว่าคนไทย เหมือนผมหลงเข้ามาในงานรวมรุ่นขององค์กรอะไรสักอย่าง เพราะดูทุกคนจะรู้จักกันหมด ต่างคนต่างทักทายกัน มีผมคนเดียวที่เข้าไปแล้วไม่รู้จักใคร เลยต้องนั่งแอบ ๆ อยู่ในหลืบริม ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คณะเดอะแดนเซอร์คอมพานี เป็นนักแสดงที่เป็นนักศึกษาจากภาควิชาเต้นรำ คณะสุขศึกษา พลศึกษา มหาวิทยาลับ บริคัม ยัง โพรโว, ยูท่าห์ สหรัฐอเมริกา เป็นนักเต้นที่ออกตระเวนแสดงไปได้กว้างไกลที่สุดในสหรัฐ (ข้อมูลอ้างอิงจากสูจิบัตรที่แจกหน้างาน) ซึ่งปีนี้มาแวะเยี่ยมที่ประเทศ ไทย เวียตนาม และไต้หวัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนเกือบหนึ่งทุ่ม ทางโรงละครเปิดประตูให้เข้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแสดงชุดแรกเป็นของคณะ เชียงใหม่บัลเล่ต์เพอร์ฟอร์มมิ่งกรุ๊ป (The ChiangMai Ballet Performing Group – The ChiangMai Ballet Academy) แสดงเรื่อง ลูกเป็ดขี้เหร่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเรื่องราวของลูกหงส์ที่บังเอิญไปอยู่ในฝูงเป็ด ด้วยความที่ไม่เหมือนใครเลยโดนเรียกว่าลูกเป็ดขี้เหร่ และไม่ให้เข้าพวกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกเป็ดขี้เหร่ขอไปอยู่กับพวกกระต่าย ก็เข้ากับเขาไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลูกเป็ดไปเจอฝูงกวาง ก็เข้าพวกกับเขาไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่สุดท้ายลูกเป็ด ก็เติบโตมาเป็นหงส์ที่สวยงาม และ เจอฝูงหงส์ด้วยกัน จึงใช้ชีวิตอยู่กับหงส์ฝูงนั้นอย่างมีความสุข&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดต่อมาเป็นการแสดงของจริงจาก เดอะแดนเซอร์คอมพานี สักที ลูกเป็ดขี้เหร่เมื่อกี๊เหมือนเป็นของเรียกน้ำย่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้จัดออกมาเกริ่นถึงการแสดง เขาให้คำจำกัดความของการแสดงของตัวเองว่าเป็น Contemporary Dance หรือการเต้นร่วมสมัย โดยนักแสดง(นักเต้น) แต่ละคนจะเต้นด้วยเท้าเปล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การแสดงแบ่งออกเป็นเก้าชุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดแรกมีชื่อว่า ปฐมกาล มีโทนของการแสดงออกไปทางสีเขียว น้ำเงิน (ตามคำบรรยายของสูจิบัตรเขียนว่า เป็นจินตภาพแห่งแสงสว่าง น้ำ แผ่นดิน โลก) มีคนออกมาเต้น วนไปวนมา รวมตัว แล้วก็แยกกลุ่ม โทนของสีออกมาเย็น ๆ แต่มีการเคลื่อนไหวแบบไม่หยุดนิ่งตลอดเวลา ให้ความรู้สึกเหมือนมีสิ่งมีชีวิตกำลังก่อเกิดขึ้น ดุแล้วทำให้นึกถึงเวลาเราเห็นเซลล์เกิดการแบ่งตัวใต้กล้องจุลทรรศน์ มันเป็นความรู้สึกคล้าย ๆ กันอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่สองมีชื่อว่า มามะ ไปด้วยกัน เป็นการแสดงที่ผู้จัดอุทิศให้แก่สามีของเธอ (ไม่ได้บอกว่าล่วงลับไปแล้วหรือเปล่า) ชุดนี้เป็นชุดที่ผมชอบมาก มีนักเต้นเพียงสองคน ชายกับหญิงในชุดขาว แต่ด้วยลีลาการเต้นที่เป็นการกอดเกลียวเกี่ยวกระหวัด แสดงถึงความรักที่ทั้งคู่มีต่อกัน เพลงประกอบเป็นเพลงช้า ๆ คล้ายเพลงแนวแจ๊ส แต่จังหวะกระชับกว่า และการจัดแสงสีที่ดูเย็น ๆ แต่แฝงความอบอุ่น ผมอาจจะบรรยายออกมาในนี้ได้ไม่ดีนัก แต่มันให้ความรู้สึกซึ้งกับนักเต้นสองคนนี้มาก พวกเขาสามารถสื่อถึงความรักที่คนสองคนมีต่อกันได้ดีจริง ๆ ดู ๆ แล้วก็สะท้อนใจถึงเรื่องของตัวเอง การแสดงชุดนี้ได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมมากทีเดียว (มีเสียงเป่าปากด้วย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่สามมีชื่อว่า ล้ม ๆ ลุก ๆ แต่น่ารัก เป็นการเต้นล้อเลียนพวกบัลเล่ต์คลาสสิก เพียงแต่ …นักแสดงออกมาเต้น พร้อมไม้ค้ำยัน เป็นการเต้นที่ตลกและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้เยอะมาก โทนของการแสดงชุดนี้ออกไปทางสีสันสดใส นักแสดงใส่ชุดสีเหลือง พร้อมไม้ค้ำยันสีลูกกวาด การแสดงชุดนี้ ดูจากสูจิบัตรแล้ว ต้องการสื่อถึง “ความสามารถในการสร้างสรรค์ และฟื้นคืนดีดังเดิมของมนุษยชาติ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่สี่มีชื่อว่า แตกกลุ่ม เป็นการเต้นที่ออกจะน่าเบื่อสำหรับผม เป็น “ภาพสะท้อนของสังคมที่แตกสลาย” โทนของการแสดงชุดนี้ออกไปทางสีแดง ร้อนแรง ทั้งแสงไฟละเสื้อผ้า ให้ความรู้สึกตึงเครียดมากกว่าจะจรรโลงจิตใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่ห้ามือชื่อว่า จากห้วงหุบเหว การแสดงชุดนี้ผู้จัดบอกว่า อุทิศให้กับ “ผู้ที่ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดจากช่วงเศรษฐกิจตกต่ำของอเมริกาในทศวรรษที่ 1930 และแด่ใครก็ตามที่เอาชนะความยากลำบากไดด้วยจิตศรัทธาและความกล้าหาญ” การแสดงชุดนี้ นักเต้นชายออกมาในชุดแบบโบราณหน่อย ๆ (กางเกงผ้าแบบมีสายคล้องไหล่) นักเต้นหญิงก็ใส่กระโปรงแบบกระโปรงตัวเดียว ผ้าพริ้ว ๆ (ถ้าใครเคยดูเรื่อง Cold Mountain คงนึกออก เป็นกระโปรงคล้าย ๆ กันอย่างนั้น) การแสดงแบ่งเป็นสามช่วง ช่วงแรก แสดงถึงภาวะแห้งแล้ง ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น แสงบนเวทีเป็นโทนร้อน ดูแห้งแล้ง ช่วงที่สองบอกเรื่องราวการออกเดินทางหาแหล่งทำกินใหม่ของชาวบ้าน ช่วงสุดท้ายแสดงถึงความหวังของชาวบ้านที่จะพบกับที่ทำกินใหม่ที่อุดมสมบูรณ์กว่านี้ เพลงประกอบการเต้นเป็นเพลงแบบประสานเสียง (คล้าย ๆ ที่เคยได้ยินในโบสถ์ฝรั่ง) เพราะมาก โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายที่แสดงออกถึงความหวังของที่ยังมีอยู่ของทุกคน นี่เป็นอีกชุดที่ผมชอบมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่หกชื่อ 2005มาแล้ว เป็นการผสมผสานของการเต้นโดยใช้จังหวะอัฟริกัน เป็นการเต้นที่ไม่มีเสียงเพลงประกอบ ใช้แค่เสียงตบมือ ตบไหล่ ตบขา ของนักแสดงแต่ละคน นักแสดงออกมาในชุดคล้าย ๆ ชุดพรางของทหาร แต่เป็นชุดพรางที่มีสีสันสดใส ออกเหลืองๆ ส้มๆ การแสดงชุดนี้ผมคิดว่าเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมในการซักซ้อมกันอย่างมาก ทุกคนตบมือ ตบขาเป็นจังหวะที่เข้ากันได้อย่างดีมาก ไม่มีหลุด ไม่น่าเชื่อว่าคนแค่สิบหกคนบนเวทีจะสามารถใช้เสียงตบมือ กระทืบเท้า และจังหวะการเต้น สะกดเอาคนทั้งโรงละครเงียบกริบไปกับการแสดงของพวกเขาได้ พอจบชุดนี้ ผู้ชม(รวมทั้งผม) ก็พากับปรบมือกันดังก้อง เป่าปากแสดงความชื่นชมกันทั้งโรงละคร เป็นอีกชุดที่ผมประทับใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่เจ็ดชื่อ ฉันเชื่อ เป็นการแสดงเดี่ยวของนักเต้นหญิง บอกถึง “ ศรัทธาและความหวังใจในอนาคต” เป็นนักแสดงหญิงคนเดียวออกมาเต้น จุดโคมไว้หนึ่งดวงข้างเวที (คงจะบอกถึงความหวังขอกเธอ) แสงไฟบนเวทีหรี่มืด เป็นการแสดงสั้น ๆ แต่ชุดนี้ก็ได้รับเสียงปรบมือไปไม่น้อยเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดที่แปดชื่อ ระบำฟูก ขอบอกว่าการแสดงชุดนี้เป็นชุดที่ผมชอบที่สุดแล้ว เป็นการแสดงที่นักแสดงเลียนแบบพฤติกรรมของเด็ก ๆ ที่มักจะถูกพ่อแม่ ห้ามไม่ให้กระโดดโลดเต้นบนที่นอน ในการแสดงชุดนี้ เลยเป็นเหมือนการปลดปล่อยอารมณ์เด็ก ๆ ภายในตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ มีการกระโดดลงมาบนที่นอนในท่วงท่าต่าง ๆ (เหมือนจะประกวดประชันกัน) มีการเอาที่นอนมาพันรอบตัวแล้วกลิ้งไปรอบเวที เอาที่นอนออกมาตีกัน เป็นการบ่งบอกถึงจินตนาการของเด็ก ๆ ที่เอาของธรรมดา ๆ อย่างที่นอนมาเป็นเครื่องเล่นได้อย่างไม่รู้จบ โทนสีของการแสดงชุดนี้(ทั้งชุดนักเต้น ฟูกที่นอน และ แสงไฟ) ออกไปทางสีสดใส เหลือง ฟ้า ม่วง แดง ส้ม เขียว เพลงประกอบ ก็มีความสนุกสนาน เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้ไม่รู้จบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชุดสุดท้าย ชื่อ สู่สวรรค์ ชุดนี้ก็เป็นการเต้นอีกเหมือนกัน แต่มีอุปกรณ์เสริม คือ ผ้าพริ้ว ๆ สีฟ้าม่วง (ขนาดผืนใหญ่กว่าผ้าเช็ดหน้าเล็กน้อย - เป็นผ้าสีเดียวกับที่ใช้เป็นรูปประกอบสูจิบัตร) นักแสดงออกมาในชุดผ้าสีขาว หลวม ๆ ดูสบาย ๆ แต่ก็เด่นบนเวที ที่มีแสงสีฟ้า น้ำเงิน สาดส่องอยู่ การแสดงชุดนี้ จะเน้นถึงความพลิ้วไหวของลายผ้า เมื่อมันถูกโบกไปรอบ ๆ เวทีโดยนักแสดง แต่ละคน ดูเพลิน ๆ ดีเหมือนกัน ไฮไลท์ของการแสดงชุดนี้คือมีการนำผ้าผื่นใหญ่(ที่ยึดไว้กับแกนอะไรสักอย่าง) ออกมาสวมกับแขนของนักแสดงหญิงคนหนึ่งแล้วเธอก็ออกเต้นไปรอบเวทีพร้อมกับกางแขน(ที่มีผ้าพลิ้วผืนใหญ่นั้น) คล้ายดูเหมือนเธอมีปีกงอกออกมา แล้วพร้อมจะบินสู่สวรรค์ (สมชื่อชุดการแสดง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จบการแสดง มีพิธีมอบดอกไม้ ให้กับนักแสดง และผู้ประสานงาน ผู้อำนวยการ ฝ่ายต่าง ๆ (ที่ค่อนข้างจะอืดอาดและน่าเบื่อหน่ายสำหรับผม – แต่ก็ลุกไปไหนไม่ได้เพราะมีลุง และ ป้า ฝรั่งสองคนนั่งกันอยู่ )&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกคุ้มค่ากับเงิน 100 บาท และเวลาสองชั่วโมงกว่า ๆ ที่เสียไป เหมือนเป็นการได้เปิดมุมมองอะไรแปลก ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก็มีเรื่องที่เสียดายอยู่บ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียดาย ที่ทางโรงละครไม่อนุญาตให้บันทึกภาพขณะทำการแสดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียดายที่มีแค่รอบเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียดายที่ผมมาดูแค่คนเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียดาย ที่วันนี้ไม่มีเธออยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/12470309-111556323446633633?l=myemptyworld.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&
